Posts

ฟาติมาสาร - ไร้สาระสิ้นดี (30 กันยายน 2012)

Image
วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคมนี้ ปีแห่งความเชื่อก็จะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ แต่ดูเหมือนว่า อุปสรรคท้าทายความเชื่อยังคงมาถามไถ่คริสตชนคาทอลิกเป็นระยะ ความวุ่นวายจากกลุ่มสงฆ์ไม่นบนอบพระสังฆราชในออสเตรียยังไม่จบลง เรื่องไร้สาระเรื่องใหม่ก็ถูกนำมาเสนอผ่านสื่อมวลชนอีกแล้ว  วันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา บรรดาสำนักข่าวต่างประเทศพร้อมใจรายงานข่าวที่ คาเร็น คิง นักประวัติศาสตร์สาขาวิชาคริสตศาสนาแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา ( HARVARD การออกเสียงที่ถูกต้องคือ “ฮาร์เวิร์ด” ไม่ใช่ “ฮาร์วาร์ด” แบบที่หลายคนเข้าใจกัน) ได้ค้นพบชิ้นส่วนกระดาษโบราณเขียนด้วยภาษาอียิปต์ค็อปติกความยาว 8 บรรทัด โดยเนื้อหาของกระดาษชิ้นนี้ มีการอ้างอิงถึงพระดำรัสของพระเยซูที่ตรัสคำว่า “ภรรยา” ออกมา ... ประโยคดังกล่าว มีใจความว่า “พระเยซูตรัสกับบรรดาสาวกว่า ‘ภรรยาของเรา ...’ และ ‘เธอสามารถจะเป็นอัครสาวกของเราได้’ ” ข้อความในกระดาษมีแค่นี้เท่านั้น เมื่ออ่านแล้วยังจับใจความใดๆไม่ได้ทั้งสิ้น แต่ คาเรน คิง นักประวัติศาสตร์คนนี้ก็ตั้งโต๊ะแถลงข่าวโชว์ผลงานการค้นพบทันที แม้ตัวเธอเองจะย้ำกับทุกฝ่ายว่า นี่ไม่ใช่การสรุปว่าพระ

ฟาติมาสาร - เบเนดิกต์ ที่ 16 “ทูตสันติภาพของโลก” (23 กันยายน 2012)

Image
หากใครติดตามข่าวต่างประเทศตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา น่าจะผ่านตากับความรุนแรงอันเป็นผลมาจากภาพยนตร์ยอดแย่ที่ชื่อ THE INNOCENT OF MUSLIMS กันไปบ้าง ผลกระทบของการสร้างภาพยนตร์ลบหลู่ศาสดามูฮัมหมัด มันวุ่นวายเกินควบคุม ในหลายประเทศมีการชุมนุมประท้วงด้วยความรุนแรงและเกลียดชัง จนทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายไปหลายคน  นอกจากข่าวความรุนแรงจากภาพยนตร์อื้อฉาวนี้ ยังมีอีกหนึ่งข่าวที่เบียดขึ้นมา “ลบ” กระแสความรุนแรงไปได้ไม่มากก็น้อย นั่นคือ ข่าวที่สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 เสด็จเยือนเลบานอน เพื่อปฏิบัติพันธกิจแห่งสันติภาพให้กับทวีปแห่งนี้ จุดประสงค์หลักของการเสด็จเยือนครั้งนี้ วาติกันระบุว่า เพื่อมอบเอกสารการประชุมสมัชชาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งตะวันออกกลางให้กับพระสังฆราชในภูมิภาคนี้ แต่ถ้าว่ากันจริงๆแล้ว พระสันตะปาปาทรงหวังผลมากกว่านั้น เพราะมันมีนัยยะทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง นั่นคือ การเรียกร้องให้ยุติสงครามในซีเรีย ประเทศที่ติดกับเลบานอน และแน่นอน ต้องมีเรื่องลดกระแสเกลียดชังชาติตะวันตกอันเป็นผลมาจากภาพยนตร์เรื่อง THE INNOCENT OF MUSLIMS อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ วันที่ 14 กันยายน ซึ่งเป็นวันแรกขอ

ฟาติมาสาร - ก้าวร้าวและทำเพื่อตัวเอง (16 กันยายน 2012)

Image
ขณะที่เรากำลังอ่านบทความนี้กันอยู่ สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 กำลังเสด็จเยือนประเทศเลบานอน เพื่อปฏิบัติพันธกิจเยี่ยมกลุ่มคริสตชนในตะวันออกกลาง หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การเสด็จเยือนครั้งนี้จะผ่านพ้นไปด้วยดี ไม่มีความรุนแรงจากสงครามในซีเรียมารบกวน (เลบานอนอยู่ติดกับซีเรีย) โดยการเสด็จเยือนครั้งนี้ จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน 2012 ในส่วนรายละเอียดพระสันตะปาปาเยือนเลบานอน ผมจะนำมาเสนอแบบละเอียดในสัปดาห์หน้า ส่วนสัปดาห์นี้ มีเรื่องสำคัญและน่าเป็นห่วงมากกว่าที่เราต้องมาติดตามกัน ... เหลือเวลาอีกไม่ถึง 1 เดือน ปีแห่งความเชื่อก็จะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ (เริ่มวันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม 2012) อย่างไรก็ตาม ความอึมครึมของเรื่องปวดหัวบางเรื่องก็เข้ามาทำลายบรรยากาศปีแห่งความเชื่อเข้าให้แล้ว เรื่องที่ว่าก็คือกลุ่มสงฆ์คาทอลิกไม่นบนอบพระสังฆราชในออสเตรีย ได้ออกมาตำหนิพระสันตะปาปาและแนวทางคำสั่งสอนของพระศาสนจักรคาทอลิกอีกครั้ง การออกมาวิจารณ์อย่างแรงครั้งนี้ เกิดเมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา มองซินญอร์ เฮลมุต ชูร์เลอร์ ผู้นำกลุ่มสงฆ์ไม่นบนอบพระสังฆราชในออสเตรีย ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวแสดงจุดย

ฟาติมาสาร - RIP พระคาร์ดินัล คาร์โล มาร์ตินี่ (9 กันยายน 2012)

Image
วันเสาร์ที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา คาทอลิกไทยคงได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของ “พระสังฆราช บรรจง อารีพรรค” อดีตประมุขนครสวรรค์ ซึ่งเมื่อวันศุกร์ที่ 7 กันยายน ก็ได้มีพิธีปลงศพท่านไปแล้ว ย้อนกลับไปหน้านั้น 1 วันคือวันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม คาทอลิกในอิตาลี เฉพาะอย่างยิ่งอัครสังฆมณฑลมิลานก็ต้องพบกับความสูญเสียเช่นกัน เมื่อ “พระคาร์ดินัล คาร์โล มารีอา มาร์ตินี่” อดีตประมุขอัครสังฆมณฑลมิลาน ได้เสียชีวิตลงด้วยวัย 85 ปี โดยพระคาร์ดินัลมาร์ตินี่ ป่วยด้วยโรคพาร์กินสันมานานกว่า 16 ปีจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต หลายท่านคงไม่รู้จัก พระคาร์ดินัล คาร์โล มาร์ตินี่ และคงสงสัยว่าทำไมผมถึงต้องพูดถึงท่านผู้นี้ในวันนี้ รายละเอียดที่จะกล่าวถึงอยู่ในบรรทัดตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ... ย้อนกลับไปเมื่อเดือนเมษายน 2005 หลังการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น ปอล ที่ 2 มีพระคาร์ดินัล 2 องค์ที่ได้รับการคาดหมายว่าน่าจะได้รับเลือกให้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาองค์ต่อไป ได้แก่ “พระคาร์ดินัล โยเซฟ รัตซิงเกอร์” (สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16) และ “พระคาร์ดินัล คาร์โล มารีอา มาร์ตินี่” หากยังจำกันได้อีกเช่นกัน ประมาณเดือนกั

ฟาติมาสาร - “พันธมิตรผู้ศักดิ์สิทธิ์” และ “การให้อภัย” (2 กันยายน 2012)

Image
สัปดาห์ที่แล้ว มีข่าวฮือฮาชิ้นหนึ่งที่สื่อต่างประเทศให้ความสนใจมาก นั่นคือ “สำนักพิมพ์วาติกัน (LIBRERIA EDITRICE VATICANA) เซ็นสัญญาพันธมิตรกับแอปเปิ้ล บริษัทไอทีระดับตำนานของโลก” จุดประสงค์หลักของการทำสัญญาก็เพื่อให้สินค้าตระกูลแอปเปิ้ล ทั้งไอโฟน, ไอแพด, ไอพอด และ แอพสโตร์ เป็นช่องทางในการเผยแพร่งานคำสอนของพระสันตะปาปาให้กับคนบนโลกดิจิตอลได้รับรู้เรื่องราวของพระเจ้ามากยิ่งขึ้น  การทำสัญญานี้ แอปเปิ้ลเป็นฝ่ายเริ่มเจรจาก่อน เพราะตระหนักดีว่า สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ทรงเป็นหนึ่งในนักเทวศาสตร์ที่ได้รับการยกย่องว่าเก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ งานเขียนหลายอย่างของพระสันตะปาปาองค์ปัจจุบันก็ถูกบรรจุในหลักสูตรการเรียนการสอนสำหรับบ้านเณรเกือบทุกประเทศทั่วโลก (พระสันตะปาปาเบเนดิกต์ ได้รับการยกย่องว่าเป็นสุดยอดนักเทวศาสตร์มาตั้งแต่สมัยเป็นพระสงฆ์ หนึ่งในตัวอย่างชัดเจนที่สุดคือได้รับการแต่งตั้งจากสมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น ที่ 23 ให้เป็นที่ปรึกษาด้านเทวศาสตร์ระหว่างสังคายนาวาติกัน ที่ 2 ทั้งๆที่ตอนนั้น พระสันตะปาปาเบเนดิกต์ยังเป็นพระสงฆ์หนุ่มวัย 35 ปี) ฉะนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไ

ฟาติมาสาร - ยากจะคาดเดา (26 สิงหาคม 2012)

Image
วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา ช่วงที่วัดแม่พระฟาติมากำลังมีมิสซาเทิดเกียรติแม่พระอยู่นั้น วาติกันได้ออกแถลงการณ์ 35 หน้าสรุปสำนวนคดีที่ เปาโล กาบริเอเล่ อดีตพ่อบ้านประจำวังพระสันตะปาปาได้ยักยอกเอกสารสำคัญออกมาเผยแพร่แก่สื่อมวลชน โดยการสรุปสำนวนครั้งนี้ ผู้พิพากษาศาลวาติกันได้ตั้งข้อหาคดีอาชญากรรมกับกาบริเอเล่ นอกจากนี้ ยังมีการระบุชื่อผู้ร่วมกระทำผิดอีกหนึ่งคน ได้แก่ เคลาดิโอ สชาร์เปลเล็ตติ พนักงานฝ่ายไอทีของสำนักเลขาธิการนครรัฐวาติกัน ที่มีส่วนช่วยในการยักยอกเอกสารต่างๆด้วย หลังจากแจ้งข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการไต่สวนคดีในชั้นศาลของวาติกัน การไต่สวนจะเริ่มดำเนินการได้เร็วที่สุดคือวันที่ 20 กันยายน 2012 ซึ่งเป็นวันที่ศาลวาติกันจะกลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้ง (ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 19 กันยายน ศาลวาติกันปิดทำการ เพราะเป็นช่วงหยุดพักร้อนประจำปี) ในส่วนของรายละเอียดแถลงการณ์ 35 หน้า มีเนื้อหาอย่างไรบ้างนั้น เราไปติดตามกันเลย ผู้ต้องสงสัยอยู่ในวังพระสันตะปาปา แถลงการณ์ระบุว่า การสืบหาตัวผู้ต้องสงสัยที่ขโมยเอกสารสำคัญไปให้สื่อมวลชน เริ่มต้นด้วยการเรียกประชุมคนที่อาศัยอยู่ในว

ฟาติมาสาร - สำรวจการนับถือศาสนาในหลายประเทศ (19 สิงหาคม 2012)

Image
ผมนั่งเขียนบทความนี้อยู่ที่ โฮจิมินท์ ซิตี้ ประเทศเวียดนาม (ผมมาทำธุระกับบริษัท) ตอนแรก ผมยังนึกเรื่องที่จะเขียนไม่ออก แต่พอเปลี่ยนสถานที่จากกรุงเทพมาเป็นเวียดนาม แล้วหยิบหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษของที่นี่มาอ่าน ก็ได้เรื่องน่าสนใจมาแบ่งปันพอดี  ...  ตอนนี้ มีผลสำรวจชิ้นหนึ่งกำลังเป็นที่สนใจไปทั่วโลก นั่นคือ “ดัชนีโลกชี้วัดศาสนาและการไม่เชื่อพระเจ้า” (GLOBAL INDEX OF RELIGION AND ATHEISM) หน่วยงานที่ทำผลสำรวจนี้ชื่อว่า “เร้ดซี” เป็นหน่วยงานของประเทศไอร์แลนด์ (RedC RESEARCH) เร้ดซีได้สำรวจความคิดเห็นของกลุ่มประชากรตัวอย่าง 51,927 คน ใน 57 ประเทศทั่วโลก (ไม่มีประเทศไทย) เกี่ยวกับการนับถือศาสนาและการไม่มีศาสนา ผลที่ออกมาเป็นที่สนใจและก่อนให้เกิดการถกเถียงในหลายประเทศ ผลสำรวจแรกที่หนังสือพิมพ์ของเวียดนามนำมาเสนอก็คือ “เวียดนามเป็นประเทศมีอัตราความศรัทธาในศาสนาลดลงมากที่สุดในโลก” ตัวเลขนี้ เร้ดซีเคยทำวิจัยตั้งแต่ปี 2005 และนำมาเทียบกับข้อมูลปี 2012 ค่าเฉลี่ยการนับถือศาสนาของทั่วโลกมีอัตราลดลงจาก 77 เปอร์เซ็นต์ เหลือแค่ 68 เปอร์เซ็นต์ ส่วนประเทศที่อัตราการนับถือศาสนาลดลงมากสุดในโลกก็คือเวียดน

ฟาติมาสาร - มิสซาลาตินกับปีแห่งความเชื่อ (12 สิงหาคม 2012)

Image
หลายสัปดาห์ก่อน ผมเคยเขียนเกี่ยวกับตารางพิธีและกิจกรรมอย่างเป็นทางการโอกาสปีแห่งความเชื่อไปแล้ว ตารางดังกล่าวเป็นสิ่งที่พระสันตะปาปาจะเข้าร่วม มาวันนี้ มีโปรแกรมพิเศษถูกแจ้งมาจากวาติกัน นั่นคือ “การจาริกโอกาสปีแห่งความเชื่อของบรรดาผู้ศรัทธาในมิสซาจารีตลาติน” (THE TRIDENTINE MASS) โดยพวกเขาได้รับเชิญจากสมณกระทรวงหลักความเชื่อ หน่วยงานสำคัญสุดของวาติกันที่มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องมิสซาลาตินด้วยนั่นเอง หลังจากที่ปี 2007 สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ทรงออกกฤษฏีกาอนุญาตให้ถวายมิสซาลาติน (SUMMORUM PONTIFICUM) เพื่อให้คาทอลิกที่ยังรักและศรัทธากับการร่วมมิสซารูปแบบเก่า (พระสงฆ์หันหลังให้สัตบุรุษและใช้ภาษาลาตินในการถวายมิสซา) ได้ร่วมพิธีแบบนี้อีกครั้ง แรกๆ ทุกคนดูตื่นเต้นที่จะได้ร่วมพิธีรูปแบบนี้ แต่พอเอาเข้าจริง นับถึงปัจจุบันก็ 5 ปีแล้ว มิสซาลาตินมีให้เห็นน้อยมากในทุกภาคส่วนของโลก เนื่องจากทั้งพระสงฆ์และสัตบุรุษต่างหลงๆลืมๆภาษาลาตินกันไปหมดแล้ว นั่นจึงเป็นที่มาว่า ทำไมสันตะสำนักต้องออกคำสั่งให้บ้านเณรคาทอลิกรื้อฟื้นการสอนภาษาลาตินและขับบทเพลงลาตินให้กลับมามีชีวิตชีวา เพื่อจะได้ตอบโจทย์

พระสันตะปาปาตั้งสมณทูตใหม่ประจำประเทศไทยแล้ว

Image
สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ทรงประกาศแต่งตั้ง "พระอัครสังฆราช พอล จาง อิน-นัม" สมณทูตประจำประเทศยูกันดา ให้เป็นสมณทูตองค์ใหม่ประจำประเทศไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตามรายงานข่าวเมื่อวันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม 2012 พระอัครสังฆราช พอล จาง อิน-นัม เป็นชาวเกาหลีใต้ ปัจจุบัน อายุ 62 ปี โดยปี 2002 ท่านดำรงตำแหน่งสมณทูตประจำบังกลาเทศ ส่วนปี 2007 เป็นสมณทูตประจำประเทศยูกันดา และปี 2012 เป็นสมณทูตประจำประเทศไทย

ฟาติมาสาร - คดียักยอกเอกสารลับวาติกันใกล้จบแล้ว (5 สิงหาคม 2012)

Image
ยังจำเรื่องราวคดีการขโมยเอกสารสำคัญของพระสันตะปาปาและวาติกันออกมาเผยแพร่กันได้หรือเปล่า หลังจากเรื่องนี้คาราคาซังมาเกือบ 3 เดือน ตอนนี้ ใกล้จะได้บทสรุปแล้ว ย้อนกลับไปเมื่อวันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ทรงเรียกประชุมคณะกรรมการสอบสวนการขโมยเอกสารสำคัญนี้ ซึ่งคณะกรรมการมี 3 ท่าน ได้แก่ พระคาร์ดินัล ฆูเลี่ยน เอร์รานซ์, พระคาร์ดินัล โยเซฟ ทอมโก้ และ พระคาร์ดินัล ซัลวาตอเร่ เด จอร์จี้ นอกจากนี้ ในการประชุมดังกล่าว ยังมีบุคคลระดับท็อปๆของวาติกันเข้ามาร่วมด้วย ได้แก่ มองซินญอร์ เกยอร์ก เกนชไวน์ เลขาฯส่วนพระองค์ของพระสันตะปาปา และ โดเมนิโก จานี่ ผู้บัญชาการตำรวจวาติกัน ในส่วนรายละเอียดของการประชุม วาติกันแถลงว่า “คณะกรรมการได้สรุปผลการสอบสวนให้พระสันตะปาปาแล้ว การสอบสวนนี้ดำเนินการมาตั้งแต่เดือนเมษายนซึ่งเป็นการสอบปากคำของ เปาโล กาบริเอเล่ อดีตพ่อบ้านประจำวังพระสันตะปาปาซึ่งเป็นคนขโมยเอกสารออกมา พระสันตะปาปายังได้ขอบคุณพระคาร์ดินัลทั้งสามสำหรับการทุ่มเทค้นหาความจริง พร้อมกันนี้ พระองค์ทรงขอให้คณะผู้พิพากษาของศาลวาติกัน เดินหน้าทำงานต่อไปด้วยความเที่ยงตรง”