หมอผ่าตัดโป๊ป เผย พบมะเร็งปอดของโป๊ปโดยบังเอิญระหว่างการตรวจช่องท้อง

➡️ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ สเตฟาโน่ มาร์การิโตร่า ศัลยแพทย์ผู้ผ่าตัดปอดของโป๊ป เลโอ ที่ 14 เผย พบมะเร็งปอดของโป๊ปโดยบังเอิญระหว่างการตรวจช่องท้องตามปกติ เพราะจุดเล็กๆ นั้นอยู่ตรงฐานของปอด ถ้าอยู่สูงขึ้นไปอีกนิดก็คงไม่มีใครเห็น มะเร็งชนิดนี้ ระยะแรกผู้ป่วยจะไม่มีอาการทางการหายใจแม้แต่น้อย


➡️ ยืนยัน ไม่มีเหตุผลทางการแพทย์ที่ต้องยกเลิกการเยือนอุรุกวัย อาร์เจนตินา และเปรู ระหว่างวันที่ 6-17 พฤศจิกายนนี้ และคาดว่าโป๊ปจะฟื้นตัวเต็มที่ในอีกราว 10 วัน


➡️ คุณหมอมาร์การิโตร่า ยกย่อง โป๊ปเป็น “คนไข้ในอุดมคติ” แทบไม่บ่น ทำตามคำแนะนำทุกอย่าง และวันที่สองหลังผ่าตัด โป๊ปยังจัดเก้าอี้ในวัดน้อยด้วยตัวเอง พอเจ้าหน้าที่ขอเป็นคนจัดให้แทน พระองค์ตอบว่า “ไม่เป็นไร พ่อทำได้ พ่อจะทำ”

Photo Credit: Alberto Pizzoli/AFP


อันเดรอา ตอร์นิเอลลี่ บรรณาธิการ “วาติกัน นิวส์” สำนักข่าวของวาติกัน ได้ไปสัมภาษณ์ศาสตราจารย์ นายแพทย์ สเตฟาโน่ มาร์การิโตร่า ศัลยแพทย์ทรวงอกผู้ผ่าตัดปอดให้พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 และเผยแพร่บทสัมภาษณ์นี้ให้ทุกคนทราบ โดยคุณหมอเล่าตั้งแต่การพบมะเร็งโดยบังเอิญ การผ่าตัดและพักฟื้น ไปจนถึงบรรยากาศในห้องผ่าตัด รวมถึงสิ่งที่พบระหว่างดูแลพระสันตะปาปา ซึ่ง Pope Report เรียบเรียงใจความสำคัญมาให้ดังนี้


1. พบมะเร็งจากการตรวจช่องท้อง ทั้งที่โป๊ปรู้สึกสบายดี


คุณหมอมาร์การิโตร่า บอกว่า ตอนออกจากโรงพยาบาล พระสันตะปาปามีอาการโดยรวมดี ผลตรวจเลือดปกติ หัวใจทำงานดี และปอดกำลังขยายตัวกลับหลังผ่าตัดตามที่ควรจะเป็น ส่วนการพบมะเร็งนั้นเริ่มจากการตรวจช่องท้องตามปกติ


“เราพบเนื้องอกร้ายในปอดของพระสันตะปาปาโดยบังเอิญ ระหว่างตรวจช่องท้อง แพทย์เห็นจุดเล็กๆ นี้ตรงฐานของปอด เพราะภาพตรวจช่องท้องมักทำให้เห็นส่วนล่างของปอดด้วย ถ้าจุดนี้อยู่สูงขึ้นไปอีกนิด ก็คงไม่มีใครเห็น”


คุณหมออธิบายว่า คนไข้บางคนพบมะเร็งปอดหลังไปตรวจด้วยเหตุผลอื่น เช่น เกิดอุบัติเหตุแล้วต้องเอ็กซ์เรย์ จึงอยากให้ผู้คน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ใส่ใจกับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ


“การป้องกันสำคัญมาก พระสันตะปาปาเป็นหนึ่งในคนที่พบว่าตัวเองเป็นมะเร็งปอดโดยบังเอิญ ไม่ได้พบจากการตรวจคัดกรอง แต่พบเพราะไปตรวจเรื่องอื่น น่าเสียดายที่มะเร็งชนิดนี้ โดยเฉพาะในระยะแรก ไม่มีอาการ เราเห็นแล้วจากกรณีของพระสันตะปาปา พระองค์ไม่มีอาการผิดปกติทางการหายใจเลย และรู้สึกสบายดีทุกอย่าง”


2. ต้องตัดปอดกลีบล่างข้างขวาออก แต่การผ่าตัดไม่มีภาวะแทรกซ้อน


เมื่อถูกถามว่าการผ่าตัดครั้งนี้ซับซ้อนหรือไม่ คุณหมอตอบตรงๆ ว่า เป็นการผ่าตัดแบบที่ทำกันตามปกติสำหรับคนไข้ที่มีเนื้องอกในปอดลักษณะนี้


“ถ้าผมบอกว่าผ่าตัดซับซ้อนมาก เพื่อให้เรื่องนี้ฟังดูยิ่งใหญ่ มันก็เป็นการโกหก ความจริงคือการผ่าตัดพระสันตะปาปาเป็นการผ่าตัดแบบที่เราทำกันตามปกติ ในกรณีที่เนื้องอกในปอดมีขนาดถึงระดับหนึ่ง เราต้องตัดปอดทั้งกลีบที่มีเนื้องอกนั้นออก สำหรับพระสันตะปาปา คือกลีบล่างของปอดข้างขวา”


“ผมพอใจกับผลการผ่าตัดมาก เพราะทุกอย่างผ่านไปโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน นั่นคือสิ่งที่เราหวังก่อนผ่าตัดทุกครั้ง แต่น่าเสียดายที่บางครั้งก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสมอไป”


3. หมอคาดว่าจะฟื้นตัวเต็มที่ในอีกราว 10 วัน และสามารถเดินทางไกลได้


สำหรับการพักฟื้น คุณหมอบอกว่าพระสันตะปาปาทรงตั้งใจมากและต้องการความช่วยเหลือจากทีมแพทย์เพียงเล็กน้อย ความมุ่งมั่นที่จะฟื้นตัวให้เร็วช่วยพระองค์ได้มาก


“เราพอใจจริงๆ พระสันตะปาปาทุ่มเทให้กับการฟื้นตัว เหมือนคนไข้ที่มีความตั้งใจมากหลังผ่าตัดแบบนี้ พระองค์จึงต้องการความช่วยเหลือจากเราน้อยมาก ความตั้งใจที่จะฟื้นตัวให้เร็วได้ผลในทุกด้าน เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม”


เมื่อถามถึงการเยือนละตินอเมริกาวันที่ 6–17 พฤศจิกายน คุณหมอประเมินจากการฟื้นตัวของคนไข้หลังผ่าตัดแบบเดียวกัน


“ถ้าดูแลพระองค์เหมือนคนไข้คนอื่นๆ ผมคิดว่าหลังผ่าตัดแบบนี้ต้องใช้เวลาราวสองสัปดาห์ จึงจะฟื้นตัวทางร่างกายได้เต็มที่จริงๆ … ผมเชื่อว่าพระสันตะปาปาน่าจะฟื้นตัวเต็มที่ในอีกราว 10 วัน”


“สำหรับการเดินทางไกลด้วยเครื่องบินในอีกราวสามสัปดาห์ ผมขอพูดว่า ไม่มีเหตุผลทางการแพทย์ที่การเดินทางครั้งนี้จะไม่เกิดขึ้น”


4. ผ่าตัดแบบนี้มาแล้วเป็นพันครั้ง แต่ครั้งนี้คนไข้คือพระสันตะปาปา


แม้จะเป็นการผ่าตัดที่คุ้นเคย คุณหมอยอมรับว่าความรู้สึกครั้งนี้ต่างออกไป เพราะรู้ว่าคนทั้งโลกกำลังติดตามอาการของพระสันตะปาปา


“การผ่าตัดพระสันตะปาปาทำให้ผมมีความรู้สึกลึกซึ้งที่บอกไม่ถูก คนที่อยู่ตรงหน้าคุณเป็นมนุษย์คนหนึ่ง แต่คุณก็รู้ดีว่าพระองค์เป็นใคร และสายตาของคนทั้งโลกกำลังมองมาที่คุณ การผ่าตัดที่เป็นเรื่องปกติในทางการแพทย์ จึงไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนการผ่าตัดตามปกติ”


“ผมมีความคิดสองอย่างอยู่ในหัว บอกตัวเองว่า ‘คุณกำลังจะผ่าตัดตามปกติ แบบที่ทำมาแล้วเป็นพันครั้ง’ กับ ‘นี่เป็นครั้งแรกที่คุณผ่าตัดแบบนี้ให้พระสันตะปาปา’”


คุณหมอยังเล่าถึงช่วงก่อนให้ยาสลบว่า พระสันตะปาปาเข้ามาในห้องผ่าตัดด้วยท่าทีเป็นกันเองและยิ้มแย้ม ขณะที่ศัลยแพทย์ วิสัญญีแพทย์ และเจ้าหน้าที่ห้องผ่าตัดยืนเรียงกันเป็นครึ่งวงกลม


“เมื่อพระองค์เข้ามา ก็มองไปรอบๆ และเห็นพวกเรา ผมจึงพูดว่า ‘พระสันตะปาปาครับ นี่คือดรีมทีมของเรา’ พระองค์ยิ้ม แล้วเราก็เริ่มให้ยาสลบ”


5. โป๊ปทำตามคำแนะนำทุกอย่าง และทำมากกว่าที่หมอขอเล็กน้อยเสมอ


เมื่อถามว่าพระสันตะปาปาเป็นคนไข้แบบไหน คุณหมอตอบว่าเป็น “คนไข้ในอุดมคติ” เพราะไม่สร้างปัญหาให้ทีมที่ดูแล สงบ ยิ้มแย้ม และแทบไม่บ่น แม้จะมีความเจ็บปวดหลังผ่าตัด


“ผมไม่ได้พูดเพื่อเยินยอพระองค์ พระองค์ไม่ได้สร้างปัญหาแม้แต่นิดเดียวให้ทีมที่ดูแล พระองค์สงบและยิ้มแย้มเสมอ แทบไม่บ่นเลย แม้จะมีความเจ็บปวดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงเราจะใช้ทุกวิธีช่วยแล้วก็ตาม พระองค์ทำตามคำแนะนำของเราทุกขั้นตอน ทั้งเรื่องอาหารและกายภาพบำบัด พระองค์กลับมาลุกยืนได้ และทำมากกว่าที่เราขอเล็กน้อยเสมอ”


คุณหมอยกตัวอย่างว่า วันที่สองหลังผ่าตัด ทีมที่ดูแลหันไปเห็นพระสันตะปาปากำลังจัดเก้าอี้ในวัดน้อยด้วยตัวเอง


“เราบอกว่า ‘พระสันตะปาปาครับ ให้พวกเราทำเถอะครับ’ พระองค์ตอบว่า ‘ไม่เป็นไร พ่อทำได้ พ่อจะทำ’ ผมจะพูดอะไรได้อีก พระองค์เป็นคนไข้ในอุดมคติจริงๆ”


ตอนท้าย คุณหมอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ร่วมกันดูแลพระสันตะปาปา รวมถึงผู้บริหารโรงพยาบาลเจเมลลี่ที่ไว้วางใจให้เขาทำหน้าที่นี้


“เราไม่ควรลืมว่า เบื้องหลังงานของศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์ ยังมีพยาบาลและเจ้าหน้าที่ห้องผ่าตัด นักเทคนิคการแพทย์ในห้องปฏิบัติการ นักรังสีเทคนิคที่มาเอ็กซ์เรย์พระสันตะปาปาทุกวัน นักกายภาพบำบัด และบุคลากรทางการแพทย์อีกมากมายที่ปกติอาจไม่มีใครเอ่ยถึง แต่ผมยินดีที่จะกล่าวถึงพวกเขา” คุณหมอมาร์การิโตร่า กล่าวปิดท้าย


Source:


- https://www.vaticannews.va/en/pope/news/2026-10/pope-leo-xiv-interview-surgeon-stefano-margaritora.html 


Comments