Posts

โป๊ปฟรังซิส: "พ่อไปแก้บาปทุกๆ 15-20 วัน เพราะรู้ตัวว่าต้องการพระเมตตาจากพระเจ้า"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงเผย พระองค์ไปแก้บาปทุกๆ 15-20 วัน เพราะสำนึกในบาปที่ได้ทำและรู้ตัวว่าต้องการพระเมตตาจากพระเจ้า ทรงรู้สึกว่า "นักบุญแม็ทธิว" มีความเกี่ยวข้องกับพระองค์มากๆ เพราะวันที่สัมผัสถึงกระแสเรียก เกิดในวันฉลองนักบุญแม็ทธิว นอกจากนี้ คำขวัญสมัยเป็นพระสังฆราชและพระสันตะปาปาก็เป็นเหตุการณ์ที่พระเยซูทรงเรียกนักบุญแม็ทธิวให้มาติดตามพระองค์ ทรงเน้น พระศาสนจักรต้องไม่ติดกับดักการประจญที่ทำให้เรายึดกฏเป็นที่ตั้งอย่างเดียว เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น จะมีคนจำนวนมากขนาดไหนที่จะถูกกีดกันออกไป ทรงชี้ โลกยุคนี้เคยชินกับข่าวร้ายไปแล้ว ทั้งที่ความจริงเราต้องแสวงหาข่าวดีจากพระเจ้าต่างหาก เพราะนี่คือสิ่งจะขับเคลื่อนเราไปข้างหน้า ทรงย้ำคำเดิมว่า ต้องการให้พระศาสนจักรเป็น "โรงพยาบาลสนาม" ที่บาดเจ็บจากการออกไปตามท้องถนน มากกว่า เจ็บป่วยเพราะอยู่เฉยๆ ไม่ขยับตัวทำอะไรเลย  สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงประทานการสัมภาษณ์แก่ "เครเดเร่" วารสารทางการของปีศักดิ์สิทธิ์แห่งเมตตาธรรม ในประเด็นต่างๆ ก่อนเปิดปีศักดิ์สิทธิ์แห่งเมตตาธรรม โดยรายละเอียดสำคัญ มีดังนี้ - พระสันตะปา

บทสัมภาษณ์พระสันตะปาปาบนเครื่องบินขากลับจากแอฟริกา

Image
1) สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงตั้งคำถาม จำเป็นด้วยหรือที่ผู้นำศาสนาต้องชักจูงศาสนิกชนของตนให้เป็นพวกหัวรุนแรง 2)ทรงชี้ การคลั่งศาสนาแบบหัวรุนแรงมีอยู่ในทุกศาสนา คาทอลิกก็มีเช่นกัน เช่นพวกที่คิดว่าตัวเองยึดมั่นความจริงเที่ยงแท้ และทำให้คนอื่นมัวหมองด้วยการให้ร้ายและทำลายชื่อเสียงของเขา 3) ทรงยอมรับ การใช้ถุงยางอนามัยป้องกันโรคเอดส์ ทำให้พระศาสนจักรเจอภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก มันเหมือนกับการที่ฟาริสีถามพระเยซูว่า "ถูกต้องหรือไม่ที่จะรักษาคนป่วยในวันสับบาโต" 4) ทรงประณาม สงครามกลายเป็นอุตสาหกรรมไปแล้ว พร้อมถาม ผู้ก่อการร้ายผลิตอาวุธเองได้หรือ ใครให้อาวุธกับพวกก่อการร้าย พออาวุธมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้ผลิตก็ได้ประโยชน์ทั้งนั้น 5) ทรงยอมรับ เป็นความผิดพลาดที่แต่งตั้ง มองซินญอร์ ลูโช่ บัลเลโฆ่ บัลดา และ ดร.ฟรานเชสก้า ชาอูกี้ เป็นทีมงานคณะกรรมการตรวจสอบการบริหารจัดการโครงสร้างสันตะสำนัก จนนำไปสู่การขโมยเอกสารสำคัญของวาติกัน 6) ทรงย้ำ สื่อมวลชนที่เป็นมืออาชีพตัวจริง ต้องรายงานความจริงให้ครบ อย่ารายงานครึ่งเดียว เจอเรื่องโกงต้องรายงานและพูดไปตามจริง แต่ถ้ารายงานผิด ต้องกล้าออกมาขอโทษ สมเ

โป๊ปฟรังซิส: "เราต้องขอโทษพระ เวลาลังเลหรือไม่เต็มใจจะเป็นประจักษ์พยานถึงพระองค์"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงสอน คริสตชนถูกเรียกมาเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้น เราต้องขอโทษพระเจ้าในเวลาที่เราเกิดความลังเลหรือไม่เต็มใจที่จะเป็นประจักษ์พยานถึงพระเจ้า ทรงขอร้องคริสตชนในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง จงรักษาความกระตือรือร้นในการเป็นผู้นำข่าวดี จงช่วยกันฟื้นฟูประเทศทั้งด้านมนุษยธรรมและจิตวิญญาณ ช่วงสายวันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงถวายมิสซาวันฉลองนักบุญแอนดรูว์ อัครสาวกและมรณสักขี ภายในสนามกีฬาบาร์กเตเลมี โบก็องดา กรุงบังกี้ สาธารณรัฐแอฟริกากลาง ท่ามกลางสัตบุรุษที่มาร่วมกว่า 30,000 คน โดยมิสซานี้เป็นมิสซาปิดท้ายการเยือนทวีปแอฟริกาของพระสันตะปาปาด้วย สำหรับบทเทศน์ประจำมิสซานี้ พระสันตะปาปาทรงเทศน์สอนว่า - เป็นเรื่องดีในช่วงเวลาแห่งความยากลำบาก การทดลอง และความทุกข์ระทม ยิ่งอนาคตยังไม่แน่นอนและเราสัมผัสถึงความอ่อนล้าและหวาดระแวง เราได้มาอยู่ต่อหน้าพระเจ้าโดยพร้อมเพรียงกัน เรามาอยู่ร่วมกันในวันนี้เพื่อเฉลิมฉลองการประทับอยู่ของพระเจ้าโดยพร้อมหน้ากัน - การมองไปยังชีวิตนิรันดรไม่ใช่ความเชื่อผิดๆ มันไม่ใช่การต่อสู้ของโลกนี้ แต่นี่คือความจริงที่ทรงพลังซ

โป๊ปฟรังซิสเสด็จเยี่ยมพี่น้องชาวมุสลิมในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงขอร้อง "พี่น้องชาวมุสลิม" ในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ร่วมกันสร้างความสามัคคีและความเป็นพี่น้องกันให้เกิดอีกครั้งในสังคม ภายหลังประเทศแห่งนี้ต้องพบกับภาวะสงครามมายาวนานจนถึงทุกวันนี้ ทรงย้ำ การมาเยือนสาธารณรัฐแอฟริกากลางจะไม่สมบูรณ์แบบ ถ้าไม่ได้มาเยี่ยมพี่น้องมุสลิม ช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส เสด็จไปพบผู้นำชาวมุสลิม ภายในมัสยิดกลาง กรุงบังกี้ สาธารณรัฐแอฟริกากลาง โดยพื้นที่ที่มัสยิดตั้งอยู่นั้น เป็นเขตสงครามกลางเมืองของสาธารณรัฐแอฟริกากลางด้วย ในส่วนพระดำรัสที่พระสันตะปาปาตรัสกับผู้นำมุสลิม พระองค์กล่าวว่า - พี่น้องที่รัก ข้าพเจ้าชื่นชมยินดียิ่งที่ได้มาอยู่ท่ามกลางท่านทุกคน ขอบคุณสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น การเดินทางมาสาธารณรัฐแอฟริกากลางครั้งนี้จะไม่สมบูรณ์แบบ ถ้าหากข้าพเจ้าไม่ได้มาพบกับชุมชนชาวมุสลิม - คริสตชนและมุสลิมคือพี่น้องชายหญิง พวกเราทราบดีว่า เหตุการณ์รุนแรงที่ผ่านมานั้นได้ทำร้ายประเทศของเราและไม่ได้ตั้งอยู่บนความต้องการที่ถูกต้องตามหลักศาสนา ในช่วงเวลาดังกล่าว ผู้นำคริสตชนและมุสลิมต่างมีบทบาทสำคั

โป๊ปฟรังซิส: "สันติภาพไม่ใช่เอกสารที่แค่เซ็นต์แล้วก็เกิดได้"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงสอนเยาวชน สันติภาพไม่ใช่เอกสารที่แค่นั่งลงแล้วเซ็นต์ชื่อ ก็เกิดขึ้นได้ แต่สันติภาพเรียกร้องการทำงานด้วยมือและชีวิตของเรา ทรงย้ำ วิธีสร้างสันติภาพคือต้องกำจัดความเกลียดชังออกจากจิตใจ ต้องรู้จักให้อภัยต่อคนที่ทำผิดกับเรา ทรงขอร้องเยาวชน ช่วยสวดให้พระองค์ด้วย เพื่อจะได้เป็นพระสันตะปาปาที่ดี ช่วงค่ำวันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงออกมาพบปะและเทศน์สอนเยาวชนจากสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ณ ลานหน้าอาสนวิหารแม่พระผู้ปฏิสนธินิรมล อัครสังฆมณฑลบังกี้ คืนนี้ พระสันตะปาปาทรงเทศน์สอนพวกเขาแบบสดๆ จากใจว่า - ในช่วงเวลาของความยากลำบากของสงครามและความเกลียดชัง พวกลูกต้องรู้จักการอดทนอดกลั้น พวกลูกคนบางคนอยากจะหนีไปให้ไกลๆ จากสถานการณ์ที่ดูเหมือนไม่มีคำตอบให้กับชีวิต แต่สิ่งสำคัญสุดคือลูกต้องกล้าที่จะอดทน ต่อสู้เพื่อแสวงหาสิ่งดีงาม คนที่หนีคือคนที่ไม่มีความกล้าที่จะมอบชีวิตใหม่ให้สังคม - ว่าแต่ เราจะมีความกล้าได้อย่างไร สิ่งแรกเลย เราต้องสวดภาวนา การภาวนาจะชนะความชั่ว การภาวนาจะทำให้เราใกล้ชิดกับพระเจ้า - สอง เราต้องทำงานเพื่อสร้างสันติภาพ คำว่าสัน

โป๊ปฟรังซิส: "คริสตชนต้องรักศัตรู สิ่งนี้จะป้องกันเราจากการแก้แค้น"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงเปิดประตูศักดิ์สิทธิ์ที่สาธารณรัฐแอฟริกากลาง โอกาสปีศักดิ์สิทธิ์แห่งเมตตาธรรม โดยพระองค์ทรงอนุญาตให้เปิดก่อนพิธีทางการที่กรุงโรมและนับเป็นครั้งแรกที่พระสันตะปาปาทรงเปิดประตูศักดิ์สิทธิ์นอกกรุงโรมด้วย พร้อมสอน หน้าที่ของคริสตชนคือต้องรักศัตรูของตน สิ่งนี้จะช่วยปกป้องเราจากการประจญให้คิดแก้แค้น ทรงชี้ ผู้ประกาศข่าวดีต้องเป็นผู้ชำนาญการให้อภัย สร้างความปรองดอง และเปี่ยมด้วยเมตตา นอกจากนี้ ช่วงเที่ยงที่เสวยอาหารกลางวัน มีการแจ้งข่าวให้พระสันตะปาปาทราบว่า มีคริสตชนถูกฆ่าตาย พระสันตะปาปาทรงต้องการจะไปยังที่เกิดเหตุ แต่ถูกสมณทูตห้ามไว้ด้วย ช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงเป็นประธานในมิสซาเปิดประตูศักดิ์สิทธิ์ โอกาสปีศักดิ์สิทธิ์แห่งเมตตาธรรม‬ (Jubilee Year of Mercy) ณ อาสนวิหารแม่พระผู้ปฏิสนธินิรมล อัครสังฆมณฑลบังกี้ สาธารณรัฐแอฟริกากลาง การเปิดประตูศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่พระสันตะปาปาทรงเปิดประตูศักดิ์สิทธิ์นอกกรุงโรม โดยปีศักดิ์สิทธิ์แห่งเมตตาธรรมจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการทั่วโลกในวันที่ 8 ธ

โป๊ปฟรังซิส: "การแตกแยกของกลุ่มคริสตชนคือการขัดพระประสงค์ของพระบิดา"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงขอร้องคริสตชนทุกนิกายในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง สามัคคีและร่วมเป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะการแตกแยกในกลุ่มคริสตชนเป็นการขัดต่อพระประสงค์ของพระบิดาที่อยากให้เราทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกัน ทรงย้ำ คาทอลิกและโปรเตสแตนท์ร่วมกันหลั่งโลหิตแห่งคริสตศาสนสัมพันธ์ อันเป็นผลจากความรุนแรงของสงครามและการแบ่งแยกต่างๆ  ช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส เสด็จไปยังศูนย์เทวศาสตร์อีแวนเจลิคั่ล กรุงบังกี้ เพื่อพบปะผู้นำคริสตชนนิกายต่างๆ ในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง โอกาสนี้ พระสันตะปาปาตรัสกับพวกเขาว่า - ข้าพเจ้าทราบดีว่าพวกท่านประสบปัญหามากมายอันเนื่องมาจากความรุนแรง ผลที่ตามมาคือการทนทุกข์อย่างแสนสาหัส สิ่งนี้ทำให้การประกาศพระวรสารทวีความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ และจำเป็นอย่างยิ่ง - ข้าพเจ้าพูดอยู่เสมอเกี่ยวกับโลหิตแห่งคริสตศาสนสัมพันธ์ ทุกกลุ่มคริสตชนต้องทนทุกข์จากการแบ่งแยกอันเนื่องมาจากความอยุติธรรมและความเกลียดชัง - สำหรับพวกเราคริสตชน ในสถานการณ์ยากลำบากแบบนี้ ข้าพเจ้าขอย้ำว่า การขาดความเป็นหนึ่งเดียวกันจัดเป็นเรื่องน่าละอายยิ่ง เพราะมันขัดต่อพระประสงค์ของพระเจ