โป๊ปเลโอสอน ถ้ารักพระเจ้าจริง ความรักนั้นต้องเผื่อแผ่ไปถึงพี่น้องด้วย

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอน ถ้ารักพระเจ้าจริง ความรักนั้นต้องเผื่อแผ่ไปถึงพี่น้องด้วย เพราะเราจะรักเพื่อนมนุษย์ได้จริง ก็ต่อเมื่อรักกันแบบลูกของพระบิดาองค์เดียวกัน


➡️ ทรงชี้ ความรักบังคับกันไม่ได้ เราจะรักพระเจ้าได้จริง ก็ต่อเมื่อเรารักตอบพระองค์ ผู้ทรงรักเราก่อนเสมอ

โป๊ปสอน ถ้ารักพระเจ้าจริง ความรักนั้นต้องเผื่อแผ่ไปถึงพี่น้องด้วย
Photo Credit: Vatican Media


ช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงออกมานำสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน พระวรสารวันนี้มาจากนักบุญแม็ทธิว เป็นเหตุการณ์ที่นักกฎหมายคนหนึ่งอยากจับผิดพระเยซู จึงถามว่าบัญญัติข้อไหนยิ่งใหญ่ที่สุด พระเยซูตอบว่า ให้รักพระเจ้าสุดจิตใจ สุดวิญญาณ และสุดสติปัญญา แล้วบอกบัญญัติข้อที่สองว่า “ให้รักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง” สำหรับใจความสำคัญที่พระสันตะปาปาแบ่งปันพระวรสารตอนนี้ Pope Report เรียบเรียงมาให้ดังนี้


1. แค่รู้ว่าพระเจ้ามีอยู่จริง มันยังไม่พอ


พระสันตะปาปาทรงอธิบายว่า คำตอบของพระเยซูพาเรากลับไปที่หัวใจของความเชื่อ พระเยซูยกข้อความจากหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ และวางความรักไว้ตรงกลางของความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระเจ้า


“แค่รู้ว่าพระเจ้ามีอยู่จริง รู้ว่าพระองค์เป็นพระเจ้าหนึ่งเดียว หรือรู้ว่าพระองค์มีอำนาจเหนือทุกสิ่ง ยังไม่พอ พระเจ้าอยากมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับเรา พระเจ้าเที่ยงแท้เพียงหนึ่งเดียวอยากเป็นพระเจ้าของเรา”


“บัญญัติเรื่องความรักไม่ใช่หน้าที่ หรือสิ่งที่ใครมาบังคับ เพราะความรักบังคับกันไม่ได้ ลึกๆ แล้ว มนุษย์ปรารถนาจะรักพระเจ้า และจะรู้สึกเต็มก็เมื่อได้เป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ ความรักของเราจะแท้จริงได้ ก็ต่อเมื่อเรารักตอบพระองค์ ผู้ทรงรักเราก่อนเสมอ เราจึงต้องมอบตัวเองให้พระองค์ทั้งหมด ทั้งหัวใจ วิญญาณ และความคิด” พระสันตะปาปาทรงสอน


2. เมื่อใกล้ชิดพระเจ้า เราจะมองคนอื่นแบบที่พระเยซูมอง


จากนั้น พระสันตะปาปาทรงพูดถึงบัญญัติข้อที่สองที่พระเยซูเพิ่มเข้ามา คือให้รักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง พระองค์อธิบายว่า บัญญัติข้อนี้มาจากที่เดียวกับข้อแรก พระเยซูจึงบอกว่าทั้งสองข้อเหมือนกัน


“เมื่อเราใกล้ชิดกับพระเจ้า เราก็จะมองตัวเองและมองคนอื่นด้วยสายตาของพระเยซูคริสต์ แบบที่พระองค์มอง แล้วความเห็นแก่ตัวก็จะหายไป แม้แต่การรักตัวเองก็กลายเป็นความรักเมตตา ชีวิตของเราจะหันไปหาคนอื่น และกลายเป็นของขวัญสำหรับคนรอบข้าง” พระสันตะปาปาตรัสสอน


3. ถ้าไม่มีความรัก ความเชื่อก็ไม่มีแก่นแท้


พระสันตะปาปายกคำพูดของนักบุญเทเรซาแห่งพระกุมารเยซู ที่เขียนไว้ว่า มีแต่ความรักเท่านั้นที่ทำให้สมาชิกของศาสนจักรลงมือทำ ถ้าไม่มีความรัก อัครสาวกก็จะไม่ประกาศพระวรสาร


“ถ้าไม่มีความรัก ความเชื่อของเราก็จะไม่มีแก่นแท้ ความดีที่เราทำก็จะเหลือแค่การทำตามศีลธรรม และความหวังของเราก็จะว่างเปล่า … เราจะรักพระเจ้าอย่างแท้จริงไม่ได้ ถ้าความรักนั้นไม่เผื่อแผ่ไปถึงพี่น้องของเรา และเราจะรักเพื่อนมนุษย์ได้จริง ก็ต่อเมื่อรักกันแบบลูกของพระบิดาองค์เดียวกัน ผู้รักเราก่อนผ่านพระบุตรของพระองค์ คือพระเยซู” พระสันตะปาปาทรงย้ำ


4. เรียกร้องให้หยุดการสู้รบในเยเมน ภาวนาให้ผู้เสียชีวิตในจอร์แดน และงานภาวนาที่อัสซีซี


หลังการสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าวจบลง พระสันตะปาปาทรงกล่าวถึงสถานการณ์ในเยเมนด้วยความเป็นห่วง โดยเฉพาะที่เมืองไทซ์ ซึ่งผู้คนขาดอาหาร น้ำ และการรักษาพยาบาล


“พ่อขอวิงวอนจากใจให้หยุดการสู้รบ และขอให้ชาวเยเมนรวมทั้งทุกคนในภูมิภาคนี้ ได้รับสิทธิที่จะใช้ชีวิตอย่างสงบสุข”


พระองค์ยังภาวนาให้ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุก่อการร้ายเมื่อวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม ที่มีคนโจมตีผู้มาร่วมพิธีที่วัดออร์โธด็อกซ์นักบุญจอร์จ ในเมืองฮามูด ประเทศจอร์แดน และขอเป็นกำลังใจให้คริสตชนที่นี่และคนทั้งประเทศ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าผู้คนต่างศาสนาอยู่ร่วมกันอย่างสงบและเคารพกัน


ช่วงท้าย พระสันตะปาปาชวนทุกคนภาวนาเพื่อสันติภาพ และร่วมใจกับผู้นำคริสตชนนิกายต่างๆ และผู้นำศาสนาที่จะไปพบกันที่เมืองอัสซีซี ประเทศอิตาลีในวันที่ 27 ตุลาคม ในโอกาสครบรอบ 40 ปีที่นักบุญจอห์น พอล ที่ 2 เคยเชิญผู้นำศาสนามาพบกัน


“ไม่เคยมีครั้งไหนที่เห็นได้ชัดเท่านี้ว่า สงครามไม่ได้แค่หว่านความตายและความพินาศ แต่ยังทำให้โลกยากจนและเสียหาย ขอพระเจ้าช่วยให้ทุกฝ่ายเลือกการพูดคุยและสันติภาพ” พระสันตะปาปาตรัสในตอนท้าย


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/angelus/2026/documents/20261025-angelus.html 


Comments