Posts

Showing posts with the label สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรานซิส

โป๊ปฟรานซิสจะเริ่มคุมอาหารเพื่อรักษาอาการปวดสะโพกร้าวลงขา

Image
ฟรานเชสโก้ กราน่า นักข่าวสายวาติกันจาก "อิล ฟัตโต้ โกติดีอาโน่" รายงานว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส จะเริ่มการคุมอาหาร ลดน้ำหนักตัวลงให้ได้ 7-8 กิโลกรัม เพื่อจะได้ไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัดอาการปวดสะโพกร้าวลงขา (Sciatica) ซึ่งเป็นอาการที่หยุดยั้งพระองค์จากการปฏิบัติพันธกิจอย่างต่อเนื่อง พระสันตะปาปานั่งกล่าวให้โอวาทกับสมาชิกโรมัน โรต้า/ Photo: Vatican Media การเจ็บป่วยดังกล่าว เริ่มกลับมาหาพระสันตะปาปาอีกครั้งในวันที่ 31 ธันวาคม 2020 ทำให้พระองค์ไม่สามารถเป็นประธานการสวดทำวัตรเย็นโมทนาคุณพระเจ้าโอกาสปิดปี 2020 และล่าสุด พระสันตะปาปาก็มีอาการปวดอีกครั้ง ทำให้ไม่สามารถเป็นประธานในการภาวนาเพื่อเอกภาพคริสตชนด้วย สำหรับต้นทางของข่าวนี้ มาจาก "คุณพ่ออันโตนิโอ เปลาโย่" สงฆ์และนักข่าวสายวาติกันของ "บีด้า นูเอบา" (Vida Nueva) ซึ่งทาง ฟรานเชสโก้ กราน่า ซึ่งเป็นนักข่าวที่รู้จัก "วงใน" ค่อนข้างมาก ก็ยืนยันข่าวนี้ด้วยว่าเป็นความจริง และพระสันตะปาปาต้องลดน้ำหนัก 7-8 กิโลกรัม เพื่อจะได้ไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัด อนึ่ง ในการต้อนรับสมาชิกของสมณศาลโรมัน โรต้า ที่มาเข้าเ

ปีนี้ไม่มีพิธีล้างบาปเด็กทารกโอกาสฉลองพระเยซูทรงรับพิธีล้าง

Image
Photo: Vatican Media วาติกันแจ้งยืนยันว่า ปีนี้ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส จะไม่โปรดศีลล้างบาปให้กับบรรดาทารกโอกาสวันฉลองพระเยซูทรงรับพิธีล้าง ตามปกติแล้ว พระสันตะปาปาจะโปรดศีลล้างบาปให้บรรดาทารกเป็นประจำทุกปีในวันฉลองดังกล่าว แต่ปีนี้ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังพุ่งสูงในอิตาลี การโปรดศีลล้างบาปจึงยกเลิกไป บรรดาทารกเหล่านี้จะไปรับพิธีโปรดศีลล้างบาปจากวัดที่ครอบครัวของตนสังกัดแทน

สรุปสิ่งที่โป๊ปฟรานซิสตรัสหลังนำสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว 3 ม.ค. 2021

Image
หลังการสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงกล่าวทักทายโอกาสวันปีใหม่ต่อคริสตชนทั่วโลกอีกครั้ง ใจความสำคัญมีดังต่อไปนี้ Photo: Vatican Media 1) พระสันตะปาปาขอส่งความปรารถนาดีมายังทุกคนโอกาสปีใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น เราคริสตชนรู้ว่าทุกอย่างจะดีขึ้นด้วยความช่วยเหลือของพระเจ้า ถ้าหากเราร่วมมือกันทำสิ่งดีและให้คนที่อ่อนแอที่สุดและเสียประโยชน์ที่สุดเป็นศูนย์กลางของงานนี้ 2) เราไม่รู้หรอกว่าปี 2021 จะเอาอะไรมาให้เราบ้าง แต่สิ่งที่เราแต่ละคนสามารถทำได้ก็คืออุทิศตนให้กับการดูแลเอาใจใส่กันและกัน ดูแลสิ่งสร้างของพระเจ้า ดูแลบ้านของเรา 3) พระสันตะปาปายังแบ่งปันด้วยว่า พระองค์เศร้าใจที่อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์และพบว่า มีบางคน(ในยุโรป) ไม่สนใจกฏล็อกดาวน์และเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน โดยไม่คำนึงถึงคนอื่นที่ต้องรับเคราะห์จากการกระทำเช่นนี้ในช่วงโรคระบาด 4) พระสันตะปาปาทรงให้กำลังใจเป็นพิเศษต่อคนที่เริ่มต้นปีใหม่ด้วยความยากลำบากอย่างแสนสาหัส อาทิ คนป่วย คนตกงาน และคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์โดนกดขี่ข่มเหง 5) สุดท้าย พระสันตะปาปาทรงขอร่วมใจยินดีไปกับครอบครัวที่กำลั

โป๊ปฟรานซิส: ร่างกายกำลังจะได้วัคซีน หัวใจก็ต้องได้วัคซีนเพื่อให้เราห่วงใยคนอื่นด้วย

Image
มิสซาวันสมโภชพระนางมารีอา พระมารดาของพระเจ้า (มิสซาวันปีใหม่และวันสันติภาพสากล) เมื่อช่วงสายวันที่ 1 มกราคมที่่ผ่านมา คาร์ดินัลปิเอโตร ปาโรลิน เป็นประธานในพิธีแทนสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เพราะอย่างที่ทราบกัน พระองค์ทรงมีอาการเจ็บสะโพกร้าวลงขา (Sciatica)" มิสซานี้ คาร์ดินัลปาโรลิน ได้อ่านบทเทศน์ที่พระสันตะปาปาเตรียมไว้ให้ผู้ร่วมพิธีฟัง พระสันตะปาปาเน้นสิ่งสำคัญ 3 อย่าง คือ "การอวยพร การบังเกิด และการพบ" ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ 1) การอวยพร - บทอ่านแรกจากหนังสือกันดารวิถี พระเจ้าสั่งโมเสส ให้บอกอาโรนและบรรดาบุตรว่า "ท่านทั้งหลายจะต้องอวยพรชาวอิสราเอล" พระสันตะปาปาบอกว่า "นี่คือคำขอร้องที่ระบุอย่างชัดเจน" ในเทศกาลคริสต์มาส เราได้รับไม่ใช่แค่คำอวยพร แต่ยังได้รับพระพรด้วย พระเยซูคือพระพรของพระบิดา ดังนั้น พวกเราถูกเรียกมาเพื่ออวยพรผู้คน พูดแต่เรื่องดีๆ ถึงคนอื่น ถึงสังคม และถึงตัวเราเอง เฉพาะอย่างยิ่งในโลกที่เต็มไปด้วย "มลพิษ" ของการพูดและคิดแต่เรื่องแย่ๆ 2) การบังเกิด - บทอ่านที่สองจากจดหมายนักบุญเปาโลถึงชาวกาลาเทีย เขียนว่า "พระเจ้าทรงส่งพร

โป๊ปฟรานซิส: การระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดความเห็นอกเห็นใจในสังคม

Image
อย่างที่ทราบกันว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงมีอาการ "ปวดสะโพกร้าวลงขา (Sciatica)" ทำให้พระองค์ไม่สามารถนำสวดทำวัตรเย็นและโมทนาคุณพระเจ้าโอกาสสิ้นปี 2020 และเป็นประธานในพิธีมิสซาสมโภชพระนางมารีอาพระชนนีของพระเจ้า (มิสซาวันปีใหม่ 2021) คาร์ดินัลเร เป็นประธานแทนพระสันตะปาปา/ Photo: Vatican Media เมื่อเป็นเช่นนี้ คาร์ดินัลโจวานนี่ บัตติสต้า เร จึงเป็นประธานแทนพระสันตะปาปาในการสวดทำวัตรเย็นและโมทนาคุณพระเจ้าโอกาสสิ้นปี 2020 พิธีดังกล่าว คาร์ดินัลเร ได้อ่านบทเทศน์ที่พระสันตะปาปาเตรียมไว้ โดยใจความสำคัญมีดังนี้ 1) ในบทเทศน์ที่เตรียมไว้ พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการคิดถึงบรรดาครอบครัวต่างๆ ที่ต้องสูญเสียสมาชิกไป คิดถึงผู้ป่วย ผู้ที่ต้องทนทุกข์จากความโดดเดี่ยว และผู้ที่ตกงานอันเนื่องมาจากโรคโควิด-19 2) พระสันตะปาปาบอกว่า "บางคนอาจถามว่า 'เหตุการณ์ร้ายๆ เช่นนี้หมายความว่าอย่างไร'" เวลาเจอคำถามแรงๆ แบบนี้ พระสันตะปาปาบอกว่า "เราต้องอย่ารีบเร่งไปตอบมัน" เพราะบางครั้งมันยากที่จะหาคำตอบให้เรื่องแบบนี้ 3) พระสันตะปาปายกตัวอย่างเหตุการณ์ชาวสะมาเรียผู้ใจดีมาแบ่งป

โป๊ปฟรานซิสมีอาการปวดสะโพกร้าวลงขา จึงไม่ได้นำสวดทำวัตรเย็นปิดปี 2020 และถวายมิสซาวันปีใหม่

Image
มัตเตโอ บรูนี่ ผู้อำนวยการศูนย์ข่าววาติกัน แถลงข่าวช่วงเที่ยงวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมาว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงมีอาการ "ปวดสะโพกร้าวลงขา (Sciatica)" ทำให้พระองค์ไม่สามารถนำสวดทำวัตรเย็นและโมทนาคุณพระเจ้าโอกาสสิ้นปี 2020 และเป็นประธานในพิธีมิสซาสมโภชพระนางมารีอาพระชนนีของพระเจ้า (มิสซาวันปีใหม่ 2021) อย่างไรก็ตาม พระสันตะปาปาจะยังออกมานำสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว ตอนเที่ยงวันที่ 1 มกราคม 2021 เช่นเดิม สำหรับพิธีสวดทำวัตรเย็นและโมทนาคุณพระเจ้าโอกาสสิ้นปี 2020 คาร์ดินัลโจวานนี่ บัตติสต้า เร จะเป็นประธานแทนพระสันตะปาปา ส่วนมิสซาสมโภชพระนางมารีอาพระชนนีของพระเจ้า คาร์ดินัลปิเอโตร ปาโรลิน จะเป็นประธานแทนพระสันตะปาปา

โป๊ปฟรานซิสขอร้องคริสตชน "อย่าลืมขอบคุณพระเจ้า"

Image
วันพุธที่ 30 ธันวาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงเทศน์สอนในการเข้าเฝ้าทั่วไปจากห้องสมุดส่วนพระองค์ ใจความสำคัญของการเทศน์สอน มี 3 ประเด็น ไปติดตามกันได้เลย Photo: Vatican Media 1) พระสันตะปาปาแบ่งปันเหตุการณ์ที่พระเยซูทรงรักษาคนโรคเรื้อน 10 คน แต่มีเพียง 1 คนเท่านั้นที่กลับมาขอบคุณพระเยซูด้วยความสำนึก พระสันตะปาปาแบ่งปันว่า เหตุการณ์นี้แบ่งโลกออกเป็นสองส่วน หนึ่งคือคนที่ไม่ขอบคุณพระเจ้า คนที่ทำราวกับว่าทุกอย่างมาจากตัวเขาเอง สองคือคนที่ขอบคุณพระเจ้า คนที่น้อมรับทุกสิ่งที่เกิดเป็นเหมือนของขวัญและพระหรรษทานจากพระองค์ 2) พระสันตะปาปาย้ำว่า การภาวนาขอบคุณพระเจ้ามักจะเริ่มด้วยการตระหนักถึงพระหรรษทานที่พระเจ้ามีต่อเรา ถ้าเรามีมุมมองต่อชีวิตเช่นนี้ คำขอบคุณจะเป็นแรงจับเคลื่อนในแต่ละวันให้เรา 3) จากเหตุการณ์ในพระวรสารที่มีคนโรคเรื้อน 1 คนเท่านั้นที่กลับมาขอบคุณพระเยซู พระสันตะปาปาจึงขอร้องคริสตชนทุกคนว่า ขอให้รักษาความชื่นชมยินดีที่ได้พบกับพระเยซูอยู่เสมอ ที่สำคัญ จงอย่าลืมขอบคุณพระเจ้า ถ้าเราเป็นคนรู้จักสำนึกบุญคุณ โลกจะดีกว่านี้ แม้มันจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่มันก็เพียงพอที่จะส่งมอบ

โป๊ปฟรานซิสประกาศปีเพื่อศึกษาเนื้อหาสาส์นเตือนใจ Amoris laetitia

Image
ในการสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงประกาศปีเพื่อศึกษาเนื้อหาในสาส์นเตือนใจ Amoris laetitia (ความชื่นชมยินดีในความรัก) พระองค์ต้องการให้ศาสนจักรคาทอลิกทั่วโลกศึกษาเนื้อหาในสาส์นเตือนใจนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น  Photo: Vatican Media ประเด็นสำคัญของการประกาศนี้เป็นอย่างไร เรามาติดตามกัน 1) วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม โอกาสวันฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ พระสันตะปาปาทรงกล่าวว่า "ทุกครอบครัวมีปัญหาของตัวเอง เพราะเราเป็นมนุษย์ เพราะเราอ่อนแอ เราจึงโต้เถียงกันในครอบครัว ถ้าเราเปิดศึกในครอบครัว จงอย่าให้วันนั้นผ่านไปโดยไม่คืนดีกัน" 2) พระสันตะปาปาแนะนำว่า มี 3 คำที่ควรเป็นคำสามัญประจำครอบครัว นั่นคือ "ได้โปรด, ขอบคุณ และขอโทษ" (Please, Thank you and I'm sorry) ถ้าสามคำนี้ปรากฏในครอบครัว ครอบครัวนั้นจะสุขภาพดี 3) ย้อนกลับเมื่อเกือบ 5 ปีที่แล้ว วันสมโภชนักบุญโจเซฟ (19 มีนาคม 2016) พระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงลงนามในสาส์นเตือนใจ Amoris laetitia มาวันนี้โอกาสฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ พระสันตะปาปาทรงประกาศว่า ปี 2021 จะเป็นปีแห่งการไต

สรุปสาระสำคัญจากการประทานพรแด่โรมและโลก (Urbi et Orbi)

Image
 ช่วงเที่ยงวันศุกร์ที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงเป็นประธานในการประทานพรแด่โรมและโลก (Urbi et Orbi) จากโถงในมหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน ปีนี้ พระสันตะปาปาไม่ได้ประทานพรจากบนระเบียงมหาวิหาร เนื่องจากอิตาลีประกาศล็อกดาวน์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วยเหตุนี้ ลานหน้ามหาวิหานักบุญเปโตรจึงปิดไม่ให้คนมาร่วมพิธี Photo: Vatican Media สำหรับสาระสำคัญที่พระสันตะปาปาตรัสก่อนประทานพรนั้น ผมสรุปมาให้ 4 ประเด็น ดังต่อไปนี้ 1) พระสันตะปาปาตรัสว่า การเกิดคือบ่อเกิดของความหวังอยู่เสมอ นี่คือชีวิตที่เจริญเติบโต นี่คือคำมั่นสัญญาของอนาคต ยิ่งไปกว่านั้น พระกุมารเยซูได้บังเกิดมา "เพื่อเรา": "เพื่อเรา" แบบไม่มีขอบเขต ไม่มีสิทธิพิเศษ หรือการกีดกันใครทั้งนั้น หรือพูดง่ายๆ ว่า เราทุกคนคือ "พี่น้องกัน" 2) พระสันตะปาปาทรงย้ำว่า เราต้องอย่ายอมให้ความรู้สึกชาตินิยมในรูปแบบต่างๆ เข้ามาใกล้และมาสกัดกั้นเราจากการดำเนินชีวิตเฉกเช่นครอบครัวที่แท้จริง เราต้องอย่ายอมให้ไวรัสการเห็นแก่ประโยชน์ของตัวเองแต่เพียงผู้เดียว มาพรากสิ่งดีไปจากเราและทำให้เราเฉยชาต่

ผลตรวจโควิด-19 ของโป๊ปฟรานซิสเป็น "ลบ" หลัง 2 คาร์ดินัลในวาติกันติดเชื้อ

Image
เย็นวันพุธที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา วาติกัน แจ้งผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ของสมเด็จพระสันตะปาปา ฟรานซิส ว่าผลเป็นลบ (ไม่พบเชื้อ) CNS photo/Paul Haring โดยพระสันตะปาปาทรงเข้ารับการตรวจเชื้อเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. ภายหลังคาร์ดินัลคอนราด ครายิวสกี้ นักสังคมสงเคราะห์ส่วนพระองค์ และ คาร์ดินัล จูเซ็ปเป้ แบร์เตลโล่ สมณมนตรีฝ่ายบริหารนครรัฐวาติกัน ต่างติดเชื้อโควิด-19 ทั้งสองคน ในส่วนของคาร์ดินัลครายิวสกี้ เพิ่งเข้าเฝ้าพระสันตะปาปาไปเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ทำให้วาติกันต้องตรวจหาเชื้อให้พระสันตะปาปาทันที และผลตรวจของพระองค์ออกมาเป็นลบ

สรุปประเด็นหลักที่โป๊ปฟรานซิสตรัสกับโรมันคูเรีย โอกาสคริสต์มาส 2020

Image
สรุปประเด็นหลักที่โป๊ปฟรานซิสตรัสกับโรมันคูเรีย โอกาสคริสต์มาส 2020 เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2020 Photo: Vatican Media 1) พระสันตะปาปาตรัสว่า นี่คือคริสต์มาสในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 วิกฤตินี้ทำร้ายคนทั้งโลกแบบไม่มีแบ่งแยกชนชั้น การระบาดของโรคโควิด-19 เป็นช่วงเวลาของการทดลองและทดสอบ และยังเป็นโอกาสสำคัญสำหรับการกลับใจด้วย 2) การไตร่ตรองเรื่องวิกฤติ (Crisis) ย้ำเตือนเราว่า อย่าด่วนตัดสินพระศาสนจักรเร็วเกินไปในเรื่องวิกฤติที่เกิดจากความเสื่อมเสียทั้งในอดีตและปัจจุบัน ความแตกต่างเดียวก็คือปัญหาจะจบลงตามหน้าหนังสือพิมพ์แบบด่วนๆ ขณะที่เครื่องหมายแห่งความหวังจะเป็นข่าวแบบช้าๆ ดังนั้น เราต้องรวบรวมความกล้าและความสุภาพถ่อมตนที่จะยอมรับว่า ช่วงเวลาวิกฤติคือช่วงเวลาของพระจิตจะทำงาน พระสันตะปาปายกตัวอย่างในพระคัมภีร์หลายตอน หนึ่งในนั้นคือวิกฤติที่เกิดกับ จอห์น บัปติสตา ตอนที่ถูกจองจำในคุก จอห์นเริ่มสงสัยว่าพระเยซูเป็นพระเมสซิยาห์จริงหรือเปล่า (มธ 11:2-6) เพราะภาพลักษณ์ของพระเมสซิยาห์ในความคิดของจอห์น กับสิ่งที่พระเยซูปฏิบัตินั้น มันขัดกันสิ้นเชิง 3) จบจากวิกฤติ ก็เป็น "ความขัดแย้ง" (Co

โป๊ปฟรานซิส: คริสต์มาสปีนี้คือโอกาสให้เราช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ใช่ต่อว่าโรคระบาด

Image
การสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว 20 ธ.ค. 2020 - สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงแบ่งปันพระวรสารตอนที่ทูตสวรรค์กาเบรียลมาแจ้งข่าวแก่แม่พระว่า ท่านจะตั้งครรภ์และต้องเป็นมารดาของพระเจ้า พระสันตะปาปาชี้ให้เห็นว่า ตอนที่แม่พระทราบเรื่องนี้ แม่พระต้องตัดสินใจครั้งสำคัญว่าจะตอบ YES หรือ No การตอบ Yes จัดว่าเสี่ยงมาก เพราะอย่างที่รู้กันว่าแม่พระยังหมั้นอยู่กับนักบุญโจเซฟ ถ้าถูกจับได้ว่าตั้งครรภ์ก่อนแต่งงาน จะอับอายและเจอบทลงโทษอย่างมาก ถ้าตอบปฏิเสธ (No) มันก็ง่ายกับแม่พระ เพราะนี่คือการเลือกใช้ชีวิตตามปกติต่อไป อย่างที่ทราบกัน แม่พระตอบ Yes (ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาจาของท่านเถิดด้วย) นี่คือการตอบ Yes ด้วยการให้พระเจ้ามาเป็นอันดับแรก ตอบ Yes แบบหนักแน่นและไม่มีเงื่อนไข ตัดกลับมาที่ตัวเราบ้าง พระสันตะปาปาบอกว่า หลายครั้งเหลือเกินที่เราสร้างเงื่อนไขกับพระเจ้า ชอบผลัดวันประกันพรุ่ง ไม่เว้นแม้แต่ชีวิตฝ่ายจิต เราก็ชอบผลัดวันไปเรื่อย ตัวอย่างชัดๆ เรารู้ว่าการสวดภาวนาเป็นเรื่องดี แต่เราก็อ้างว่า "ไม่มีเวลา พรุ่งนี้ค่อยสวดละกัน" สิ่งสุดท้ายที่พระสันตะปาปาต้องการให้เราดูตัวอย่างจากแม่พระคือ "การต

โป๊ปฟรานซิส "วัฒนธรรมแห่งความสุขสบายทำให้เราคิดถึงแต่ตัวเอง"

Image
โป๊ปฟรานซิสถวายมิสซาวันที่ 8 กรกฏาคม 2020/ Photo: Vatican Media ใจความสำคัญจากบทเทศน์มิสซาที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสถวาย ประจำวันที่ 8 กรกฏาคม 2020  มิสซานี้วันนี้ยังเป็นโอกาสพิเศษครบ 7 ปีที่พระสันตะปาปาฟรานซิสเสด็จเยือน "ลัมเปดูซ่า ประเทศอิตาลี" เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจบรรดาผู้ลี้ภัย   ใครที่เคยดูภาพยนตร์ The Two Popes น่าจะคุ้นชื่อนี้ดี เพราะมีฉากที่พระสันตะปาปาโทรไปจองตั๋วเดินทางไป "ลัมเปดูซ่า" แล้วโอเปอเรเตอร์ไม่เชื่อว่าเสียงปลายสายคือพระสันตะปาปา (ฉากดังกล่าวเป็นเรื่องสมมติ) แต่ที่เป็นเรื่องจริงก็คือลัมเปดูซ่าคือ "ทริปการเดินทางออกนอกกรุงโรมครั้งแรก" ที่พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงทำ หลังจากได้รับเลือกเป็นพระสันตะปาปา ลัมเปดูซ่า ถือเป็นเมือง "หน้าด่าน" ของทวีปยุโรปในการรับชาวแอฟริกันเข้าสู่ทวีปแห่งนี้ ระยะทางจากตูนิเซียซึ่งอยู่แอฟริกาเหนือ มาถึงลัมเปดูซ่า ประเทศอิตาลี วัดได้ 113 กิโลเมตร โดยชาวแอฟริกันที่อพยพมายุโรป จะล่องเรือและลอยอยู่บนทะเลประมาณ 2 วัน จึงจะมาถึงอิตาลี กระนั้น มีผู้อพยพจำนวนมากต้องจบชีวิตกลางทะเลเนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวน รว

โป๊ปฟรานซิสจะถวายมิสซาครบ 7 ปีที่เยือนลัมเปดูซ่า

Image
โป๊ปฟรานซิสระหว่างเยือนลัมเปดูซ่า วันที่ 8 ก.ค. 2013 วาติกันแถลงอย่างเป็นทางการณ์ว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส จะถวายมิสซาโอกาสครบ 7 ปีที่พระองค์เสด็จเยือน "ลัมเปดูซ่า ประเทศอิตาลี" เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจบรรดาผู้ลี้ภัย  มิสซาจะจัดวันพุธที่ 8 กรกฏาคม 2020 เวลา 11.00 น. (16.00 น. เวลาไทย)  มิสซานี้ ผู้ร่วมพิธีจะมีแค่บรรดาเจ้าหน้าที่แผนกผู้อพยพและผู้ลี้ภัยของอิตาลีเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ร่วมได้ สำหรับลัมเปดูซ่า ถือเป็นเมือง "หน้าด่าน" ของทวีปยุโรปในการรับชาวแอฟริกันเข้าสู่ทวีปแห่งนี้ ระยะทางจากตูนิเซียซึ่งอยู่แอฟริกาเหนือ มาถึงลัมเปดูซ่า ประเทศอิตาลี วัดได้ 113 กิโลเมตร โดยชาวแอฟริกันที่อพยพมายุโรป จะล่องเรือและลอยอยู่บนทะเลประมาณ 2 วัน จึงจะมาถึงอิตาลี กระนั้น มีผู้อพยพจำนวนมากต้องจบชีวิตกลางทะเลเนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวน รวมถึงอุบัติเหตุเรืออับปางกลางทะเล

สรุปบทเทศน์พระสันตะปาปา ประจำวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2020

Image
โป๊ปฟรานซิสอวยพรลานหน้ามหาวิหารอันว่างเปล่าเมื่อวันที่ 26 เม.ย.2020/ Photo: Vatican Media - มิสซาเช้า ช่วงเริ่มพิธี พระสันตะปาปาภาวนาให้ครอบครัวต่างๆ ที่กำลังเศร้าโศก เพราะไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร เฉพาะอย่างยิ่ง ครอบครัวที่ประสบปัญหาการเงินและไม่มีงานทำจากวิกฤติโรคระบาด พระวรสารวันนี้เป็นเหตุการณ์ที่ศิษย์สองคนเดินไปหมู่บ้านเอ็มมาอุส พระเยซูมาร่วมเดินไปกับเขา แต่เขาจำพระองค์ไม่ได้ พระสันตะปาปาจึงเทศน์แบ่งปันว่า - คริสตชนคือคนที่ได้พบพระเยซูและยอมให้พระองค์พูดคุยกับเขาเหมือนศิษย์สองคนนั้น สิ่งนี้เริ่มต้นจากการที่หลายต่อหลายครั้ง เราเกิดความกระหายในจิตวิญญาณที่ยังไม่ได้รับการเติมเต็ม เพียงแต่เราไม่รู้ตัว เราเดินไปบนหนทางที่ผิดมากมาย หนทางเหล่านี้ทอดยาว แต่สุดท้ายเราก็ไม่พบสิ่งใดที่ทำให้จิตวิญญาณของเราพึงพอใจและถูกเติมเต็ม เพราะสิ่งที่เรากระหายหาจริงๆ แล้วคือการได้พบกับพระเจ้าต่างหาก - พระเจ้าก็เช่นกัน พระองค์ทรงกระหายที่จะพบเรา เพียงแต่พระเยซูทรงให้ความเคารพต่อสถานการณ์ในชีวิตส่วนตัวของเรา พระองค์จึงเดินช้าๆ ตามจังหวะของพระองค์ พระเยซูรอว่า "เราพร้อมเมื่อไหร่" ที่จ

โป๊ปฟรานซิส: "ความเชื่อคือการดำเนินชีวิตเป็นพยานยืนยันถึงพระเจ้า เพื่อให้คนต่างศาสนาประทับใจ"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงสอน การมีความเชื่อในพระเจ้าไม่ใช่การบังคับหรือโน้มน้าวคนอื่นเปลี่ยนศาสนา แต่การมีความเชื่อคือการดำเนินชีวิตเป็นพยานยืนยันถึงพระเจ้า เพื่อให้คนต่างศาสนาประทับใจและสนใจพระองค์  ทรงชี้ ความเชื่อในพระเจ้าต้องถูกถ่ายทอดด้วยการก้าวออกจากตัวเองและไปรับใช้คนอื่น ไม่ใช่เชื่อพระเจ้าอยู่คนเดียวและนิ่งอยู่กับที่ ทรงแบ่งปัน มีนักเรียนถามพระองค์ว่า "ผมมีเพื่อนหลายคนไม่มีศาสนา ผมจะทำอะไรได้บ้างเพื่อโน้มน้าวพวกเขาให้มาหาพระ" พระสันตะปาปาตอบกลับไปว่า "ไม่ต้องทำอะไร แต่จงดำเนินชีวิตเป็นด้วยการเป็นพยานยืนยันถึงพระเจ้า และเพื่อนจะมาถามเราด้วยความประทับใจเองว่า 'ทำไมนายถึงใช้ชีวิตแบบนี้'" ทรงชวนทุกคนโอกาสฉลองนักบุญมาร์โก ถ้ามีเวลา อยากให้อ่านพระวรสารของนักบุญมาร์โก เพราะท่านใช้ภาษาเรียบง่าย เหมาะกับการไตร่ตรองเรื่องราวของพระเยซู Photo: Vatican Media ช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงถวายมิสซาเช้าในวัดน้อยประจำหอพักซานตา มาร์ธา ความพิเศษของวันนี้ ศาสนจักรคาทอลิกกำหนดให้เป็นวันฉลองนักบุญมาร์โก ผู้น

โป๊ปฟรานซิสภาวนาเพื่อครูและนักเรียนที่ต้องปรับตัวในวิกฤติโรคระบาด

Image
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงภาวนาเป็นพิเศษเพื่อครูและนักเรียนที่ต้องปรับตัวเรียนทางออนไลน์ในวิกฤติโรคระบาด  ทรงสอน พระเยซูชอบที่จะอยู่ท่ามกลางประชาชนจำนวนมาก แต่บรรดาศิษย์ไม่ชอบ ดังนั้น พระองค์จึงทดลองใจบรรดาศิษย์เป็นประจำ เพื่อฝึกพวกเขาให้มีจิตใจของความเป็นผู้อภิบาลมากยิ่งขึ้นและไม่กลัวการอยู่ท่ามกลางประชากรของพระเจ้า  ทรงย้ำ มันเป็นความจริงที่ว่า ประชากรของพระเจ้าทำให้ผู้อภิบาล "เหนื่อย" ยิ่งเป็น "ผู้อภิบาลที่ดี" งานจะเยอะขึ้นและเหนื่อยเป็นพิเศษ เพราะคนจะพุ่งไปหาด้วยเหตุผลหลากหลาย  ทรงชี้ อำนาจของผู้อภิบาลคือการรับใช้ ถ้าผู้อภิบาลใช้อำนาจอื่นที่ไม่ใช่การรับใช้ เขาก็ทำลายกระแสเรียกของตน และกลายเป็นผู้จัดการธุรกิจอภิบาล ไม่ใช่ผู้อภิบาล Photo: Vatican Media ช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงถวายมิสซาเช้าในวัดน้อยประจำหอพักซานตา มาร์ธา ช่วงเริ่มพิธี พระสันตะปาปาทรงเชิญทุกคนภาวนาให้ "ครูอาจารย์" ที่ต้องทำงานหนักขึ้นเพราะต้องเตรียมการสอนผ่านระบบออนไลน์ เช่นเดียวกัน พระสันตะปาปาเชิญภาวนาเพื่อ "นักเรียน&

ใจความสำคัญบทเทศน์ของโป๊ปฟรานซิส ประจำมิสซาเช้าวันที่ 23 เมษายน 2020

Image
สรุปใจความสำคัญบทเทศน์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประจำมิสซาเช้าวันที่ 23 เมษายน 2020 วันระลึกถึงนักบุญจอร์จ (ฆอร์เค่) ซึ่งเป็นศาสนนามของพระสันตะปาปาด้วย (ฆอร์เค่ แบร์โกโญ่) พระสันตะปาปาเริ่มต้นมิสซาด้วยการภาวนาให้กับครอบครัวที่ประสบปัญหาการเงินจากวิกฤติโควิด-19 จนทำให้พวกเขาต้องไปกู้เงินนอกระบบและถูกผู้ปล่อยกู้เรียกเก็บดอกเบี้ยสูงเกินควร พระสันตะปาปาเรียกสิ่งนี้ว่า เป็น "โรคระบาดทางสังคม" อีกประเภทหนึ่ง มันคือการหากินและเอาเปรียบคนที่กำลังเดือดร้อน พระสันตะปาปาเชิญภาวนาให้ครอบครัวที่เดือดร้อนพ้นทุกข์โดยเร็ว และขอพระเจ้าเปลี่ยนจิตใจของผู้ปล่อยกู้เหล่านี้ให้มีความเมตตามากขึ้น บทอ่านมิสซานี้จากหนังสือกิจการอัครสาวก มหาสมณะพูดกับเปโตรที่สภาซันเฮดรินว่า เราสั่งแล้วไม่ใช่หรือว่าอย่านำคำสอนของพระเยซูไปสอนประชาชน แต่เปโตรตอบกลับไปว่า "เราต้องเชื่อฟังพระเจ้ายิ่งกว่าเชื่อฟังมนุษย์" สิ่งนี้ทำให้คนที่สภาฯ โกรธมาก พระสันตะปาปาทรงเทศน์แบ่งปันว่า สิ่งที่เปโตรกล่าวออกไปนั้น ทำให้เราต้องถามตัวเองว่า "นี่ใช่เปโตรคนที่ปฏิเสธพระเยซูไหมนะ ใช่เปโตรคนขี้กลัวขี้ขลาดหรือเป

โป๊ปฟรานซิส "ในสถานการณ์โรคระบาด นี่คือเวลาสำหรับความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงประทานการสัมภาษณ์พิเศษแก่ ดร.ออสเทน ไอเวอร์เรจห์ นักข่าวสายวาติกันชาวอังกฤษ ทรงย้ำ ในสถานการณ์โรคระบาด นี่คือเวลาสำหรับความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อย่านิ่งเฉยไม่ทำอะไร สิ่งที่พระองค์ทำคือสั่งให้มีการถ่ายทอดสดมิสซาเช้าทางออนไลน์และจัดการประทานพรแด่โรมและโลกเป็นกรณีพิเศษ เพราะนี่คือการเดินร่วมทางและใกล้ชิดกับคริสตชนที่กำลังเดือดร้อน ทรงสอน ในวิกฤตินี้ "พระเจ้าไม่ปล่อยให้อัศจรรย์เสร็จแบบครึ่งๆ กลางๆ" ถ้าเราให้ความร่วมมือกับบรรดา "นักบุญข้างบ้าน" ทำตามคำแนะนำของท่านเหล่านั้น เช่น หมอและพยาบาล อัศจรรย์จะเกิด และเราจะเป็นหนึ่งในคนที่ร่วมทำงานนี้ด้วย  ทรงชี้ วิกฤติครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อเราทุกคน ไม่ว่ารวยหรือจน ทุกคนโดนหมด แต่สิ่งน่ากังวลคือวิกฤตินี้จะทำให้เรากลายเป็นคนเฉยชาไม่ทุกข์ร้อนกับปัญหาที่คนอื่นกำลังประสบ ตัวอย่างชัดๆ คือ นักการเมืองที่ปากพูดถึงการแก้ปัญหาความอดอยาก แต่มือยังค้าขายอาวุธสงครามต่อไป พระสันตะปาปาในการประทานพรแด่โรมและโลก 27 มีนาคม 2020/ Photo: Vatican Media ปลายเดือนมีนาคม 2020 ดร.ออสเทน ไอเวอร์เรจห์

โป๊ปฟรานซิส "ความหวังเป็นโรคติดต่อที่แพร่กระจายด้วยการสัมผัส แต่เป็นสัมผัสแบบใจถึงใจ"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงแบ่งปัน ความหวังเป็นโรคติดต่อที่แพร่กระจายด้วยการสัมผัส แต่เป็นการสัมผัสแบบใจถึงใจ และความหวังที่เราส่งให้กันคือพระเยซู องค์ความหวังของเรา ทรงชี้ จริงอยู่ที่โรคติดเชื้อโควิด-19 ทำให้เราไม่ได้ไปวัดและรับศีลศักดิ์สิทธิ์ แต่พระเจ้าไม่ปล่อยให้เราโดดเดี่ยว แค่เราร่วมเป็นหนึ่งในการภาวนา พระเจ้าจะประทับอยู่กับเรา ทรงเรียกร้องให้ผู้นำประเทศต่างๆ ทำงานอย่างแข็งขันเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 ชีวิตหลายคนเจอความเปลี่ยนแปลงแบบไม่ทันตั้งตัว เช่น คนที่ตกงานและคนที่ใกล้จะตกงาน ทรงย้ำ ถ้อยคำที่ไม่ควรเกิดขึ้นในวิกฤตินี้คือ การเมินเฉย การเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ความแตกแยก และการหลงลืมปัญหาของคนอื่น วิกฤตินี้ทุกคนต้องช่วยกันแก้ไข ไม่ใช่โยนกันไปมา Photo: Vatican Media ช่วงสายวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงเป็นประธานในมิสซาสมโภชปาสกา ซึ่งจัดในมหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน มิสซานี้ พระสันตะปาปาไม่ได้เทศน์ เนื่องจากตามประเพณีในมิสซาวันอาทิตย์สมโภชปาสกา พระสันตะปาปาจะเงียบเพื่อให้ทุกคนไตร่ตรองพระวรสาร พระองค