Posts

โป๊ปฟรังซิส: "การเป็นมรณสักขีคือที่สุดของการเป็นประจักษ์พยานถึงพระเจ้า"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงชี้ การเป็นมรณสักขีคือ "ที่สุด" ของการเป็นประจักษ์พยานอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม เราสามารถเป็นประจักษ์พยานถึงพระเยซูได้อีกหลายทาง อาทิ การปกป้องสิทธิของเด็ก หรือจะเป็นผู้ป่วยที่น้อมรับความเจ็บป่วยเพื่อเป็นประจักษ์พยานถึงความรักของพระเยซู ช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงถวายมิสซาในวัดน้อยประจำหอพักซางตา มาร์ธา พระวรสารวันนี้ พระเยซูตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า "เมื่อพระผู้ช่วยเหลือที่เราจะส่งมาจากพระบิดา จะเสด็จมา ซึ่งก็คือพระจิตแห่งความจริง พระองค์จะทรงเป็นพยานให้เรา ท่านทั้งหลายก็จะเป็นพยานให้เราด้วย" พระสันตะปาปาทรงเทศน์แบ่งปันพระวรสารตอนนี้ว่า "พระเยซูทรงกล่าวถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดในอนาคต ซึ่งก็คือเหตุการณ์บนไม้กางเขนที่รอเราทุกคนอยู่ พระเยซูยังตรัสถึงพระจิตผู้จะช่วยเราให้เป็นประจักษ์พยานในฐานะคริสตชนด้วย พระวรสารวันนี้ พระเยซูยังพูดถึงเหตุการณ์การเบียดเบียนด้วย ซึ่งเป็นการเบียดเบียนอันเนื่องมาจากไม้กางเขน "ชีวิตของพระศาสนจักรคือการเดินทางที่ได้รับการนำพาจากพระจิตผู้ทรงย้ำเตือนเราถึงสิ่งที่พระเย

โป๊ปฟรังซิส: "ให้เราสวดให้คุณแม่ของพวกเราด้วยความสำนึกในพระคุณและความรัก"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงเชิญทุกคนสวดภาวนาด้วยความสำนึกในพระคุณและความรักให้กับคุณแม่ โอกาสที่วันอาทิตย์ที่สองของเดือนพฤษภาคม หลายๆ ประเทศกำหนดให้เป็นวันแม่แห่งชาติ พร้อมกันนี้ ทรงสอนคริสตชนต้องรักกันและกันเหมือนที่พระเยซูรักเรา แม้สิ่งนี้จะทำได้ยาก แต่มันคือการแสดงให้เห็นถึงความรักตามแบบฉบับคริสตชน ช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงนำสวดราชินีแห่งสวรรค์ ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน ท่ามกลางสัตบุรุษที่มาร่วมภาวนากว่า 45,000 คน พระวรสารวันอาทิตย์นี้ เป็นเหตุการณ์ที่พระเยซูทรงสอนว่า "นี่คือบัญญัติของเรา ให้ท่านทั้งหลายรักกัน เหมือนที่เรารักท่าน" พระสันตะปาปาทรงกล่าวแบ่งปันสั้นๆ ว่า "ไม่มีความรักใดยิ่งใหญ่กว่าความรักนี้แล้ว ความรักที่ยอมสละชีวิตเพื่อมิตรสหายของตน ดังนั้น พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้ เรียกร้องเราให้รักกันและกัน เรียกร้องเราให้ทำความดีต่อกัน แม้เราจะไม่เข้าใจเรื่องนี้เท่าไหร่นัก แม้เราจะไม่สามารถทำเรื่องนี้ได้นาน แต่มันก็เห็นได้ชัดว่า เราจะได้เห็นกันว่า ความรักตามแบบฉบับคริสตชนเป็นอย่างไร" หลังจากสวดราชิน

ราอูล คาสโตร ยอมรับตามบทเทศน์โป๊ปฟรังซิสทุกวัน - พร้อมกลับใจในอนาคต

Image
ราอูล คาสโตร ประธานาธิบดีคิวบา ยอมรับ ติดตามบทเทศน์และพระดำรัสของสมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทุกวันแบบไม่เคยขาด เผย ตนได้รับศีลล้างบาปและเข้าเรียนโรงเรียนเยสุอิต แต่ตอนนี้ไม่นับถือศาสนาใดๆ แต่ถ้าพระสันตะปาปายังรักษาแนวทางแบบนี้ไปเรื่อยๆ ตนก็จะกลับใจและกลับเข้าสู่พระศาสนจักรคาทอลิกอีกครั้ง พร้อมให้สัญญา จะมาร่วมมิสซาทุกมิสซาที่พระสันตะปาปา ฟรังซิส จะถวาย ระหว่างเสด็จเยือนคิวบาอย่างแน่นอน ช่วงสายวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงต้อนรับ ราอูล คาสโตร ประธานาธิบดีคิวบาที่มาเข้าเฝ้าในวาติกัน การเข้าเฝ้านี้ พระสันตะปาปาทรงให้เข้าเฝ้าแบบส่วนพระองค์ ดังนั้น จึงไม่มีรายละเอียดเชิงลึกว่า ผู้นำทั้งสองสนทนาเรื่องอะไรกันบ้าง อย่างไรก็ตาม วาติกันออกแถลงการณ์ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า "การเข้าเฝ้าครั้งนี้ใช้เวลา 50 นาที และเป็นไปอย่างมิตรภาพ ประธานาธิบดีคิวบาได้กล่าวขอบคุณพระสันตะปาปาสำหรับบทบาทสำคัญในการเป็นคนกลางพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างคิวบากับสหรัฐอเมริกา" หลังจากการพบกันของผู้นำทั้งสองจบลง ราอูล คาสโตร ได้ไปพบกับ มัตเตโอ เรนซี่ นายกรัฐมนตรีอิตาลี จากนั้น คาสโ

โป๊ปฟรังซิส: "การโด๊ปยาในวงการกีฬาจัดเป็นเรื่องน่าเกลียดมากๆ"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงย้ำ การโด๊ปยาในวงการกีฬาจัดเป็นเรื่องน่าเกลียดมากๆ นี่คือชัยชนะที่ได้มาจากการโกงและหลอกคนอื่น ทรงชี้ พระศาสนจักรให้ความสำคัญกับกีฬา เพราะกีฬาช่วยในการพัฒนาความเป็นคนที่ครบครัน ทรงสอน เราต้องใช้พรสวรรค์ของตัวเองให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วยการรับใช้ผู้อื่น ช่วงสายวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงต้อนรับสมาชิกของสหพันธ์เทนนิสแห่งอิตาลีที่มาเข้าเฝ้าในหอประชุมเปาโล ที่ 6 นครรัฐวาติกัน โอกาสนี้ พระสันตะปาปาตรัสกับพวกเขาว่า "พ่ออยากใช้โอกาสที่เราได้มาพบกันในวันนี้ เรียกว่าเป็นการพบกันแบบการเรียนรู้ กล่าวคือ มันมีเสาหลักอยู่ 3 ต้นในการให้การศึกษาแก่เด็กและเยาวชน นั่นคือ การเรียนในโรงเรียน ในการกีฬา และในที่ทำงาน เมื่อเรามีทั้งสามเสาหลักนี้ โรงเรียน กีฬา และที่ทำงาน มันก็มีสภาวะที่จะพัฒนาชีวิตทั้งครบและเที่ยงแท้ และยังหลีกหนีจากยาพิษต่างๆ ในชีวิตด้วย "พระศาสนจักรให้ความสนใจกับกีฬา เพราะพระศาสนจักรห่วงใยเกี่ยวกับเรื่องตัวบุคคล เราห่วงใยเรื่องความเป็นคนที่ครบครัน เราตระหนักว่า กีฬาส่งผลดีต่อการฝึกอบรมตัวบุคคล รวมถึงสัมพันธภาพและจิตใ

โป๊ปฟรังซิส: "พระศาสนจักรต้องไม่มีการวิ่งเต้นหาพรรคพวกเพื่อเอาชนะกัน"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงสอน พระศาสนจักรต้องไม่มีการวิ่งเต้นหาพรรคหาพวก เพื่อให้ฝ่ายตนได้รับชัยชนะเหนือคนอื่น ถ้าพระศาสนจักรที่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น มีการทรยศหักหลังกัน พระศาสนจักรนั้นไม่มีพระจิตประทับอยู่ ทรงยกตัวอย่างของสังคายนากรุงเยรูซาเล็มซึ่งอัครสาวกมาประชุมกันเพื่อแก้ปัญหาความแตกต่างทางความคิดเห็น มาเป็นบทสอนเรื่องการแก้ปัญหาด้วยการพูดจากัน ช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงถวายมิสซาในวัดน้อยประจำหอพักซางตา มาร์ธา บทอ่านวันนี้จากหนังสือกิจการอัครสาวก เป็นเหตุการณ์ที่บรรดาอัครสาวกและผู้อาวุโสบางคนประชุมกันที่กรุงเยรูซาเล็ม เพื่อส่งคนไปยังเมืองอันติโอ็ก พร้อมกับเปาโลและบาร์นาบัส เพราะที่นั่น กลุ่มคริสตชนเริ่มเกิดเรื่องไม่เข้าใจกัน พระสันตะปาปาทรงแบ่งปันบทอ่านตอนนี้ว่า "ผลลัพธ์ของการประชุมที่กรุงเยรูซาเล็มของกลุ่มคริสตชนยุคแรกเริ่มเป็นผลจากความช่วยเหลือจากพระจิต เพื่อจะแก้ปัญหาความแตกต่างของความคิดเห็นและเพื่อจะได้บรรลุข้อตกลงร่วมกัน กลุ่มคริสตชนที่ขัดแย้งกันนี้ เกิดระหว่างกลุ่มคริสตชนที่ยึดติดกับธรรมบัญญัติของชาวยิว กับกลุ่มที่อยากสั่ง

โป๊ปฟรังซิส: "รักแท้คือทำมากกว่าพูด รักแท้ต้องพูดจากัน ไม่ใช่เก็บรักไว้กับตัวเองเท่านั้น"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงสอน วิธีการแยกแยะ "รักแท้" ออกจาก "รักจอมปลอม" ก็คือ รักแท้คือการกระทำมากกว่าคำพูด ต้องชัดเจนและจับต้องได้ แม้บางครั้ง รักแท้คือเรื่องเจ็บปวดเหมือนที่พระเยซูแสดงให้เห็นบนไม้กางเขนก็ตาม ส่วนอีกวิธีคือรักแท้ต้องมีการพูดจากัน ไม่ใช่ปลีกตัวออกห่าง เก็บความรักไว้กับตัวเองคนเดียว ถ้าเป็นแบบนั้น มันคือ "ความเห็นแก่ตัว"  ช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงถวายมิสซาในวัดน้อยประจำหอพักซางตา มาร์ธา พระวรสารวันนี้ พระเยซูตรัสว่า "พระบิดาของเราทรงรักเราอย่างไร เราก็รักท่านอย่างนั้น จงดำรงอยู่ในความรักเถิด ถ้าท่านปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา ท่านก็ดำรงอยู่ในความรักของเรา" พระสันตะปาปาทรงเทศน์แบ่งปันว่า "พระเจ้าทรงเรียกร้องเราให้ดำรงอยู่ในความรักของพระองค์ นี่คือหลักเกณฑ์ 2 ข้อที่ช่วยเราให้แยกแยะรักแท้ออกจากรักจอมปลอม "หลักเกณฑ์แรก ความรักคือการกระทำมากกว่าคำพูด ความรักไม่ใช่ละครน้ำเน่าหรือเรื่องเพ้อฝันที่ทำให้หัวใจของเราเต้นรัว แต่ในความเป็นจริงไม่มีอะไรเกินไปกว่านั้น รักแท้คือความจริงที

โป๊ปฟรังซิส: "อย่าพาลูกหลานแข่งกีฬาจนขาดวัดวันอาทิตย์"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงต้อนรับสมาชิกสโมสร "ลาซิโอ" พร้อมหวังว่า ผู้คนจะจดจำลาซิโอว่าไม่ได้มีแค่ทีมฟุตบอลในกัลโช่ เซเรีย อา เท่านั้น แต่ยังมีทีมกีฬาอื่นๆ ด้วย ทรงย้ำ อย่าพาลูกหลานฝึกซ้อมและแข่งกีฬาจนไม่ได้พาพวกเขาไปร่วมมิสซาวันอาทิตย์และขาดการเรียนคำสอน ถ้าเป็นเช่นนั้น สมดุลในชีวิตของเด็กๆ จะหายไปทันที ช่วงสายวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงต้อนรับสมาชิกของสโมสร "อินทรีฟ้าขาวแห่งกรุงโรม" ลาซิโอ ที่มาเข้าเฝ้าในหอประชุมเปาโล ที่ 6 นครรัฐวาติกัน ทั้งนี้ ในกลุ่มที่มาเข้าเฝ้าไม่ได้มีเฉพาะสมาชิกของทีมฟุตบอลอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีทีมกีฬาอื่นๆ ที่อยู่ในสังกัดทีมลาซิโอมาเข้าเฝ้าด้วย ในส่วนพระดำรัสที่พระสันตะปาปาผู้มีความรักในกีฬาแบบสุดๆ ตรัสกับพวกเขา มีใจความว่า "พ่อขอสนับสนุนพวกท่านทุกคนในการเดินหน้าเปิดรับพรสวรรค์ทรงคุณค่าที่แตกต่างกันของแต่ละคน ขอให้สโมสรลาซิโอเป็นสถานที่เปิดรับทุกคน เพื่อที่พวกท่านจะได้สามารถสัมผัสถึงความเป็นพี่น้องกันและความสามัคคีในกลุ่มของท่าน" จากนั้น พระสันตะปาปาทรงกล่าวติดตลกถึงคำขวัญของสโมสร พระอ

โป๊ปฟรังซิส: "ชีวิตของพระศาสนจักรถูกหล่อเลี้ยงด้วยการแต่งงานของคริสตชนชายหญิง"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงชี้ ชีวิตของพระศาสนจักรถูกหล่อเลี้ยงด้วยการแต่งงานของคริสตชนชายหญิง ทรงย้ำ ความรักจากการแต่งงานของชายและหญิงคือภาพลักษณ์ระหว่างพระคริสตเจ้าและพระศาสนจักร ทรงหวังเห็นคู่สมรสทุกคู่ช่วยเหลือพี่น้องคนอื่นๆ ได้พบกับของขวัญล้ำค่าจากการแต่งงานที่พระเจ้ามอบให้ ช่วงสายวันพุธที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงออกมาพบปะและเทศน์สอนสัตบุรุษกว่า 50,000 คนในการเข้าเฝ้าทั่วไป ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน ความพิเศษของวันนี้คือ "ฮาร์เลม โกลบทร็อตเตอร์ส" (Harlem Globetrotters) ทีมบาสเกตบอลจากสหรัฐอเมริกาที่เน้นแสดงสร้างความบันเทิงระดับโลกซึ่งก่อตั้งมากว่า 80 ปี ได้มาเข้าเฝ้าพระสันตะปาปาด้วย โดยก่อนหน้านี้ พวกเขาเคยมาเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น ปอล ที่ 2 สำหรับบทเทศน์สอนประจำวันนี้ พระสันตะปาปายังคงเทศน์สอนเกี่ยวกับศีลแต่งงาน พระองค์ตรัสว่า "การแต่งงานได้ถูกจารึกลงในการออกแบบสิ่งสร้างของพระเจ้า และอาศัยพระหรรษทานของพระองค์ คริสตชนชายหญิงจำนวนมากดำเนินชีวิตคู่อย่างครบครันอยู่ในพระองค์ "การแต่งงานเป็นเหมือนผลของความเชื่อตามแผนก

โป๊ปฟรังซิส: "คริสตชนไม่ได้ชอบการจมอยู่กับความทุกข์ทรมาน แต่เราอดทนต่อสิ่งนี้เพราะความหวังในพระเจ้า"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงชี้ คริสตชนไม่ได้เป็นพวกมีทัศนคติสุขใจเมื่อตัวเองได้รับความเจ็บปวดและทุกข์ทรมานจากปัญหาต่างๆ แต่นี่คือการอดทนต่อความทุกข์ยาก และยังเป็นการสู้กับจิตตารมณ์ทางโลกที่ดึงเราให้ออกจากพระเยซู ทรงสอน คริสตชนต้องรู้จักสวดภาวนาถวายความวางใจต่อสิ่งต่างๆ ให้กับพระเจ้า เมื่อเราสวดบทนี้ พระเจ้าจะประทานสันติสุขในจิตใจให้กับเราทุกคน ช่วงเช้าวันอังคารที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงถวายมิสซาในวัดน้อยประจำหอพักซางตา มาร์ธา บทอ่านวันนี้จากหนังสือกิจการอัครสาวก เป็นเหตุการณ์ที่เปาโลถูกประชาชนนำหินทุ่มใส่และลากออกไปนอกเมืองเพราะคิดว่าเปาโลตายแล้ว แต่บรรดาศิษย์มาห้อมล้อมเปาโล เขาจึงลุกขึ้นและออกเดินทางไปอีกเมืองหนึ่งกับบาร์นาบัส พระสันตะปาปาทรงแบ่งปันให้ข้อคิดว่า "เมื่อนักบุญเปาโลถูกข่มเหงอย่างหนัก แม้ท่านจะประสบกับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส แต่ท่านยังคงหนักแน่นในความเชื่อและมีความกล้าหาญที่จะมีความหวังในพระเจ้า อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ทัศนคติชอบความรุนแรงที่มีความสุขเมื่อตัวเองได้รับความเจ็บปวด แต่นี่คือการต่อสู้แบบคริสตชนที่สู้กับเจ้านายทางโลกที่พยายา

โป๊ปฟรังซิส: "คาทอลิกที่นินทาใส่ร้ายคนอื่น เป็นคาทอลิกนอกรีตที่แกล้งทำเป็นคนดี"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงย้ำ คาทอลิกที่นินทาใส่ร้ายคนอื่น พูดโกหกคนอื่นเพื่อใส่ร้ายคนที่เราไม่ชอบ หรือคาทอลิกที่โกงคนอื่น คนพวกนี้เป็นคาทอลิกนอกรีตที่แกล้งทำเป็นคนดี เพราะเขาไม่ดำรงอยู่ในพระเยซู ทรงชี้ เราทุกคนเป็นคนบาป แต่อย่าเหนื่อยกับการขอโทษพระเจ้า เพราะพระองค์ไม่เคยเหนื่อยที่จะให้อภัยเรา ทรงสอนพระสงฆ์ อย่าปฏิเสธคนมาขอรับการล้างบาปเด็ดขาด ส่วนการโปรดศีลอภัยบาป จงทำด้วยควาเมตตา ช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส เสด็จไปถวายมิสซาและอภิบาลสัตบุรุษที่วัดราชินีแห่งสันติสุข สังฆมณฑลโรม ชานกรุงโรม ประเทศอิตาลี พระวรสารวันอาทิตย์นี้ พระเยซูบอกว่า "เราเป็นเถาองุ่นแท้ ส่วนผู้ดำรงอยู่ในเราก็เป็นกิ่งก้าน" พระสันตะปาปาทรงเทศน์แบ่งปันแบบสั้นๆ ว่า "ชีวิตคริสตชนต้องดำรงอยู่ในพระเยซู ลองถามตัวเราเองซิว่า เราเป็นแบบนั้นหรือไม่ หรือว่าเราต้องการดำเนินชีวิตตามใจตัวเอง ไม่ขึ้นกับพระองค์ การดำเนินชีวิตอยู่ในพระเยซู เราต้องร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ ต้องได้รับชีวิตจากพระองค์ ได้รับความรักจากพระองค์ และได้รับพระจิตจากพระองค์ "กระนั้น พ่ออยากเตือน