Posts

โป๊ปฟรังซิส: "ความสุภาพถ่อมตนสำคัญสุดในการคืนดีกัน"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส พระสังฆราชแห่งกรุงโรม ทรงย้ำ สิ่งสำคัญสุดในการเจรจาคืนดีกันคือความสุภาพถ่อมตน ไม่ใช่ความโอหังหยิ่งยะโสในสิ่งที่ตัวเองเป็น พร้อมชี้ ถ้ากำแพงของความขุ่นเคืองใจสูงขึ้นเรื่อยๆ การเสวนาคืนดีก็ทำได้ยากขึ้นเช่นกัน  ช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงถวายมิสซาเช้าในวัดน้อยประจำหอพักซางตา มาร์ธา มิสซานี้ พระสันตะปาปาตรัสสอนว่า: - ในบทอ่านจากหนังซือซามูเอล (1 ซมอ 24:2-21) เราได้เห็นแล้วว่า เดวิดมีจังหวะที่สามารถลงมือฆ่ากษัตริย์ซาอูลได้ แต่เดวิดไม่ทำ เขาเลือกที่จะมาพูดคุยเสวนาลดความขัดแย้งของกันและกัน เราคริสตชนก็เช่นกัน เราต้องเดินตามแนวทางของการคืนดีให้อภัยกัน เพราะพระเยซูทรงสอนและแสดงให้เราเห็นถึงแนวทางของการให้อภัย - ในการเสวนาพูดจาคืนดีกัน สิ่งสำคัญสุดคือเราต้องสุภาพและนอบน้อม แม้เราจะเพิ่งผ่านการโต้แย้งกันมาก็ตาม มันสำคัญจริงๆที่เราต้องศิโรราบให้กับความยืนหยุ่น อย่ายึดมั่นแต่ความคิดตัวเองเพียงอย่างเดียว - อย่างไรก็ตาม มันไม่ง่ายนักที่จะสร้างการเสวนา เฉพาะอย่างยิ่งเรายังแตกแยกด้วยเหตุขุ่นเคืองใจกัน มันไม่มีเขียนในพระคัมภีร์ก็จริง แ

โป๊ปฟรังซิส: "คริสตชนแตกหักกันเพราะความอิจฉาและนินทากัน"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส พระสังฆราชแห่งกรุงโรม ทรงชี้ กลุ่มคริสตชนมักแตกแยกเพราะความอิจฉาและซุบซิบนินทา ทรงย้ำ สังคมใดที่มีแต่ความอิจฉาริษยา สังคมนั้นจะพบกับคือความแตกแยกเสมอ เพราะนี่คือยาพิษร้ายที่เราพบได้ในพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิมตั้งแต่สมัย "กาอิน" ฆ่า "อาเบล" ช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงถวายมิสซาเช้าในวัดน้อยประจำหอพักซางตา มาร์ธา มิสซานี้ พระสันตะปาปาตรัสสอนว่า: - ในบทอ่านประจำวันนี้จากหนังสือซามูเอล (1 ซมอ 18:6-9;19:1-7) เราได้เห็นชัยชนะของชาวอิสราเอลเหนือชาวฟิลิสเตีย ซึ่งทั้งหมดต้องขอบคุณความกล้าหาญของชายหนุ่มนามว่า "เดวิด" - อย่างไรก็ตาม ชัยชนะและความชื่นชมยินดีครั้งนี้ของกษัตริย์ซาอูล ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความอิจฉาริษยา เพียงเพราะตัวเองได้ยินบรรดาผู้หญิงร้องเพลงสรรเสริญเดวิดที่ฆ่าโกไลแอ็ธ - ความรู้สึกของกษัตริย์ซาอูลเหมือนกับตอนที่ "กาอิน" ลงมือฆ่า "อาเบล" ทุกอย่างเกิดจากความอิจฉาริษยา กษัตริย์ซาอูลจึงต้องการฆ่าเดวิด นี่แหละคือความอิจฉาในจิตใจของเรา - ความอิจฉาริษยานำไปสู่การฆาตกรรม มันค

โป๊ปฟรังซิส: "จงเป็นชาวสะมาเรียผู้ใจดีบนโลกดิจิตอล"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส พระสังฆราชแห่งกรุงโรม ทรงออกสารวันสื่อมวลชนสากล พร้อมกระตุ้นคริสตชนต้องเป็นเหมือนชาวสะมาเรียผู้ใจดีในโลกดิจิตอล ซึ่งออกไปช่วยผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือบนโลกออนไลน์ ทรงย้ำ โซเชี่ยล มีเดีย จะมีบทบาทสำคัญในการประกาศพระวรสาร ทรงยืนยัน อยากให้พระศาสนจักร "ถูกทำร้าย" จากการออกไปประกาศพระวรสาร มากกว่านั่งอยู่เฉยๆแต่ไม่ทำอะไร ช่วงสายวันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา สันตะสำนักได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวสารวันสื่อมวลชนสากล ครั้งที่ 48 ซึ่งพระสันตะปาปาทรงเขียนขึ้นในหัวข้อ "การสื่อสารที่ว่าด้วยการรับใช้วัฒนธรรมที่แท้จริงของการพบหน้ากัน" โดยงานนี้ มี พระอัครสังฆราช เคลาดิโอ เชลลี่ ประธานสมณสภาสื่อสารสังคม, มองซินญอร์ พอล ไทก์ เลขาธิการสมณสภาสื่อสารสังคม และคุณพ่อเฟเดริโก้ ลอมบาร์ดี้ ผู้อำนวยการศูนย์ข่าววาติกัน เป็นผู้แถลง ในส่วนของใจความสำคัญของสารวันสื่อมวลชนสากล ครั้งที่ 48 มีใจความว่า: - อินเตอร์เน็ทและโซเชี่ยล มีเดีย คือของขวัญจากพระเจ้า โซเชี่ยล มีเดีย มีศักยภาพสูงมากที่จะช่วยผู้คนและนำผู้คนก้าวเดินไปด้วยกัน - การสื่อสารที่ดีช่วยเราให้ใกล้ชิดกันยิ่ง

โป๊ปฟรังซิส: "ความแตกแยกในกลุ่มคริสตชนคือความอัปยศจริงๆ"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส พระสังฆราชแห่งกรุงโรม ทรงแบ่งปัน ความแตกแยกในกลุ่มคริสตชนคือความอัปยศและสะท้อนถึงความอ่อนแอในการเป็นพยานถึงพระวรสาร ทรงย้ำ พระพรของพระเจ้าช่วยเราให้เป็นคนสุภาพถ่อมตนและรู้จักแยกแยะความดีความชั่ว ช่วงสายวันพุธที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงเป็นประธานในการเข้าเฝ้าทั่วไป ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน ท่ามกลางสัตบุรุษที่มาร่วมกว่า 70,000 คน วันนี้ พระสันตะปาปาตรัสสอนว่า: - สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ภาวนาเพื่อเอกภาพคริสตชน ดังนั้น พ่อจึงอยากแบ่งปันเรื่องเอกภาพคริสตชนกับพวกเรา - ในจดหมายนักบุญเปาโลถึงชาวโครินธ์ ฉบับที่หนึ่ง ท่านนักบุญถามว่า "มีการแบ่งแยกในองค์พระคริสตเจ้าหรือ" (1 โครินธ์ 1:13) ไม่เลย เรารู้กันแล้วว่า พระคริสตเจ้าไม่มีการแบ่งแยกใดๆทั้งสิ้น ตอนนี้ เราต้องตระหนักอย่างจริงจังว่า สังคมของเรายังเดินหน้าพบกับความแตกแยก ซึ่งเป็นบ่อเกิดของความอัปยศและความอ่อนแอจากการเป็นประจักษ์พยานถึงพระวรสารของตัวเราเอง - ในจดหมายนักบุญเปาโลฉบับนี้อีกเช่นกัน นักบุญเปาโลเตือนใจเราถึงความชื่นชมยินดีในพระพรอันยิ่งใหญ่ที่เราได้รับ พระวาจาของพ

โป๊ปฟรังซิส: "พระเจ้าเลือกมนุษย์ที่จิตใจ แต่มนุษย์เลือกกันเองที่ภาพลักษณ์ภายนอก"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส พระสังฆราชแห่งกรุงโรม ทรงเตือนสติ มนุษย์ชอบคัดเลือกคนด้วยการมองภาพลักษณ์ภายนอกเป็นหลัก โดยไม่ยอมดูให้ลึกลงไปในจิตใจว่าเป็นคนสุภาพถ่อมตนหรือไม่ แต่พระเจ้าทรงเลือกสรรคนโดยมองที่จิตใจเป็นหลัก ทรงชี้ เราต้องดูแบบอย่าง "กษัตริย์เดวิด" ที่แม้จะสูงส่งยังไง แต่เมื่อทำผิด ท่านก็สำนึกอย่างสุดซึ้งและขออภัยโทษจากพระเจ้า ช่วงเช้าวันอังคารที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงถวายมิสซาเช้าในวัดน้อยประจำหอพักซางตา มาร์ธา มิสซานี้ พระสันตะปาปาตรัสสอนว่า: - ในบทอ่านวันนี้จากหนังสือซามูเอล (1 ซมอ 16:1-13) เราได้เห็นวิธีที่พระเจ้าเลือกคนที่จะเป็นกษัตริย์ปกครองประชากรของพระองค์ วิธีการของพระเจ้าคือ "พระเจ้าไม่ทรงมองอย่างมนุษย์มอง มนุษย์มองแต่รูปร่างภายนอก แต่พระเจ้าทรงมองจิตใจ" และผู้ที่พระองค์เลือกก็คือ "เดวิด" - วิธีที่พระเจ้าเลือกสรรคนก็คือ พระเจ้าจะเลือกคนที่ต่ำต้อยที่สุดและมีอำนาจน้อยที่สุดกว่าทุกคน เราจะเห็นกันแล้วว่า มนุษย์เป็นพวกที่ยึดติดกับภาพลักษณ์ภายนอก แต่พระเจ้าทรงมีวิธีการที่แตกต่างออกไป พระองค์ทรงเลือกคนที่ต่ำต้อยและสุภ

โป๊ปฟรังซิส: "เสรีภาพคริสตชนพบได้ในการฟังและทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส พระสังฆราชแห่งกรุงโรม ทรงสอน เสรีภาพตามแบบคริสตชนพบได้ในการกล้าที่จะฟังและนบนอบเชื่อฟังพระเจ้า ทรงชี้ พระวาจาของพระเจ้ามักจะเต็มไปด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์ให้เราตื่นเต้นเสมอ  ช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงถวายมิสซาเช้าในวัดน้อยประจำหอพักซางตา มาร์ธา มิสซานี้ พระสันตะปาปาตรัสสอนว่า: - จากบทอ่านที่หนึ่งในวันนี้ (หนังสือซามูเอล) เราจะเห็นว่า กษัตริย์ซาอูลไม่เชื่อฟังเสียงของพระเจ้าและพยายามที่จะทำตามความโลภของตัวเอง แต่ซามูเอลเตือนสติเขาให้ฟังเสียงของพระเจ้าจะดีกว่า - ชีวิตคริสตชนก็เช่นกัน มันเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องมีความนบนอบและเชื่อฟังพระเจ้าจากหัวใจ เราต้องฟังเสียงของพระเจ้าและทำตามพระประสงค์ของพระองค์ เราต้องร่วมแบ่งปันชีวิตและความรักกับพระองค์ - เสียงของพระเจ้านำทางชีวิตเรา และยังทำให้เราได้ไตร่ตรองถึงความหมายแท้จริงของ "อิสรภาพตามแบบคริสตชน" รวมถึง "การนบนอบตามแบบคริสตชน" ทั้งสองอย่างนี้ เราพบได้ในพระวาจาของพระเจ้าและความกล้าที่จะเปิดใจรับฟังเสียงของพระองค์ - นอกจากนี้ พ่ออยากแบ่งปันอีกว่า พระวาจาของพระ

โป๊ปฟรังซิส: "พี่น้องแนะนำ เรายังวางใจ พระเยซูแนะนำ เราก็ต้องวางใจด้วย"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส พระสังฆราชแห่งกรุงโรม ทรงให้ข้อคิด เวลาพี่น้องให้คำแนะนำ เรายังวางใจในคำแนะนำดังกล่าว เช่นกัน ถ้าพระเยซูแนะนำเรา เราก็ต้องวางใจในพระองค์ด้วย ทรงชี้ เราต้องถ่อมตนลงรับใช้ผู้อื่นเหมือนพระเยซู เพราะพระองค์ไม่เคยสอนให้เรายกตนขึ้นกดขี่คนอื่น ช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส เสด็จไปเยี่ยมสัตบุรุษและกลุ่มผู้อพยพของวัดพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซู (ดูแลโดยคณะซาเลเซียน) ซึ่งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟแตร์มินี่ พร้อมถวายมิสซาให้กับสัตบุรุษของวัดนี้ด้วย ในส่วนของบทเทศน์ประจำมิสซานี้ พระสันตะปาปาตรัสสอนว่า: - พระวรสารวันนี้สอนเราว่า เราต้องฟังสิ่งที่นักบุญจอห์น บัปติสต์ พูดไว้ นั่นคือ เราต้องฟังและมอบความวางใจไว้กับพระเยซูผู้เป็นลูกแกะของพระเจ้า เพราะพระองค์ผู้ทรงไถ่บาปให้กับโลก - พระเยซูไม่เคยยกพระองค์ขึ้นข่มคนอื่น มีแต่ถ่อมพระองค์ลง เยียวยารักษาทุกคน พระเยซูทรงเลือกมาเป็นผู้ต่ำต้อยอ่อนแอสุดเหมือนกับลูกแกะ กระนั้น พระองค์ยังคงมีความเข้มแข็งที่จะแบกเราไว้บนบ่าของพระองค์และนำเรารอดพ้นจากบาป - ลองนึกภาพดูซิ พวกเรายังมอบความวางใจไว้กับคุณหมอ (แพ