Posts

โป๊ปฟรังซิส: "พระเยซูไม่ได้ชำระจิตใจของเราด้วยการทุบตี"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงสอน พระเยซูไม่ได้ชำระจิตใจของเราด้วยการทุบตี แต่พระองค์ทรงชำระจิตใจของเราที่เป็นพระวิหารของพระเจ้าด้วยความอ่อนโยน ด้วยความเมตตา และด้วยความรัก ทรงย้ำ คริสตชนต้องยอมให้พระเยซูเข้ามาในชีวิตและจิตใจของเรา พร้อมกันนี้ ทรงขอบคุณสตรีทุกคนเนื่องในโอกาส "วันสตรีสากล" ด้วย ช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงนำสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน ท่ามกลางสัตบุรุษที่มาร่วมภาวนากว่า 50,000 คน พระวรสารวันนี้ เป็นเหตุการณ์ที่พระเยซูทรงขับไล่พวกพ่อค้าออกจากพระวิหาร พร้อมตรัสกับพวกนั้นว่า อย่าทำบ้านของพระบิดาให้เป็นตลาด พระสันตะปาปาทรงกล่าวแบ่งปันพระวรสารตอนนี้ว่า "คำพูดของพระเยซูที่พระองค์บอกว่า จะทำลายพระวิหารนี้และสร้างขึ้นใหม่ภายใน 3 วัน เราทราบอยู่แล้วว่า พระองค์ทรงหมายถึงการสิ้นพระชนม์และการกลับคืนพระชนม์ชีพ นี่คือการหมายถึงความสว่างของการเสด็จกลับคืนชีพของพระองค์ พระเยซูทรงกล่าวแบบนี้ เพราะอาศัยตัวพระองค์เองและการเสด็จกลับคืนชีพ จะได้กลายเป็นสถานที่พบกันระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ "ตลอดเทศกาล

โป๊ปฟรังซิส: "การถวายบูชาที่เที่ยงแท้คือความสอดคล้องระหว่างมิสซากับชีวิตของเรา"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงสอน การถวายบูชาที่เที่ยงแท้คือความสอดคล้องกันของพิธีมิสซากับการดำเนินชีวิตของเรา ทรงย้ำ พระเจ้าไม่ประสงค์เครื่องบูชาที่เป็นวัตถุสิ่งของ แต่ทรงต้องการการถวายบูชาที่เที่ยงแท้จากเราทุกคน และนี่คือหนึ่งในสาระสำคัญของพระวรสารตอนที่พระเยซูทรงขับไล่พ่อค้าและชำระพระวิหารให้บริสุทธิ์จากวัตถุสิ่งของต่างๆ ช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส เสด็จไปถวายมิสซาที่ "วัดนักบุญทั้งหลาย" ถนนอัปเปีย นูโอว่า กรุงโรม เนื่องในโอกาสวันที่ 7 มีนาคม ค.ศ.1965 หรือเมื่อ 50 ปีที่แล้ว สมเด็จพระสันตะปาปา เปาโล ที่ 6 ได้มาถวายมิสซาเป็นภาษาอิตาเลี่ยนครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สำหรับบทเทศน์ประจำมิสซานี้ พระสันตะปาปาทรงกล่าวว่า "พระวรสารวันนี้ พระเยซูทรงขับไล่พ่อค้าออกจากพระวิหาร พร้อมตรัสว่า 'อย่าทำให้บ้านของพระบิดาต้องกลายเป็นตลาด' สิ่งที่พระเยซูตรัสนี้ ไม่ได้หมายความเพียงแค่การทำธุรกิจการค้าในพระวิหารเท่านั้น แต่ยังหมายถึงคุณภาพความศรัทธาของการเป็นศาสนิกชนด้วย การที่พระเยซูทรงชำระและทำให้พระวิหารบริสุทธิ์ แสดงให้เห็นว่า พระเจ้าไม่พอพระทัยว

โป๊ปฟรังซิส: "หน้าที่หลักของพระศาสนจักรไม่ใช่ประณาม แต่ต้องช่วยเหลือทุกคน"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงย้ำ หน้าที่หลักของพระศาสนจักรไม่ใช่การประณาม แต่เป็นการช่วยเหลือทุกคน และต้องประกาศพระเมตตาของพระเจ้าให้โลกได้สัมผัสด้วย ทรงชี้ วิถีของพระศาสนจักรคือการออกไปช่วยเหลือคนที่ถูกทอดทิ้ง คนที่ถูกมองข้ามความสำคัญ และคนชายขอบของสังคม  สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงต้อนรับกลุ่มภราดรภาพและเสรีภาพกว่า 80,000 คน ที่มาเข้าเฝ้า ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน การเข้าเฝ้านี้ เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีที่ "คุณพ่อลุยจิ จูสซานี่ (ผู้ล่วงลับ)" ก่อตั้งกลุ่มที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี โอกาสนี้ พระสันตะปาปาทรงกล่าวให้โอวาทพวกเขาว่า "พันธกิจของหลักของกลุ่มภราดรภาพและเสรีภาพคือการนำทุกคนได้พบและสัมผัสกับพระคริสตเจ้า นี่คือพื้นฐานที่เป็นศูนย์กลางของกลุ่ม ศูนย์กลางที่ตั้งอยู่บนพระคริสตเจ้าก็คือพระวรสาร พวกท่านสามารถเป็นแขน เป็นมือ เป็นขา เป็นเท้า เป็นความคิด และเป็นหัวใจของพระศาสนจักร การเป็นสิ่งเหล่านี้ หมายความว่า พวกท่านดีพอที่จะก้าวออกไปสู่โลกภายนอกแล้ว "นอกจากนี้ พ่ออยากแบ่งปันถึงภาพวาดที่พระเยซูทรงเรียกนักบุญแม็ทธิว ซึ่งเป็นผลงานเอกของคาราวัจโจ้ ภาพนี้

โป๊ปฟรังซิส: "เราต้องประกาศพระวรสารให้คนที่รับศีลล้างบาป แต่หลงลืมพระเจ้าไปแล้ว"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงย้ำ เราต้องประกาศพระวรสารให้คนที่ไม่รู้จักพระเยซู เช่นเดียวกับคนที่ได้รับศีลล้างบาป แต่ลืมพระเจ้าไปแล้วเนื่องจากตัดพระเจ้าออกจากชีวิตและไปยึดติดจิตตารมย์ทางโลก ทรงให้กำลังใจกลุ่มวิถีคริสตชนในการทำหน้าที่แพร่ธรรม พร้อมเตือนสติ ต้องนบนอบและเชื่อฟังพระวาจาของพระเจ้า พร้อมกันนี้ พระสังฆราช ฟรังซิส เซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ พระสังฆราชแห่งสังฆมณฑลเชียงใหม่ และสัตบุรุษชาวไทย ก็มาเข้าเฝ้าพระสันตะปาปาพร้อมกลุ่มวิถีคริสตชนด้วย ช่วงสายวันศุกร์ที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงต้อนรับและให้โอวาทแก่กลุ่มวิถีคริสตชน ซึ่งส่วนมากเป็นครอบครัวคาทอลิกกว่า 200 ครอบครัวที่ถูกส่งออกไปแพร่ธรรมในสังคมที่ไม่สนใจพระเจ้า การเข้าเฝ้านี้จัดในหอประชุมเปาโล ที่ 6 นครรัฐวาติกัน พระสังฆราช ฟรังซิส เซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ พระสังฆราชแห่งสังฆมณฑลเชียงใหม่ และสัตบุรุษชาวไทย ก็ไปเข้าเฝ้าด้วย นอกจากนี้ พระอัครสังฆราช แอนโทนี่ ฟิชเชอร์ พระอัครสังฆราชแห่งซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ก็มาเข้าเฝ้าพระสันตะปาปาด้วยเช่นกัน โอกาสนี้ พระสันตะปาปา ตรัสให้โอวาทสมาชิกกลุ่มวิถีคริสตชนว่า &qu

โป๊ปฟรังซิส: "จิตตารมย์ทางโลกจะทำให้หัวใจของเราตายด้านไร้ความรู้สึก"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงสอน จิตตารมย์ทางโลกจะทำให้หัวใจของเราตายด้านไร้ความรู้สึก มันทำให้จิตวิญญาณของเรามืดมิด มองเห็นแต่ตัวเอง แต่ไม่เคยห่วงใยคนยากจนและคนที่ประสบทุกข์ยาก ทรงเตือน คนที่ไปวัดร่วมมิสซาก็อาจตกเป็นเหยื่อจิตตารมย์ทางโลกได้เหมือนกัน แม้เราไปวัดและทำบุญ แต่ไม่ช่วยผู้ยากไร้ เราก็ไม่ต่างจากเศรษฐีที่ตายไปแล้วต้องทนทุกข์ทรมาน ทรงชี้ คนที่มีหัวใจแบบจิตตารมย์ทางโลก เมื่อตายไปแล้ว โลกจะไม่จดจำชื่อของเรา เหมือนอย่างเศรษฐีคนนั้นที่ตายไปแล้ว พระวรสารยังไม่กล่าวถึงชื่อของเขาเลย ช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงถวายมิสซาในวัดน้อยประจำหอพักซางตา มาร์ธา พระวรสารวันนี้ พระเยซูทรงเล่าอุปมาให้พวกฟาริสีฟัง เป็นเรื่องเศรษฐีที่แต่งกายด้วยผ้าเนื้อดีราคาแพง กินอยู่หรูหรา จัดเลี้ยงทุกวัน กับลาซารัส คนยากจนที่นอนอยู่หน้าประตูบ้านของเศรษฐีคนนี้ พระสันตะปาปาทรงเทศน์สอนแบ่งปันพระวรสารตอนนี้ว่า "พวกเราไม่เคยได้ยินว่า เศรษฐีคนนี้พูดจาให้ร้ายใคร พวกเราไม่เคยได้ยินว่าเศรษฐีคนนี้เป็นคนไม่ดี ในความเป็นจริงแล้ว บางที เขาอาจเป็นศาสนิกชน เขาสวดภาวนาบ้าง แต่อาจ

โป๊ปฟรังซิส: "ลูกหลานที่ไม่ดูแลพ่อแม่และผู้สูงอายุ ถือเป็นบาปหนัก"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงชี้ พวกลูกหลานที่ไม่ดูแลพ่อแม่ ไม่ดูแลปู่ย่าตายาย การทอดทิ้งผู้สูงอายุแบบนี้ถือเป็นบาปหนัก ทรงเตือน หากเราไม่เคารพและไม่ดูแลผู้สูงอายุ แก่ตัวไป เราก็จะถูกปฏิบัติแบบนั้นเช่นกัน ทรงย้ำ ที่ใดที่ไม่ให้เกียรติผู้สูงอายุ ที่นั่นก็ไม่มีอนาคตให้กับเยาวชนลูกหลานของตน ช่วงสายวันพุธที่ 4 มีนาคม สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงออกมาเทศน์สอนและพบสัตบุรุษกว่า 50,000 คนในการเข้าเฝ้าทั่วไป ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน พระสันตะปาปายังคงเทศน์เรื่องเกี่ยวกับครอบครัวเหมือนเช่นเดิม เพราะเดือนตุลาคมนี้ จะมีการประชุมสมัชชาพระสังฆราชคาทอลิก เรื่องครอบครัว พระองค์จึงอยากเน้นเรื่องบทบาทของสมาชิกครอบครัวให้ทุกคนได้ตระหนัก โดยวันนี้ พระองค์ทรงเน้นเรื่องของ "ปู่ย่าตายาย และผู้สูงอายุในครอบครัว" พระสันตะปาปา ตรัสว่า "โลกเราทุกวันนี้ มนุษย์มีชีวิตและมีอายุที่ยืนยาวขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่พ่ออยากกล่าวถึงก็คือ หลายคนขาดความเคารพและตระหนักถึงคุณค่าของผู้สูงอายุและศักดิ์ศรีในตัวพวกท่านเหล่านั้น พ่อขอนำพระดำรัสที่สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 เคยกล่าวไว้ มาเตือนใจทุกคน

หัวหน้าบอดี้การ์ดพระสันตะปาปายอมรับคำขู่ ISIS เป็นเรื่องจริง แต่พร้อมป้องกันเสมอ

Image
ดร.โดเมนิโก จานี่ หัวหน้าเจ้าหน้าตำรวจและฝ่ายความรักษาความปลอดภัยของวาติกัน และยังเป็นหัวหน้าบอดี้การ์ดพระสันตะปาปา ให้สัมภาษณ์ "โปลิเซีย โมแดร์น่า" นิตยสารตำรวจอิตาลี เกี่ยวกับภัยก่อการร้ายที่มีต่อสมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส โดย ดร.จานี่ กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นเรื่องจริงที่กลุ่ม ISIS มีคำขู่เกี่ยวกับวาติกัน พร้อมยืนยันตนและทีมงานจะปรับตัวให้เข้ากับแนวทางการอภิบาลของพระสันตะปาปาที่ต้องการ "ใกล้ชิด" สัตบุรุษให้มากที่สุด ตอนท้าย เผยคุณสมบัติคนที่อยากเป็นบอดี้การ์ดพระสันตะปาปาว่ามีอะไรบ้าง ดร. จานี่ กล่าวว่า "ภัยคุกคามคือเรื่องจริง แต่ภัยคุกคามแบบข่มขู่กับแผนการโจมตีก่อการร้าย มันคนละอันกัน  ผมสามารถกล่าวได้ว่าในตอนนี้ พวกเรายังไม่รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับแผนการโจมตีวาติกันและพระสันตะปาปา แต่พวกเราตื่นตัวพร้อมป้องกันอยู่ตลอดเวลา พวกเรามีแผนรับมือในทุกสถานการณ์ มันไม่ใช่แค่ ISIS เท่านั้นที่ส่งคำขู่มา แต่มันยังมีความเสี่ยงอีกมากที่อันตรายและไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้" ต่อคำถามที่ว่า พระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงมีปรัชญาการอภิบาลคือต้อง "ใกล้ชิด" กับสัตบุรุษใ

โป๊ปฟรังซิส: "พระเจ้ารักคนบาปที่สำนึกมากกว่านักบุญจอมปลอมที่แสร้งทำตัวศักดิ์สิทธิ์"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงย้ำ พระเจ้าทรงรักคนบาปที่สำนึกผิด มากกว่าพวกนักบุญจอมปลอมที่เสแสร้งทำตัวศักดิ์สิทธิ์ แต่ไม่เคยสำนึกในบาปผิดที่ตนเองทำ ทรงชี้ การชำระสิ่งโสโครกออกจากจิตใจต้องทำด้วยการเรียนรู้ที่จะทำแต่สิ่งถูกต้อง เพราะนี่คือหนทางของความดี และนี่ยังเป็นหนทางของการกลับใจที่แท้จริงด้วย ช่วงเช้าวันอังคารที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงถวายมิสซาในวัดน้อยประจำหอพักซางตา มาร์ธา บทอ่านประมิสซานี้จากหนังสือประกาศกอิสยาห์ ท่านสอนผู้มีอำนาจปกครองในเมืองโซโดมและประชาชนในเมืองโกโมราห์ให้ฟังเสียงของพระเจ้า เลิกทำความชั่วแล้วหันมาทำความดี พระเจ้าทรงกล่าวกับทุกคนว่า ให้มาพิจารณาบาปกับพระองค์ ถ้ามนุษย์เชื่อฟัง จะได้กินผลดีของแผ่นดิน แต่ถ้าเป็นกบฏ จะต้องเป็นเหยื่อของคมดาบ ส่วนพระวรสารวันนี้ พระเยซูทรงสอนบรรดาศิษย์ว่า ถ้าฟาริสีสอนเรื่องใด จงทำตามเขา แต่อย่าปฏิบัติตามพฤติกรรมของเขา เพราะคนพวกนี้ชอบยัดเยียดภาระหนักไว้บนบ่าคนอื่น แต่ตัวเองไม่คิดจะไปช่วยยกแม้แต่น้อย พระสันตะปาปาทรงเทศน์สอนแบ่งปันว่า "บทอ่านแรก พระเจ้าทรงเชิญชวนเราทุกคนแบบเด็ดขาดว่าให้มาหาพระองค์ พระเจ้าท

โป๊ปฟรังซิส: "ก้าวแรกของการเป็นคริสตชนคือต้องตัดสินตัวเอง ไม่ใช่ตัดสินคนอื่น"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงสอน ก้าวแรกของการเป็นคริสตชนคือต้องหัดตัดสินตัวเองว่าทำถูกหรือผิด ไม่ใช่ไปตัดสินคนอื่น ทรงสอน เราต้องรู้จักกล่าวโทษตัวเอง ทรงชี้ มนุษย์ชอบหาเหตุผลมาเข้าข้างตัวเองว่าไม่ผิด และชอบทำหน้าไร้เดียงสาว่าเราไม่ได้ทำผิดอะไร ทรงเตือน การอิจฉาจะทำให้เราพูดจาใส่ร้ายคนอื่นและลอบฆ่าเขาทางศีลธรรม ช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงถวายมิสซาในวัดน้อยประจำหอพักซางตา มาร์ธา บทอ่านประมิสซานี้จากหนังสือประกาศกอิสยาห์ ท่านได้วอนขอพระเจ้าโปรดอภัยโทษแก่มนุษย์ เพราะมนุษย์เป็นคนบาปที่ได้กบฏต่อพระเจ้า พระสันตะปาปาทรงกล่าวสอนว่า "บทอ่านแรกเน้นเรื่องความเมตตา พวกเราทุกคนเป็นคนบาป นี่ไม่ใช่หลักการ แต่มันเป็นความจริง สำหรับคริสตชนแล้ว ความสามารถในการตัดสินตัวเองถือเป็นความดีตามแบบคริสตชน มันเป็นมากกว่าคุณธรรม นี่คือก้าวแรกสำหรับคนที่ต้องการจะเป็นคริสตชน "พวกเราทุกคนเป็นเจ้าของการหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง เราชอบพูดว่า 'ไม่ มันไม่ใช่เรา มันไม่ใช่ความผิดของเรา' พวกเราทุกคนมีความสามารถที่จะหาเหตุผลมาอธิบายข้อบกพร่องและบาปของเรากันทั้งนั้น

โป๊ปฟรังซิส: "ความรักสามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งได้ ขอแค่เราเชื่อในพระเจ้า"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงสอน ความรักสามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งได้ ขอแค่เราเชื่อในพระเจ้า ทรงเผย วันศุกร์ที่แล้ว พระองค์ทรงถวายมิสซาเพื่อชาวคริสต์ในซีเรียและอิรักที่กำลังถูกกลุ่มไอซิสเบียดเบียนอย่างหนัก เช่นเดียวกับ เชิญภาวนาเพื่อเวเนซูเอล่าที่กำลังมีการประท้วงภายในประเทศอย่างรุนแรงด้วย ช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงออกมานำสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน พระวรสารวันนี้ เป็นเหตุการณ์ที่พระเยซูทรงประจักษ์พระวรสารแก่ศิษย์ 3 คน พร้อมมีเสียงจากสวรรค์ว่า "ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา จงฟังท่านเถิด" พระสันตะปาปาทรงแบ่งปันพระวรสารตอนนี้ว่า "การติดตามพระเยซู การเชื่อฟังพระเยซูทำได้ด้วยการให้การมีชีวิตของเราเป็นของขวัญแห่งความรักให้กับผู้อื่น พวกเราทุกคนยังขึ้นไปบนภูเขาที่พระเยซูทรงประจักษ์พระวรกายและหยุดรำพึงถึงพระพักตร์ของพระองค์ ทั้งนี้ เพื่อน้อมรับคำสอนของพระเจ้าและตีความเข้าสู่การดำเนินชีวิตของเรา เพราะพวกเราทุกคนก็สามารถเปลี่ยนตัวเองได้ด้วยความรักเช่นกัน" จากนั้น พระสันตะปาปาทรงกล่าวถามทุกคนแบบสดๆ โด