Posts

โป๊ปฟรังซิส: "เราพบความรอดจากบาปจากสิ่งเรียบง่ายตามที่พระเจ้าสอน"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงสอน เราจะพบความรอดจากบาป ผ่านทางการทำสิ่งเล็กๆ เรียบง่ายตามแบบฉบับของพระเจ้า ตัวอย่างชัดเจนคือทำตามคำสอนของพระเยซูเรื่อง "ผู้เป็นสุข" (มหาบุญลาภ) และการพิพากษาครั้งสุดท้าย ทรงย้ำ เราไม่มีวันพบความรอดจากบาป ผ่านทางอำนาจ ขั้วการเมือง หรือการต่อรองใดๆ 





มิสซาเช้าวันจันทร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บทอ่านประจำมิสซานี้เป็นเหตุการณ์ที่ นาอัมมาน ชาวซีเรียซึ่งเป็นโรคเรื้อน ได้ขอร้องประกาศกเอลีชาห์ให้รักษาตน แต่เอลีชาห์บอกง่ายๆ แค่ว่า "จงไปชำระตัวในแม่น้ำจอร์แดน 7 ครั้ง แล้วท่านจะหายจากโรค" นาอัมมานจึงโกรธมากเพราะคิดว่าง่ายเกินไป แต่สุดท้ายเขาก็ทำตามและหายจากโรคเรื้อน ส่วนพระวรสาร เป็นเหตุการณ์ที่ชาวนาซาเร็ธไม่พอใจพระวาจาของพระเยซูที่ตรัสสอนความจริง

พระสันตะปาปาทรงเทศน์แบ่งปันว่า

- ในความคิดของเรา ความรอดควรมาจากสิ่งที่สูงส่งยิ่งใหญ่ คนที่ช่วยเราให้รอดควรเป็นคนที่มีเงินหรืออำนาจ แต่แผนการของพระเจ้าต่างจากที่เราคิดอย่างสิ้นเชิง! ความรอดจากพระเจ้ามาจากสิ่งเล็กๆ มันมาจากความเรียบง่ายของพระเจ้า

- เวลาพระเยซูพูดเรื่องหนทางแห่งความรอด พระองค์ไม่เคยพูดเรื่…

โป๊ปฟรังซิส: "เราเป็นคริสตชนแต่ชื่อหรือเปล่า"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงตั้งคำถาม เราเป็นคริสตชนแต่ชื่อหรือเปล่า เราเป็นเหมือนเศรษฐีที่แต่งตัวดีๆ มัวรื่นเริงอยู่แต่ในงานเลี้ยง จนลืมสนใจคนยากจนที่นั่งอยู่หน้าประตูอย่าง "ลาซารัส" หรือไม่ ถ้าเราเป็นแบบนี้ เราคือคนที่คิดถึงแต่ตัวเอง ทำตัวเป็นเหมือนคนมีศาสนา แต่กลับไม่สนใจ "คนชายขอบ" ที่ตกทุกข์ได้ยากเลย ทรงชี้ ความร่ำรวยแบบนี้คืออำนาจ ถ้าเรายึดติดกับมัน เราจะเป็นพระสังฆราชและพระสงฆ์ที่ป่วยด้วยมะเร็งร้าย




มิสซาเช้าวันพฤหัสบดีที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา พระวรสารวันนี้เป็นเหตุการณ์ที่เศรษฐีที่แต่งกายอย่างดีซึ่งไม่เคยเหลียวแล "ลาซารัส" คนยากไร้ที่อยู่หน้าประตูบ้านของตนเลย

พระสันตะปาปาทรงเทศน์แบ่งปันว่า

- พระวรสารตอนนี้ถามตัวเราว่า "เราเป็นคริสตชนแต่ชื่อหรือเปล่า ถ้าเป็นเช่นนี้ เรากำลังเดินอยู่บนหนทางของการโกหก" หรือว่า "เราเป็นคริสตชนที่อยู่บนหนทางของชีวิต กล่าวคือ ลงมือทำงานช่วยเหลือคนยากไร้"

- ชายร่ำรวยคนนี้ รู้จักพระบัญญัติของพระเจ้า แน่นอน เขาไปศาลาธรรมในวันสับบาโต เขาเป็นศาสนิกชนแน่นอน แต่ว่า เขาปิดตัวเอง ขังตัวเองอยู่ในโลกของตนเอง โลกของงานเ…

โป๊ปฟรังซิส: "คาทอลิกที่พูดอย่างเดียว แต่ไม่ทำ ไม่ต่างอะไรกับการหลอกลวง"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงสอน มีหลายคนพูดว่าตัวเองเป็นคาทอลิก แต่ไม่เคยปฏิบัติตนเป็นคาทอลิกที่แท้จริง อาทิ พ่อแม่ที่อ้างตนเป็นคาทอลิก แต่ไม่เคยมีเวลาให้ลูกและพูดคุยกับลูก การกระทำแบบนี้ ไม่ต่างอะไรกับวิถีทางโลก นั่นคือ พูดแล้วไม่ทำ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการหลอกลวง ทรงหวังเห็นคาทอลิกแยกแยะให้ออกว่า ความแตกต่างระหว่างการพูดกับการทำเป็นอย่างไร เพื่อที่เราจะได้ไม่เป็นพวกที่พูดอย่างเดียว แต่ไม่เคยลงมือทำ




มิสซาเช้าวันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บทอ่านประจำมิสซานี้จากหนังสือประกาศอิสยาห์ พระเจ้าตรัสว่า "มาพิจารณาความด้วยกันกับเรา แม้บาปของท่านจะแดงเหมือนผ้าสีเลือดหมูหรือผ้าสีแดงเข้ม ก็จะขาวอย่างหิมะและขนแกะ แต่ถ้าท่านเป็นคนดื้นรั้นและกบฏ ท่านจะเป็นเหยื่อของคมดาบ" ส่วนพระวรสาร พระเยซูสอนว่า "ถ้าธรรมาจารย์และฟาริสี สอนสิ่งใด จงปฏิบัติตามคำสอนของเขา แต่อย่าปฏิบัติตามพฤติกรรมของเขา เพราะเขาพูด แต่ไม่ปฏิบัติ"

พระสันตะปาปาทรงเทศน์แบ่งปันว่า

- พระเจ้าสอนเราถึงการกระทำ ลองดูซิ บ่อยครั้งแค่ไหนที่เราพบคนจำนวนมากในพระศาสนจักร รวมทั้งตัวเราเอง ที่เอาแต่พูดว่า "พวกเราเป็นคาทอลิ…

โป๊ปฟรังซิส: "เวลาคนมาติดต่องานกับโรมันคูเรีย ต้องได้รับการปฏิบัติอย่างดี ต้องไม่ถูกมองข้าม"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงย้ำ เวลาคนมาติดต่องานกับโรมันคูเรีย ต้องได้รับการปฏิบัติอย่างดี ต้องไม่ถูกมองข้าม และถูกปฏิเสธ ทรงชี้ พระสงฆ์ผู้อภิบาลเป็นคนกลุ่มแรกที่พระเจ้าเรียกร้องให้ดูแลฝูงแกะของพระองค์ ดังนั้น พระสงฆ์ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับฝูงแกะ




ช่วงสายวันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงถวายมิสซาฉลองธรรมาสน์นักบุญเปโตรและฉลองปีศักดิ์สิทธิ์แห่งเมตตาธรรมให้กับพนักงานในโรมันคูเรียทุกคน มิสซานี้ จัดในมหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน ทั้งนี้ ก่อนเริ่มพิธี พระสันตะปาปาได้พบผู้ที่ทำงานในโรมันคูเรีย และร่วมเดินจาริกจากหอประชุมเปาโล ที่ 6 ไปยังประตูศักดิ์สิทธิ์มหาวิหารนักบุญเปโตรด้วย

สำหรับบทเทศน์ประจำมิสซานี้ พระสันตะปาปาตรัสสอนว่า

- พระสงฆ์ผู้อภิบาลคือคนกลุ่มแรกที่พระเจ้าทรงเรียกร้องให้พวกเขามาดูแลฝูงแกะของพระองค์ พระสงฆ์ผู้อภิบาลต้องเป็นแบบอย่างอันดีงามให้กับฝูงแกะของพระเจ้า

- พระเจ้าทรงตามหาแกะที่หายไป เมื่อพบแล้ว พระเจ้าทรงนำแกะกลับเข้าฝูงอีกครั้ง พระองค์ทรงดูแลรักษาบาดแผลของแกะที่บาดเจ็บ ลักษณะนิสัยเหล่านี้คือเครื่องหมายของความรักอันไม่มีขอบเขต ดังนั้น ผู้ที…

Must Read! บทสัมภาษณ์โป๊ปฟรังซิสบนเที่ยวบินกลับจากเม็กซิโกไปอิตาลี

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงย้ำ พระสังฆราชที่สั่งย้ายสงฆ์ที่ก่อคดีล่วงละเมิดทางเพศไปหลบในที่ไกลๆ ถือเป็นคนไร้ความรับผิดชอบและควรจะลาออกจากหน้าที่ด้วย ทรงตอบกลับ "โดนัลด์ ทรัมพ์" คนที่บอกให้สร้างกำแพงกั้นผู้อพยพต่างหากที่ไม่ใช่คริสตชน พร้อมขอบคุณที่ ทรัมพ์ กล่าวหาว่าพระสันตะปาปาเป็นนักการเมือง เพราะในความเป็นจริง มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตทางการเมืองตามที่ อริสโตเติ้ล กล่าวอยู่แล้ว ทรงชี้ การคุมกำเนิดเพื่อป้องกันไวรัสซิก้า เป็นเรื่องยอมรับได้ เพราะสถานการณ์นี้เลวร้ายมาก แต่มันต้องไม่ใช่การทำแท้ง เพราะนั่นคือบาปฆ่าคน พระสันตะปาปา เปาโล ที่ 6 ก็เคยอนุญาตให้ซิสเตอร์ในแอฟริกาใช้อุปกรณ์คุมกำเนิดได้ในกรณีที่ถูกข่มขืน ทรงยืนยัน ความสัมพันธ์แบบมิตรภาพแน่นแฟ้นระหว่าง สมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น ปอล ที่ 2 กับ อันนา เทเรซา ติเมียนเนียซก้า สตรีนักปรัชญา ไม่ใช่บาป เพราะมิตรภาพแน่นแฟ้นนี้เป็นแบบเพื่อน ไม่ใช่แบบภรรยา ทรงถาม ผู้ชายที่ไม่รู้จักสร้างมิตรภาพกับผู้หญิง ต้องเป็นคนผิดปกติในชีวิตแน่ๆ ทรงย้ำ ประเทศที่อยากไปมากที่สุดคือ "ประเทศจีน" 





สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงประทานการสัมภาษณ์น…

โป๊ปฟรังซิส: "เราไม่สามารถนิ่งเฉยกับวิกฤติการณ์ผู้อพยพลี้ภัย"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงย้ำ เราไม่สามารถนิ่งเฉยกับวิกฤติการณ์ผู้อพยพลี้ภัย เพราะสาเหตุแท้จริงที่คนเหล่านี้กลายเป็นผู้ลี้ภัย มาจากความไม่ยุติธรรมในสังคมของพวกเขา ปัญหาความรุนแรง ยาเสพติด พวกเขาจึงต้องการแสวงหาชีวิตที่มั่นคงและดีขึ้น ทรงสอน เราทุกคนต้องกลับใจและเปลี่ยนแปลงตัวเอง เมื่อทุกคนกลับใจและสร้างความยุติธรรม สังคมจะดีขึ้นเอง






ช่วงบ่ายวันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงไปภาวนา ณ พรมแดนระหว่างเม็กซิโกและสหรัฐอเมริกา ซึ่งบริเวณนี้มีรั้วลวดหนามขวางกั้นอยู่เต็มไปหมด จากนั้น ทรงถวายมิสซาที่ลานกว้างของเมืองชิวดาด ฮัวเรซ ประเทศเม็กซิโก ท่ามกลางสัตบุรุษที่มาร่วมกว่า 250,000 คน โดยนี่คือพันธกิจสุดท้ายของการเยือนเม็กซิโกด้วย

บทอ่านวันนี้เป็นเหตุการณ์ที่ประกาศกโจนาห์ไปประกาศให้ชาวเมืองนีนะเวห์กลับใจ ซึ่งทุกคนก็ทำตามจริงๆ พระเจ้าจึงพอพระทัยและไม่ลงโทษพวกเขา พระสันตะปาปาทรงแบ่งปันบทอ่านนี้ว่า

- การร่ำไห้คร่ำครวญเหนือความไม่ยุติธรรม การโกง และการกดขี่ข่มเหง ถือเป็นสิ่งดี นี่คือน้ำตาที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงหัวใจของเราให้อ่อนลง ไม่แข็งกระด้าง น้ำตาที่ทำให้เรามองไปที่…

โป๊ปฟรังซิส: "เม็กซิโกควรเป็นประเทศที่พ่อแม่ได้กลับบ้านไปเล่นกับลูก หลังเลิกงาน"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงหวังเห็นเม็กซิโกเป็นประเทศที่พ่อแม่ได้กลับบ้านไปเล่นกับลูกหลังเลิกงาน ไม่ใช่พ่อแม่ต้องทำงานราวกับเครื่องจักรจนไม่มีเวลาดูแลลูกของตน ถ้าทำได้เช่นนี้ ผลประโยชน์จะตกอยู่กับเม็กซิโกเต็มๆ ทรงชี้ อย่านำผลกำไรมาเป็นตัวกำหนดชะตาชีวิตคน อย่าใช้งานลูกจ้างราวกับแรงงานทาส ทรงถาม อยากให้ลูกหลานจดจำการจ้างงานในเม็กซิโกแบบไหน ระหว่าง เป็นประเทศที่ค่าแรงต่ำเกินจริง นายจ้างเห็นแก่ตัว หรือเป็นประเทศที่เหมาะสมกับการทำงานอย่างแท้จริง






ช่วงบ่ายวันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงพบปะและให้โอวาทแก่บรรดานักธุรกิจชาวเม็กซิกันกว่า 3,000 คน ภายในวิทยาลัยบาชิเยเรส รัฐชิฮัวฮัว ประเทศเม็กซิโก

โอกาสนี้ พระสันตะปาปาตรัสให้ข้อคิดกับพวกเขาว่า

- ในวงการธุรกิจ หลายบริษัท ห้างร้าน หรือสมาคม อาจถูกมองว่าเป็นคู่แข่งกัน แต่ที่สุดแล้ว พวกเขาก็รวมเป็นหนึ่งโดยอาศัยความรับผิดชอบเดียวกัน นั่นคือ แสวงหาการจ้างงานซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม เฉพาะอย่างยิ่งเยาวชน

- หนึ่งในหายนะสำหรับเยาวชนคือการขาดโอกาสที่จะเรียนหนังสือและมีงานทำ ในหลายๆ กรณี การขาดโอกาสเหล่านี้นำไปสู่ความยากจน ซึ่งค…