Posts

โป๊ปฟรานซิสทรงสอน “ถ้ากลัว จงพูดมันออกมา เพื่อจะได้กำจัดความกลัวไปจากเรา”

Image
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงพบเยาวชนกว่า 100,000 คน  ทรงชี้ คนที่ต้องจ่ายค่าเสียหายให้สงครามที่เกิดก็คือ “เด็กและเยาวชน” เพราะความฝันในอนาคตของพวกเขาถูกย่ำยีอย่างไม่มีชิ้นดี ทรงย้ำ สงครามและโรคระบาดคือการทดลองของชีวิต มันทำให้เราได้ลิ้มรสชาติของความเปราะบางที่เกิด ทรงสอน อย่ากลัวที่จะยอมรับว่า “กลัว ” ถ้ากลัว ต้องพูดออกมา เพื่อจะได้กำจัดความกลัวออกไปจากตัวเรา เมื่อกลัวก็ให้พูดกับคนที่จะช่วยเราได้ เพราะเขาคือแสงสว่างที่จะช่วยเรา โป๊ปฟรานซิสพบเยาวชน/ Photo: Vatican Media สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงออกมาพบปะเยาวชนกว่า 100,000 คน ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร ช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา งานนี้ ผู้จัดงานคือสภาบิช็อปแห่งอิตาลี และนับเป็นงานชุมนุมครั้งแรกในรอบ 2 ปีนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พระสันตะปาปาเริ่มตรัสกับบรรดาเยาวชน ด้วยการรำลึกถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2020 ที่พระองค์นำภาวนาแบบ “โดดเดี่ยว” ณ ลานมหาวิหารแห่งนี้ เพื่อวอนขอพระเจ้าโปรดยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่วันนี้ พระสันตะปาปาทรงมีความสุขจริงๆที่ได้เห็นทุกคนมารวมตัวกันอย่างอบอุ่นที่นี่ เพื่อ

โป๊ปฟรานซิสสอน เราอับอายเมื่อพบเรื่องหลอกลวงของคนในสังคม แต่จงดูตัวเองด้วยว่า เราเป็นแบบนั้นไหม

Image
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงนำสวดราชินีแห่งสวรรค์ในช่วง อัฐมวารปัสกา ทรงแบ่งปัน “จงอย่ากลัว” เพราะความกลัวเป็นเหมือนคูหาฝังศพที่ฝังเราไว้ในนั้น ทรงย้ำ การประกาศข่าวดีไม่จำเป็นต้องมีทักษะหรือความสามารถพิเศษ สิ่งที่ต้องมีคือทำด้วยความกล้าและความชื่นชมยินดี  ทรงสอน เราขายหน้าเมื่อเราพบการหลอกลวงของคนและสังคม แต่เราต้องย้อนมองดูตัวเราเองด้วยว่า เรามีเรื่องโกหกแบบนั้นในตัวเราไหม  Photo: Vatican Media สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงนำสวดราชินีแห่งสวรรค์ ช่วงเที่ยงวันจันทร์ที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา โดยพระสันตะปาปาทรงแบ่งปันข้อคิด 3 เรื่อง หนึ่ง จงอย่ากลัว พระเจ้าผู้ทรงกลับคืนชีพทำให้บรรดาสตรีเหล่านั้นรู้สึกอุ่นใจ ด้วยการตรัสว่า “จงอย่ากลัว” พระสันตะปาปาแบ่งปันว่า “พระเจ้าทรงเชิญเราให้ก้าวออกจากคูหาแห่งความกลัว ตั้งใจฟังนะ จงก้าวออกจากคูหาแห่งความกลัว เพราะความกลัวเป็นเหมือนคูหาฝังศพที่ฝังเราไว้” สอง จงไปและบอกทุกคน พระสันตะปาปาบอกว่า พระเจ้าเชิญเราให้ “ไปและบอกทุกคน” ถึงข่าวดีนี้ เพื่อทำลายความกลัวที่อยู่รอบตัวเรา พระสันตะปาปาตั้งข้อสังเกตว่า เราอาจคิดว่าการไปประกาศข่าวดีนั้น เราต้องมีทักษะหรือคว

โป๊ปฟรานซิสย้ำสันติภาพคือความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของทุกคน

Image
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงถวายมิสซาสมโภชปาสกาและประทานพรแด่โรมและโลก ท่ามกลางผู้ร่วมพิธีกว่า 100,000 คน พระสันตะปาปาทรงแบ่งปัน เราจับมือกันฟันฝ่าโรคระบาดที่กินเวลา 2 ปี แต่ตอนนี้ เราปล่อยมือและให้จิตวิญญาณของ “กาอิน” ที่มอง “อาเบล” น้องชายเป็นศัตรู มาครอบงำ ดังนั้น ช่วงเวลาแบบนี้แหละเราต้องการพระเยซูผู้ตรัสกับเราว่า “สันติสุขจงอยู่กับท่าน” ทรงวอนขอสันติภาพในยูเครนและหลายพื้นที่ในโลก หนึ่งในนั้นคือ “เมียนมาร์” ดินแดนที่ความเกลียดชังและความรุนแรงยังคงปะทุอยู่ ทรงย้ำ เราต้องเอาชนะด้วยสันติของพระคริสต์ สันติภาพคือความเป็นไปได้ สันติภาพคือหน้าที่ สันติภาพคือความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของทุกคน Photo: Vatican Media สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงเป็นประธานในมิสซาวันอาทิตย์สมโภชปาสกาและการประทานพรแด่โรมและโลก (Urbi et Orbi - อูร์บิ เอ็ด ออร์บิ) ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน ท่ามกลางผู้มาร่วมพิธีกว่า 100,000 คน มิสซานี้ พระสันตะปาปาไม่ได้เทศน์สอน เพราะทรงให้ทุกคนสงบนิ่งรำพึงไตร่ตรองพระวรสารที่ได้ฟัง ส่วนการประทานพรแด่โรมและโลก พระสันตะปาปาทรงขึ้นไปบนระเบียงมหาวิหารและตรัสเริ่มต้นด้วยการนำ

โป๊ปฟรานซิสร่วมพิธีตื่นเฝ้าปาสกาและโปรดศีลล้างบาปคริสตชนใหม่

Image
คืนวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ร่วมพิธีตื่นเฝ้าปาสกาและโปรดศีลล้างบาปให้คริสตชนใหม่ 7 คนจากอิตาลี, สหรัฐอเมริกา, คิวบา และ อัลบาเนีย พระสันตะปาปาไม่ได้เป็นประธานในพิธี เพราะมีอาการปวดสะโพกร้าวลงขา พระองค์ให้ คาร์ดินัล โจวานนี่ บัตติสต้า เร เป็นประธานในพิธีแทน แต่ช่วงเทศน์ พระสันตะปาปาทรงเทศน์เองและให้ข้อคิดว่า หลายครั้งเราไม่มีที่ว่างในใจให้กับ “ข่าวดี” เรามองชีวิตด้วยความหดหู่ เราขีดฆ่าอนาคตเราทิ้งและฝังกลบความสุขไปจากหัวใจ เหมือนกับบรรดาศิษย์ที่หดหู่สิ้นหวัง เมื่อเห็นพระเยซูสิ้นพระชนม์ พวกเขาไม่ได้เตรียมที่ว่างให้กับ “ข่าวดี” ซึ่งคือข่าวการกลับคืนชีพจากความตายของพระองค์ ทรงสอน “เมื่อชีวิตสิ้นหวัง เราจึงแสวงหาพระเจ้า แต่ชีวิตดีมีความสุข เราหลงลืมพระองค์” ถ้าเป็นแบบนี้ เราดำเนินชีวิตแบบคนใกล้ตาย เพราะในความเป็นจริง พระเยซูทรงกลับคืนชีพและมาประทับอยู่ท่ามกลางเรา พระองค์ไม่ได้อยู่ในหมู่ผู้ตาย ทรงหวังเห็น ศาสนจักรป่าวประกาศการกลับคืนชีพของพระเยซูด้วยความชื่นชมยินดี เหมือนสตรีที่วิ่งกลับมาจากคูหาฝังศพพระเยซู เราต้องประกาศแบบไม่กลัว ไม่ห่วงภาพลักษณ์ ไม่มีความแตกแยก และไม่

คาร์ดินัลครายิวสกี้ภาวนาหน้าหลุมฝังศพผู้เสียชีวิตในยูเครน

Image
คาร์ดินัลคอนราด ครายิวสกี้ นักสังคมสงเคราะห์ส่วนพระองค์ ซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงส่งไปเป็นผู้แทนพระองค์ไปเยือนยูเครน ได้ใช้เวลาช่วงวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ เดินรูป 14 ภาคที่เมืองบูชา ประเทศยูเครน พร้อมกับ อาร์คบิช็อปวิสวัลดาส คูลโบคาส สมณทูตวาติกันประจำยูเครน ในภาพ คาร์ดินัลครายิวสกี้ ภาวนาหน้าร่างผู้เสียชีวิตตามท้องถนน และอีกภาพ คาร์ดินัลครายิวสกี้ ภาวนาหน้าหลุมศพขนาดใหญ่ที่ฝังผู้เสียชีวิตกว่า 80 คน ทั้งหมดเป็นผู้เสียชีวิตแบบไม่ทราบชื่อระหว่างกองทัพรัสเซียบุกเมืองบูชา Photo: Elemosieria Apostolica

โป๊ปฟรานซิสนำนมัสการกางเขนและเดินรูป 14 ภาควันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์

Image
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงเป็นประธานพิธีนมัสการกางเขน วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ ภายในมหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน อีรีน่า สตรีชาวรัสเซีย และ อัลบิน่า สตรีชาวยูเครน ถือไม้กางเขนระหว่างเดินรูป 14 ภาคกับโป๊ปฟรานซิส/ 📸: Vatican Media พิธีนี้ พระสันตะปาปาไม่ได้เป็นผู้เทศน์ เพราะตามธรรมเนียมจะเป็นหน้าที่ของ คาร์ดินัลรานิเอโร่ คันตาลาเมสซ่า นักเทศน์ประจำสันตะสำนัก เป็นผู้รับผิดชอบ ในช่วงเริ่มต้นพิธี พระสันตะปาปาไม่ได้หมอบราบลงไปกับพื้น แต่พระองค์ทรงใช้วิธียืนสงบนิ่งและภาวนาแทน เนื่องจากทรงมีอาการเจ็บสะโพกร้าวลงขาอยู่ (Sciatica) ส่วนช่วงค่ำ พระสันตะปาปาทรงเป็นประธานในพิธีเดินรูป 14 ภาค ซึ่งจัดที่โคลอสเซโอ ท่ามกลางผู้มาร่วมกว่า 10,000 คน นี่เป็นการกลับมาจัดพิธีเดินรูปที่โคลอสเซโอ ภายในรอบ 2 ปี หลังจากงดไปเนื่องการแพร่ระบาดของโควิด-19 หนึ่งในไฮไลต์ของพิธีนี้คือการเดินรูปสถานที่ 13 ซึ่งผู้ถือไม้กางเขนร่วมกันคือ “อัลบิน่า” สตรีชาวรัสเซีย (นักศึกษาพยาบาล) และ “อีรีน่า” สตรีชาวยูเครน (พยาบาล) พิธีนี้ พระสันตะปาปาไม่ได้เทศน์ แต่ทรงภาวนาปิดท้าย ใจความว่า “ขอพระเจ้าโปรดดลใจให้คนที่ขัดแย้งได้จับมื