Posts

โป๊ปฟรังซิส: "คาทอลิกและลูเธอรันต้องตระหนักข้อผิดพลาดในอดีต และแสวงหาการให้อภัยระหว่างกัน"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงย้ำ คาทอลิกและลูเธอรันต้องมองอดีตด้วยความรักและซื่อสัตย์ เพื่อตระหนักข้อผิดพลาดและแสวงหาการให้อภัยระหว่างกัน  ทรงชี้ ความแตกแยกทำให้เราถอยห่างจากความเข้าใจพื้นฐานในเรื่องประชากรของพระเจ้า ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วต้องรวมเป็นหนึ่ง  ทรงแบ่งปัน ด้วยความเคารพต่อการปฏิรูปศาสนาของมาร์ติน ลูเธอร์ สิ่งนี้ได้ช่วยให้แก่นแท้พระคัมภีร์เป็นศูนย์กลางที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตพระศาสนจักร และเตือนใจเราว่า หากปราศจากพระเจ้า เราไม่สามารถทำอะไรได้เลย ช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส เสด็จไปยังอาสนวิหารประจำเมืองลุนด์ ประเทศสวีเดน เพื่อร่วมงานรำลึก 500 ปีที่ "มาร์ติน ลูเธอร์" แยกตัวออกจากพระศาสนจักรคาทอลิก งานนี้ เจ้าภาพคือสหพันธ์ลูเธอรันสากล (The Lutheran World Federation) สำหรับพระดำรัสที่พระสันตะปาปาตรัส มีว่า - 'ท่านทั้งหลายจงดำรงอยู่ในเราเถิด ดังที่เราดำรงอยู่ในท่าน' คำพูดนี้ พระเยซูตรัสในการเลี้ยงอาหารค่ำมื้อสุดท้าย พวกเราสามารถรู้สึกถึงหัวใจของพระคริสตเจ้าซึ่งเต้นอยู่ด้วยความรักเพื่อเราทุกคน พระองค์ทรงปรารถนาให้เราเป็นหนึ่งเดียวกัน

โป๊ปฟรังซิส: "เราทำให้คนบาปกลับใจด้วยการประณาม แต่พระเจ้าทำให้คนบาปกลับใจด้วยไม่จดจำความชั่วที่เขาทำ"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงสอน เราจ้องจะทำให้คนบาปกลับใจด้วยการประณาม แต่พระเจ้าชอบทำให้คนบาปกลับใจด้วยการเข้าไปหาแบบไม่จดจำความชั่วที่คนนั้นเคยทำ เพื่อให้เขาเห็นสัจธรรมความจริงว่าแท้จริงแล้วพวกเขายังมีค่า ไม่ใช่ถล่มซ้ำแบบที่มนุษย์ชอบทำกัน  ทรงชี้ การเข้าหาของพระเจ้าทำให้หลายคนประหลาดใจว่าทำไมพระองค์ทำแบบนั้น แต่นี่คือความประหลาดใจที่มุ่งหวังให้คนบาปเปลี่ยนแปลงตัวเองในทางที่ดีขึ้น  ทรงขอคำภาวนาสำหรับผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในเมืองนอร์ชา ทางตอนกลางของอิตาลี และขอคำภาวนาสำหรับการเสด็จเยือนเมืองลุนด์ ประเทศสวีเดน เพื่อร่วมงานรำลึกการปฏิรูปคริสตศาสนาของนิกายโปรเตสแตนท์ ช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงออกมานำสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน พระวรสารวันนี้เป็นเหตุการณ์ที่พระเยซูทรงพบ "ซักเคียส" หัวหน้าคนเก็บภาษีซึ่งถูกชาวยิวเรียกว่าเป็น "คนบาป" ซักเคียสทูลพระเยซูว่า "ข้าพเจ้าจะยกสมบัติครึ่งหนึ่งให้คนจน และถ้าโกงใครมา จะคืนให้เขาสี่เท่า" พระสันตะปาปาทรงเทศน์แบ่งปันว่า - เราสามารถจินตนาการถึงความประ

โป๊ปฟรังซิส: "คริสตชนคือสิ่งปลูกสร้างที่มีเสาหลักคือพระเยซู"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงสอน คริสตชนคือสิ่งปลูกสร้างที่มีเสาหลักคือพระเยซู พระองค์ทรงภาวนาเพื่อเรา นี่คือหลักประกันอันมั่นคงว่าเราจะปลอดภัย ช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงถวายมิสซาเช้าในวัดน้อยประจำหอพักซางตา มาร์ธา พระวรสารวันนี้ เป็นเหตุการณ์ที่พระเยซูทรงใช้เวลาทั้งคืนเพื่อสวดภาวนา ก่อนวันรุ่งขึ้น พระองค์ได้เลือกอัครสาวก 12 คนให้มาติดตามพระองค์ พระสันตะปาปาทรงเทศน์แบ่งปันว่า - พระเยซูทรงขึ้นไปบนภูเขาเพื่อภาวนาทั้งคืนต่อพระเจ้า จากนั้น สิ่งต่างๆ ก็ตามมา ทั้งศิษย์และประชาชนที่ติดตามพระองค์ บรรดาสาวกได้รักษาคนป่วยและขับไล่ปีศาจ ใช่แล้ว ทุกสิ่งเกิดขึ้นจากเสาหลักก็คือพระเยซูผู้ทรงภาวนา พระองค์ยังคงภาวนเพื่อพระศาสนจักรและเราทุกคน จริงอยู่ที่เราสวดขอพระเยซู แต่แก่นแท้คือพระองค์ต่างหากที่กำลังภาวนาเพื่อเรา - การที่พระเยซูทรงภาวนาเพื่อเราถือเป็นหลักประกันของเราทุกคน นี่คือรากฐานของสิ่งต่างๆ เราแต่ละคนสามารถพูดได้เลยว่า เราปลอดภัยเพราะพระเยซูทรงภาวนาให้เรา พระองค์อยู่ต่อหน้าพระพักตร์พระบิดาและสวดให้เรา - อีกหนึ่งตัวอย่างที่พระเยซูทรงภาวนาเพื่อพวกเราก็

โป๊ปฟรังซิส: "ทุกวันนี้พระเจ้าทรงร้องไห้ให้กับมนุษย์ที่ไม่เข้าใจเรื่องสันติภาพ"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงย้ำ ทุกวันนี้พระเจ้าทรงร้องไห้ให้กับมนุษย์ที่ไม่เข้าใจเรื่องสันติภาพที่พระองค์มอบให้ เหมือนในอดีตที่พระเยซูทรงร้องไห้ให้กับกรุงเยรูซาเล็มที่ฆ่าประกาศที่พระเจ้าส่งมา ช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงถวายมิสซาเช้าในวัดน้อยประจำหอพักซางตา มาร์ธา พระวรสารวันนี้ ฟาริสีบางคนมาบอกพระเยซูว่า "ท่านจงออกจากที่นี่เถิด เพราะกษัตริย์เฮร็อดต้องการฆ่าท่าน" สิ่งนี้ได้ทำให้พระเยซูทรงมองดูกรุงเยรูซาเล็ม แล้วร้องไห้ เพราะเมืองนี้ฆ่าประกาศกที่พระเจ้าทรงส่งมาหลายคนแล้ว พระสันตะปาปาทรงเทศน์แบ่งปันว่า - บางคนพูดว่า พระเจ้าทรงรับสภาพมนุษย์เพื่อที่พระองค์จะสามารถร้องไห้ให้กับสิ่งที่ลูกของพระองค์ได้ทำ เช่น ตอนที่พระเยซูทรงร้องไห้หน้าหลุมศพของลาซารัส ทำนองเดียวกัน เราสามารถเห็นการแสดงออกของพ่อในเรื่องลูกล้างผลาญ พ่อคนนั้นไม่เคยเที่ยวไปพูดกับเพื่อนบ้านเลยว่า 'ดูสิ่งที่ลูกคนนี้ทำกับเราซิ เราขอสาปแช่งมัน' ไม่เลย พ่อคนนั้นไม่ทำแบนั้น สิ่งที่เขาทำ อาจเป็นไปได้ว่า เขาอาจไปร้องไห้คนเดียวในห้องนอนก็ได้ - พระวรสารเรื่องลูกล้างผลาญบอกเร

โป๊ปฟรังซิสเล่าเรื่อง "คนขับแท็กซี่กลับใจ" หลังตอนแรกไม่อยากรับผู้ลี้ภัยไปจาริกที่ประตูศักดิ์สิทธิ์

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงเล่าเรื่องคนขับแท็กซี่ที่ตอนแรกไม่เต็มใจรับผู้ลี้ภัยตัวเหม็นขึ้นรถไปวาติกัน เพื่อไปจาริกผ่านประตูศักดิ์สิทธิ์ แต่พอฟังเรื่องราวของผู้ลี้ภัย เขากลับใจและไม่เก็บค่าโดยสาร เพราะประสบการณ์เลวร้ายเปลี่ยนความคิดของเขามากทีเดียว  ทรงแบ่งปัน เรื่องผู้ลี้ภัยตัวเหม็นจะกลายเป็นน้ำหอมให้จิตวิญญาณของเราได้ แรกๆ เราอาจไม่เต็มใจช่วย แต่พอได้สัมผัสประสบการณ์เลวร้ายแบบนั้น เราจะสำนึกและรู้สึกเป็นทุกข์ไปกับเขาทันที  ทรงย้ำ ทางแก้วิกฤติผู้ลี้ภัยคือเราต้องสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันกับผู้ลี้ภัย อย่ากีดกันใครเด็ดขาด  ทรงขอร้อง คาทอลิกต้องสวดสายประคำสม่ำเสมอ ไม่ใช่สวดแค่เดือนตุลาคมอย่างเดียว เพียงเพราะนี่เป็นเดือนแม่พระแห่งสายประคำ ช่วงสายวันพุธที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงออกมาพบปะและเทศน์สอนสัตบุรุษระหว่างการเข้าเฝ้าทั่วไป ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน วันนี้ พระสันตะปาปาทรงแบ่งปันเรื่องงานแห่งความเมตตา ซึ่งได้แก่ การต้อนรับผู้ลี้ภัยที่เป็นคนแปลกหน้าและไม่มีเสื้อผ้าสวมใส่ พระสันตะปาปาตรัสว่า - ยุคนี้ วิกฤติเศรษฐกิจที่เรากำลังเผชิญได้เป็นตัวกระตุ้

โป๊ปฟรังซิส: "อาณาจักรสวรรค์เติบใหญ่ด้วยการนบนอบต่อพระจิต ไม่ได้โตเพราะแผนผังองค์กร"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงสอน พระอาณาจักรของพระเจ้าเติบโตด้วยการที่เรานบนอบเชื่อฟังพระจิต พระอาณาจักรของพระเจ้าไม่ได้เติบใหญ่ด้วยแผนผังองค์กร (Organisation Chart) ที่ถูกวางโครงสร้างไว้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทรงย้ำ จงอย่าคิดว่า ใครก็ตามที่ไม่มีชื่ออยู่ในแผนผังองค์กร แล้วจะไม่ได้เข้าสวรรค์  ทรงเตือนสติ ถ้าเราไม่นบนอบและเอาแต่ทำตามใจตัวเอง พระอาณาจักรของพระเจ้าจะไม่เติบโต และเราก็จะไม่เติบโตด้วย ช่วงเช้าวันอังคารที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงถวายมิสซาเช้าในวัดน้อยประจำหอพักซางตา มาร์ธา พระวรสารวันนี้ พระเยซูทรงสอนเรื่องพระอาณาจักรของพระเจ้าที่เป็นเหมือนเมล็ดมัสตาร์ดที่ชายคนหนึ่งทิ้งไว้ในสวน จนเติบใหญ่ให้ร่มเงาและนกในอากาศก็มาทำรังได้ และยังเป็นเหมือนเชื้อแป้งที่หญิงคนหนึ่งนำมาผสมกับแป้งสามถังจนฟูขึ้นมาหมด พระสันตะปาปาทรงเทศน์สอนว่า - ในความคิดของเรา พระอาณาจักรของพระเจ้าคือสิ่งใด อืม บางคนอาจคิดว่าพระอาณาจักรของพระเจ้าคือโครงสร้างที่ถูกสร้างขึ้นอย่างดี ทุกสิ่งเป็นระเบียบแบบแผน และแผนผังองค์กรถูกวางไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ใครก็ตามที่ไม่ได้เข้ามาในแผนผังองค์กร ก็ไม่สามารถ

โป๊ปฟรังซิส: "ประกาศข่าวดี อย่าทำหน้าเศร้า & อย่าทำดีเพื่อหวังตำแหน่งใหญ่โตจากการเป็นสงฆ์"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงสอน เวลาประกาศข่าวดี อย่าทำหน้าเศร้า เพราะข่าวดีคือความชื่นชมยินดีที่มาจากใจและนี่คือเครื่องบ่งชี้ถึงพระหรรษทานและความรักที่เราได้รับ  ทรงย้ำ ความเมตตาไม่ใช่คำพูดเลื่อนลอยจับต้องไม่ได้ แต่มันต้องเป็นสไตล์การดำเนินชีวิตของสงฆ์เยสุอิต เหมือนที่พระเจ้ามองเราด้วยความเมตตาและเลือกเราให้ติดตามพระองค์  ทรงเตือนสติ จงรับใช้ความตั้งใจดี แต่ต้องแยะแยกให้ได้ว่า อย่าทำดีเพื่อหวังความก้าวหน้าและตำแหน่งใหญ่โตจากการเป็นพระสงฆ์ ช่วงสายวันจันทร์ที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส เสด็จไปยังศูนย์กลางของคณะเยสุอิต เพื่อพบปะกับผู้เข้าร่วมการประชุมสมัชชาคณะ ครั้งที่ 36 ซึ่งได้เลือก "คุณพ่ออาร์ตูโร่ โซซ่า" เป็นมหาอธิการเจ้าคณะเยสุอิตคนใหม่ การเสด็จมาครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์อีกครั้ง เพราะตามธรรมเนียม สมาชิกเยสุอิตที่ร่วมสมัชชา จะเดินไปเข้าเฝ้าพระสันตะปาปา แต่ครั้งนี้ พระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงทำสิ่งที่กลับกัน นั่นคือทรงมาหาพวกเขาถึงที่เลยทีเดียว ในส่วนพระดำรัสที่พระสันตะปาปาองค์แรกในประวัติศาสตร์พระศาสนจักรคาทอลิกที่มาจากคณะเยสุอิต ตรัสกับชาวเยสุอิต

โป๊ปฟรังซิส: "ความไม่ยืดหยุ่นทำให้เรามีชีวิต 2 ด้าน ภายนอกดูดี ภายในเป็นคนหน้าซื่อใจคด"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงสอน การเป็นคนไม่ยืดหยุ่นจะทำให้เรามีชีวิต 2 ด้าน ด้านหนึ่งเราจะดูดีที่ปฏิบัติตามกฏอย่างเคร่งครัด แต่อีกด้าน เราจะเป็นพวกหน้าซื่อใจคดที่หลงตัวเองคิดว่าเราคือผู้ชอบธรรม แต่กลับไม่รู้จักการให้อภัยคนทำผิดที่สำนึกกลับใจ  ทรงยกตัวอย่าง พี่ชายคนโตในอุปมาเรื่องลูกล้างผลาญ เป็นตัวอย่างชัดเจนมาก เขาทำตัวอยู่ในกฏระเบียบตลอด แต่เมื่อพ่อชื่นชมยินดีที่น้องคนเล็กสำนึกผิดกลับใจจากชีวิตล้างผลาญ พี่คนโตกลับโกรธพ่อว่าให้อภัยน้องได้อย่างไร  ทรงย้ำ กฎไม่ได้มีขึ้น เพื่อให้เราตกเป็นทาสของมัน แต่มันมีเพื่อทำให้เราเป็นอิสระและทำให้เราได้เป็นลูกของพระเจ้า ช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงถวายมิสซาเช้าในวัดน้อยประจำหอพักซางตา มาร์ธา พระวรสารวันนี้เป็นเหตุการณ์ที่้เกิดในวันสับบาโต พระเยซูทรงเทศน์สอนในศาลาธรรม และทรงรักษาสตรีคนหนึ่งที่ป่วยมา 18 ปีด้วยโรคหลังค่อม สิ่งนี้ทำให้หัวหน้าศาลาธรรมไม่พอใจและพูดตำหนิพระองค์ที่รักษาคนป่วยในวันสับบาโต พระสันตะปาปาทรงเทศน์สอนให้ข้อคิดว่า - พระวรสารวันนี้ บอกเราว่า สิ่งที่พระเยซูทรงทำได้สร้างความเดือดดาลให้กับหั

โป๊ปฟรังซิส: "การประกาศข่าวดีเรียกร้องความกล้า แต่ความกล้าไม่การันตีว่างานต้องสำเร็จ"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงแบ่งปัน การประกาศข่าวดีเรียกร้องความกล้าจากคาทอลิกทุกคน  อย่างไรก็ตาม ความกล้านี้ไม่การันตีว่า ประกาศข่าวดีแล้ว คนอื่นต้องเปลี่ยนศาสนา ไม่การันตีว่าพันธกิจจะสำเร็จ  แต่ความกล้านี้เรียกร้องเราให้เป็นทางเลือกให้กับโลก ความกล้านี้เรียกร้องเราว่า อย่าเป็นคนเถียงทุกอย่างหรือก้าวร้าว แต่จงเป็นคนกล้าแย้งกับความสงสัยที่มีต่อพระเจ้า ช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงออกมานำสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน ความพิเศษของวันนี้ พระศาสนจักรคาทอลิกกำหนดให้เป็นวันแพร่ธรรมสากล โอกาสนี้ พระสันตะปาปาทรงกล่าวแบ่งปันว่า - ยุคนี้คือช่วงเวลาของพันธกิจประกาศข่าวดีและนี่คือเวลาของความกล้า กล่าวคือ กล้าที่จะแสวงหาความยินดีของการได้ใช้ชีวิตเพื่อพระวรสารอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ความกล้าหาญไม่สามารถการันตีชัยชนะ เพราะความกล้าไม่ได้หมายความว่าเรามีความมั่นใจในความสำเร็จ ความกล้าเรียกร้องให้เราลุกขึ้นสู้ แต่มันไม่ได้หมายความว่าเราจะชนะ แน่นอน ความกล้าเรียกร้องให้เราลุกขึ้นประกาศข่าวดี แต่ไม่จำเป็นที่จะต้องเกิดการเปลี่ยนศาสนา -

โป๊ปฟรังซิส: "เวลาพูดจากับคนอื่น เราชอบพูดแทรกและชักจูงว่าเราถูกเสมอใช่หรือไม่"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงสอน การพูดจากันต้องมีเวลาเงียบบ้างเพื่อรับฟังคนอื่น  ลองถามตัวเองซิว่า เวลาพูดกับคนอื่น เราชอบพูดแทรกและโน้มน้าวคนอื่นว่าเหตุผลของเราถูกเสมอใช่หรือไม่  นอกจากนี้ ลองถามตัวเองว่า เราเคยเตรียมตัวฟังคนอื่นพูดบ้างไหม  ทรงชี้ โลกจะน่าอยู่ขึ้นเยอะ ถ้าเราพูดกันด้วยความสุภาพ แทนที่จะตะโกนใส่กัน ช่วงสายวันเสาร์ที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงออกมาพบปะและเทศน์สอนสัตบุรุษในการเข้าเฝ้าทั่วไป โอกาสพิเศษปีศักดิ์สิทธิ์แห่งเมตตาธรรม ความพิเศษอีกอย่างของวันนี้คือตรงกับวันระลึกถึง "นักบุญจอห์น ปอล ที่ 2" อีกด้วย สำหรับบทเทศน์สอนในวันนี้ พระสันตะปาปาตรัสว่า - การพูดจากันช่วยให้เรารู้จักตัวเองและช่วยให้เราเข้าใจความต้องการของคนอื่น ทั้งสองอย่าง (การรู้จักตัวเองและเข้าใจความต้องการของคนอื่น) คือเครื่องหมายของความเคารพและความรัก มันทำให้เราเห็นคนอื่นเป็นของขวัญจากพระเจ้าที่มีต่อเรา - สิ่งหนึ่งที่พ่ออยากให้เราหยุดคิด บ่อยครั้งแค่ไหนเวลาเราพบคนอื่น เราไม่ได้เตรียมตัวฟังเขาพูดใช่ไหม แทนที่จะฟัง เราเอาแต่พูดแทรกขัดจังหวะและโน้มน้าวคนอื่นว่าเหตุผลของเร