Posts

ประวัติศาสตร์ต้องจารึก! พระสันตะปาปาพบพระอัยกาแห่งออโธด็อกซ์รัสเซีย

Image
พบกันครั้งแรกในรอบเกือบพันปีนับแต่ขัดแย้งกัน! สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงพบกับ พระอัยกาคีริล ผู้นำออโธด็อกซ์รัสเซีย อย่างเป็นทางการ การพบกันนี้ เป็นครั้งแรกที่ผู้นำพระศาสนจักรคาทอลิกได้พบกับผู้นำพระศาสนจักรออโธด็อกซ์แห่งรัสเซีย นับตั้งแต่ขัดแย้งและแยกจากกันในค.ศ.1054 และผู้นำทั้งสองก็ไม่ได้พบกันอีกเลย ช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ได้ประทับเครื่องบินพระที่นั่งสายการบินอลิตาเลีย เที่ยวบิน "นายชุมพาบาล" (AZ 4000) จากกรุงโรม มาถึงสนามบินโฮเซ่ มาตรี้ กรุงฮาวาน่า ประเทศคิวบา เพื่อพบกับ พระอัยกาคีริล งานนี้มี ราอูล คาสโตร ประธานาธิบดีคิวบาร่วมเป็นสักขีพยานด้วย วินาทีแรกที่ผู้นำทั้งสองพบกัน ทั้งคู่ได้สวมกอดกันแบบพี่น้องอย่างแท้จริง พระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงกล่าวคำทักทายก่อนว่า "เราเป็นพี่น้องกัน ในที่สุด! (เราก็ได้พบกัน)" พระอัยกาคีริล ตอบกลับว่า "ตอนนี้ ทุกสิ่งง่ายขึ้น มันชัดเจนเหลือเกินว่านี่คือพระประสงค์ของพระเจ้า" จากนั้น ผู้นำทั้งสองได้เข้าไปสนทนากันในห้องที่จัดไว้ โดยไม่เปิดให้ผู้สื่อข่าวเข้าทำข่าว และหลังจากทั้งสอง

โป๊ปฟรังซิส: "ธรรมทูตแห่งเมตตาธรรมมีหน้าที่เป็นเครื่องหมายและเครื่องมือแห่งการให้อภัยของพระเจ้า"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงย้ำ ธรรมทูตแห่งเมตตาธรรมมีหน้าที่เป็นเครื่องหมายและเครื่องมือแห่งการให้อภัยของพระเจ้า จงช่วยให้ทุกคนเปิดประตูหัวใจให้กับพระเจ้าและคืนดีกับพระองค์ ทรงสอน เราต้องภาวนา ทำทาน และพลีกรรมอดอาหารช่วงมหาพรต เพื่อจะได้เอาชนะความเย็นชาในจิตใจของเรา ช่วงเย็นวันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงถวายมิสซาวันพุธรับเถ้า ภายในมหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน ความพิเศษของมิสซานี้ยังมีพิธีส่งธรรมทูตแห่งเมตตาธรรมออกไปทำพันธกิจทั่วโลกในโอกาสปีศักดิ์สิทธิ์แห่งเมตตาธรรมด้วย บทอ่านแรกประจำมิสซานี้จากหนังสือประกาศกโจเอล พระเจ้าตรัสให้มนุษย์กลับมาหาพระองค์ พระเจ้าทรงเมตตาและไม่โกรธ บทอ่านที่สองนักบุญเปาโลขอให้ชาวโครินธ์คืนดีกับพระเจ้า ส่วนพระวรสาร พระเยซูทรงสอนว่า อย่าปฏิบัติศาสนกิจเพื่ออวดคนอื่น เวลาจำศีลอดอาหารอย่าทำหน้าเศร้าหมอง พระสันตะปาปาจึงเทศน์แบ่งปันว่า "บทอ่านและพระวรสารวันนี้เชิญชวนเราให้คืนดีกับพระเจ้า แต่การที่เราจะคืนดีได้นั้น เราต้องตระหนักก่อนว่า เราจำเป็นต้องได้รับพระเมตตาจากพระองค์ นี่คือก้าวแรกของการจาริกตามแบบคริสตชน นี่คือสิ่งที่เกิด

โป๊ปฟรังซิส: "อย่าตัดสินลงโทษคนมาแก้บาป แต่จงอภัยโทษเขาด้วยความเมตตาเหมือนพระบิดา"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงพบสงฆ์ที่จะเป็น "ธรรมทูตแห่งเมตตาธรรม" ซึ่งจะถูกส่งออกไปทำงานทั่วโลกโอกาสปีศักดิ์สิทธิ์แห่งเมตตาธรรม พร้อมย้ำ เวลาฟังแก้บาป สิ่งที่อยู่ต่อหน้าเรา ไม่ใช่บาป แต่เป็นคนบาปที่สำนึกผิด ดังนั้น อย่าตัดสินลงโทษเขา แต่จงอภัยโทษด้วยความเมตตาเหมือนที่พระบิดาทรงทำ ทรงชี้ การที่คนๆ หนึ่งมาสารภาพ แสดงว่าเขา "ละอาย" กับสิ่งที่ทำ พระสงฆ์จึงต้องมีทัศนคติที่เคารพและให้กำลังใจพวกเขาในการกลับใจ ทรงสอนหน้าที่ของพระสงฆ์คือถ่ายทอดความเป็นแม่ของพระศาสนจักรให้กับทุกคน  ช่วงเย็นวันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงพบกับบรรดาสงฆ์ที่จะเป็น "ธรรมทูตแห่งเมตตาธรรม" ซึ่งจะถูกส่งออกไปทำงานทั่วโลกโอกาสปีศักดิ์สิทธิ์แห่งเมตตาธรรม โดยสงฆ์เหล่านี้จะได้รับการมอบหมายจากพระสันตะปาปาให้อภัยโทษบาป 5 ประการที่พระสันตะปาปาเท่านั้นสามารถทำได้ (อ่านรายละเอียดจาก Pope Report ได้ที่ http://on.fb.me/1SeP5PT ) โอกาสนี้ พระสันตะปาปาทรงให้ข้อคิดพวกเขาว่า - อันดับแรก พ่อขอเตือนใจพวกท่านว่า หน้าที่ของท่านคือการถูกเรียกให้มาถ่ายทอดธรรมชาติความเป็นมารดา

โป๊ปฟรังซิส: "สงฆ์ที่ฟังแก้บาป ถ้ายกโทษบาปไม่ได้ จงอย่าซ้ำเติมผู้มาแก้บาปที่เป็นทุกข์ถึงบาป"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงสอนพระสงฆ์ที่ฟังแก้บาป การฟังแก้บาปคือการอภัยโทษ ถ้าไม่สามารถอภัยโทษบาป จงอย่าทุบตีผู้มาแก้บาปที่กำลังเป็นทุกข์ถึงบาป ทรงย้ำ สงฆ์ที่ฟังแก้บาปต้องเปิดใจกว้างและอย่าเหนื่อยกับการเป็นพาหนะนำการให้อภัยของพระเจ้ามาให้ทุกคน ทรงตั้งคำถาม ลองเลือกเอาว่า จะฟังแก้บาปแล้วให้อภัยในนามของพระเยซู หรือจะฟังแก้บาปแล้วคอยประณามกล่าวโทษคนที่มารับศีลอภัยบาป เช้าวันอังคารที่ 9 ก.พ. 2016 สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงถวายมิสซาให้กับคณะนักบวชคาปูชิน โอกาสที่มีการนำศพของ 2 นักบวชคาปูชิน "นักบุญปีโอ" (ศพไม่เน่าเปื่อย) และ "นักบุญเลโอโปล มันดิช" มาไว้ในมหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน ตามความต้องการพระสันตะปาปาที่ประกาศให้ทั้งนักบุญปีโอและนักบุญเลโอโปล เป็นองค์อุปถัมภ์ของพระสงฆ์ผู้โปรดศีลอภัยบาป ตลอดปีศักดิ์สิทธิ์แห่งเมตตาธรรม มิสซานี้ พระสันตะปาปาทรงเทศน์สอนว่า - พ่อขอพูดกับพวกท่านในฐานะพี่น้อง และขอให้ท่านนำคำพูดนี้ไปพูดกับพระสงฆ์ผู้โปรดศีลอภัยบาปทุกคนในปีศักดิ์สิทธิ์แห่งเมตตาธรรม การฟังแก้บาปคือการอภัยโทษ ถ้าท่านไม่สามารถอภัยโทษบาป พ่อก็ขอร้องว่าอย่าทุบตีผู้เป็นท

โป๊ปฟรังซิส: "ระวังเวลาอำนาจล้นมือ มันจะทำให้เรากลายเป็นคนโกงและไม่สำนึกผิดในสิ่งที่ทำ"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงย้ำ เราต้องระวังเวลาที่มีอำนาจและอิทธิพลในมือ จะล่อลวงเราไม่ใช่แค่ทำบาป แต่ลามไปถึงการคดโกงแบบที่ไม่สำนึกว่าต้องขอโทษใครทั้งนั้น ทรงย้ำ ทุกคนเจอสภาวะแบบนี้เหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเป็นพระสังฆราช พระสงฆ์ นักธุรกิจ หรือนักการเมือง ทรงสอน จงสวดขอพระเจ้าให้เรารอดพ้นจากการเป็นคนโกง เราเป็นคนบาป แต่ต้องไม่เป็นคนโกง มิสซาเช้าวันศุกร์ที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา บทอ่านประจำมิสซานี้เป็นเหตุการณ์ที่กษัตริย์เดวิด ได้นำ บาธเชบา ภรรยาของยูรายห์ นายทหารผู้ซื่อสัตย์ของตนซึ่งไปออกรบ มาหลับนอนจนนางตั้งครรภ์ จากนั้น กษัตริย์เดวิดพยายามสร้างเรื่องขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความอื้อฉาว ด้วยการสั่งให้คนไปตามยูรายห์กลับมาจากการรบและสั่งให้กลับบ้านไปอยู่กับภรรยา อย่างไรก็ตาม แผนนี้ล้มเหลวเพราะยูรายห์ไม่ได้กลับไปหาภรรยา กษัตริย์เดวิดพยายามทำให้เขาเมาเหล้า แต่ก็ไม่สำเร็จ ที่สุดแล้ว กษัตริย์เดวิดสั่งให้นำยูรายห์ไปรบในแดนหน้า เพื่อจะได้ถูกฆ่าตาย และเขาก็ถูกฆ่าตายตามนั้นจริงๆ พระสันตะปาปาทรงเทศน์แบ่งปันว่า - เดวิดเป็นนักบุญ แต่ก็เป็นคนบาปเช่นกัน เขาตกเป็นเหยื่อของกามตัณหา หลังจากมีชู้แล้ว เขาใช้อำนาจท

โป๊ปฟรังซิส: "เราต้องเมตตาก่อนตัดสินผู้อื่น เพราะพระเจ้าทรงทำแบบนี้เสมอ"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงเปิดประตูศักดิ์สิทธิ์ในมหาวิหารนักบุญเปโตรเรียบร้อยแล้ว พร้อมเทศน์สอนในมิสซาว่า เราต้องให้ความเมตตาก่อนจะตัดสินใคร เพราะเวลาที่พระเจ้าตัดสิน พระองค์จะใช้ความเมตตานำทางเสมอ ทรงรำลึก 50 ปีของการปิดสังคายนาวาติกัน ที่ 2 ว่าเป็นการพบกันระหว่างพระศาสนจักรกับชายและหญิงของยุคสมัย นอกจากนี้ สมเด็จพระสันตะปาปากิตติคุณ เบเนดิกต์ ที่ 16 ก็มาร่วมพิธีเปิดประตูศักดิ์สิทธิ์ด้วย โดยทรงเป็นคนที่สองที่เดินผ่านประตูศักดิ์สิทธิ์ต่อจากพระสันตะปาปา ฟรังซิส ส่วนวันอาทิตย์นี้ 13 ธันวาคม พระสันตะปาปาจะเปิดประตูศักดิ์สิทธิ์ที่มหาวิหารนักบุญจอห์น ลาเตรัน ซึ่งเป็นอาสนวิหารของสังฆมณฑลโรม ช่วงสายวันอังคารที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงถวายมิสซาสมโภชแม่พระผู้ปฏิสนธินิรมลและเปิดปีศักดิ์สิทธิ์แห่งเมตตาธรรม ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน ท่ามกลางสัตบุรุษที่มาร่วมกว่า 70,000 คน ความพิเศษของวันนี้ ยังเป็นวันครบ 50 ปีของการปิดสังคายนาวาติกัน ที่ 2 และยังเป็นวันที่ 1,000 ในสมณสมัยของสมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส อีกด้วย สำหรับบทเทศน์ประจำมิสซานี้ พระสันตะปาปาทรงเทศน์สอ

โป๊ปฟรังซิส: "คริสตชนต้องกลับใจจากความคิดที่ปิดตายและหัวใจที่ปิดกั้นเพื่อนมนุษย์"

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงสอน การกลับใจไม่ใช่สิ่งที่เราใช้กับคนไม่เชื่อในพระเจ้า แต่คริสตชนก็ต้องกลับใจ เราต้องกลับใจจากความคิดที่ปิดตายและหัวใจที่ปิดกั้นเพื่อนมนุษย์ รวมไปถึงเราต้องกลับใจจากความคิดแก้แค้นและลดความหยิ่งยะโสให้หมดไปจากใจ ทรงย้ำ คริสตชนถูกเรียกมาประกาศพระนามพระเยซูให้กับคนที่ไม่รู้จักพระองค์ แต่การประกาศนี้ ไม่ใช่การไปบังคับเขาให้เปลี่ยนศาสนา ทรงหวังเห็นคาทอลิกทุกคน เตรียมจิตใจอย่างดีก่อนถึงวันเปิดปีศักดิ์สิทธิ์แห่งเมตตาธรรม ซึ่งจะเริ่มในวันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2015 นี้ด้วย ช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงออกมานำสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน ท่ามกลางสัตบุรุษที่มาร่วมภาวนาอย่างคับคั่ง วันนี้ พระสันตะปาปาทรงแบ่งปันพระวรสารประจำวันอาทิตย์ที่ 2 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ นักบุญจอห์น บัปติสต์ เริ่มออกเทศนาสั่งสอนให้ทุกคนกลับใจและเตรียมทางให้กับพระคริสตเจ้า พระสันตะปาปาทรงแบ่งปันว่า - พวกเราคงถามตัวเองว่า 'ทำไมเราต้องกลับใจด้วยล่ะ' การกลับใจใช้กับคนที่ไม่มีศาสนาไม่ใช่เหรอ