โป๊ปเตือน ทุกยุคมีคนบิดเบือนคำสอน เพื่อหาประโยชน์จากความศรัทธาของผู้คน

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงเตือน ทุกยุคมีคนที่นำความศรัทธาของคนอื่นมาใช้เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง และชักนำให้คนยึดคำสอนบางส่วนอย่างสุดโต่ง จนละเลยพระเยซูและพระวรสารซึ่งเป็นหัวใจของคำสอนทั้งหมด


➡️ ทรงชี้ อัลกอริทึ่มรวบรวมข้อมูลได้เร็วกว่ามนุษย์ แต่สติปัญญาของเราต้องอาศัยความทรงจำและประสบการณ์ชีวิต เพราะประสบการณ์เหล่านั้นมีความหมายที่ลึกซึ้ง ซึ่งมีเพียงจิตใจมนุษย์เท่านั้นที่รับรู้ได้


➡️ ทรงย้ำ การเรียน การสอน และการทำวิจัยไม่ควรทำเพียงเพื่อตัวเอง แต่ต้องเป็นการรับใช้ความเชื่อและความจริง เพื่อประโยชน์ของทั้งตัวเราและพี่น้องคนอื่นๆ


➡️ ทรงสอน ความเคยชิน ความทะเยอทะยาน และการแข่งขันกัน อาจทำให้เราหมดแรงและทะเลาะกัน 

Photo Credit: Vatican Media


ช่วงเย็นวันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงเป็นประธานพิธีมิสซาเปิดปีการศึกษาของมหาวิทยาลัยของสันตะสำนัก ซึ่งจัดขึ้นในมหาวิหารนักบุญเปโตร สำหรับบทเทศน์ในมิสซานี้ พระสันตะปาปาทรงกล่าวถึงผู้ที่บิดเบือนคำสอนเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ความสำคัญของการศึกษาและการใช้สติปัญญาในยุคที่อัลกอริทึ่มสามารถรวบรวมข้อมูลได้รวดเร็วกว่ามนุษย์ ซึ่ง Pope Report เรียบเรียงใจความสำคัญมาให้ดังนี้


1. ทุกยุคมีคนบิดเบือนคำสอน เพื่อหาประโยชน์จากความศรัทธาของผู้คน


พระสันตะปาปาทรงนำคำสอนจากจดหมายนักบุญเปาโลถึงชาวกาลาเทียมาแบ่งปันว่า นักบุญเปาโลชวนให้ผู้มีความเชื่อในพระเจ้าใช้เหตุผล ความทรงจำ และคิดอย่างรอบคอบ เวลาได้ยินเรื่องความเชื่อ ดังนั้น เราก็เช่นกัน เราต้องระวังคนที่สอนความเชื่อให้คนอื่นด้วยการบิดเบือนคำสอนของพระเจ้า เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน


พระสันตะปาปาตรัสว่า “ในทุกยุคสมัย มีคนที่สอนเรื่องความเชื่อผิดๆ อยู่เสมอ พวกเขานำความรู้สึกทางศาสนาของผู้มีความเชื่อจำนวนมากมาใช้เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง และบ่อยครั้งยังชักนำให้ผู้คนยึดคำสอนเพียงบางส่วนอย่างสุดโต่ง จนละเลยภาพรวมของคำสอนทั้งหมด ซึ่งก็คือพระคริสต์และพระวรสารของพระองค์”


พระสันตะปาปายังกล่าวต่อถึงเป้าหมายของการศึกษา โดยเน้นว่าการติดตามพระคริสต์ไม่ได้อาศัยเพียงความรู้สึกยินดีและความกระตือรือร้น แต่ต้องใช้เหตุผลและตั้งคำถามด้วย


“จงมองการศึกษาเป็นการรับใช้ความเชื่อและความจริง เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง และเพื่อประโยชน์ของพี่น้องจำนวนมาก … แม้ว่าการพบกับพระองค์จะนำมาซึ่งความยินดีและความกระตือรือร้น แต่ก็ไม่ใช่เรื่องของการถูก ‘สะกด’ การใช้เหตุผลและการตั้งคำถาม โดยมีพระวาจาของพระเจ้าและธรรมประเพณีของศาสนจักรเป็นแสงนำทางและเป็นส่วนสำคัญของการเดินตามพระเยซูคริสต์” พระสันตะปาปาทรงย้ำเตือน


2. อัลกอริทึ่มรวบรวมข้อมูลได้เร็วกว่าเรา แต่สติปัญญาต้องอาศัยประสบการณ์ชีวิตด้วย


พระสันตะปาปายังคำสอนของนักบุญเปาโลที่บอกว่าชาวกาลาเทียคิดถึงจุดเริ่มต้นของความเชื่อที่มาจากพระจิต ก่อนจะกล่าวถึงความสำคัญของความทรงจำในการใช้สติปัญญาด้วย


พระสันตะปาปาตรัสว่า “สติปัญญาของเราต้องอาศัยความทรงจำด้วย ไม่ใช่แค่รวบรวมข้อมูล เพราะทุกวันนี้อัลกอริทึ่มทำเรื่องนี้ได้เร็วกว่าเราอยู่แล้ว แต่เราต้องนึกถึงประสบการณ์ที่เคยผ่านมา เพราะประสบการณ์เหล่านั้นมีความหมายลึกซึ้งที่มีเพียงจิตใจมนุษย์เท่านั้นที่เข้าใจได้ และเราต้องมองเห็นคุณค่าของสิ่งดีๆ ที่อยู่ในประสบการณ์เหล่านั้นให้มากขึ้น”


3. ความทะเยอทะยานและการแข่งขันกัน อาจทำให้เราหมดแรงและทะเลาะกัน


จากเรื่องความทรงจำ พระสันตะปาปาหันมากล่าวกับนักศึกษา นักวิจัย และอาจารย์ ถึงความสำคัญของการดูแลหัวใจของตัวเอง


บิช็อปแห่งกรุงโรม ตรัสว่า “ทุกสิ่งที่ดีเริ่มต้นด้วยพระจิต จึงมีทั้งลมหายใจ พลังขับเคลื่อน และความเป็นหนึ่งเดียวกัน เมื่อเราได้สัมผัสสิ่งเหล่านี้แล้ว มันจะถูกจารึกไว้ในหัวใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความเคยชิน ความทะเยอทะยาน การแข่งขันกัน และสิ่งไม่ดีอื่นๆ อาจดึงความสนใจและพลังงานของเราออกไป จนทำให้เราเหนื่อยล้า หมดแรง ชอบทะเลาะ และเศร้าใจ ดังนั้น เราต้องกลับมาที่หัวใจ เพราะทุกอย่างเริ่มต้นที่นั่น และเราสามารถกลับไปหาจุดเริ่มต้นนี้ได้เสมอ”


4. อย่าแยกการเรียนออกจากชีวิตจริง และอย่าลืมคนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา


พระสันตะปาปาทรงขอให้นักศึกษายังคงใกล้ชิดกับประชากรของพระเจ้า เห็นคุณค่าในความเชื่อของพวกเขา และเปิดใจรับฟังคำถามของพวกเขา


“อย่าลืมคนยากจน ซึ่งบางครั้งก็เป็นเหมือนเพื่อนที่มาเคาะประตูไม่หยุดในยามค่ำคืน จงนำชีวิตจริงเข้ามาในการศึกษา และนำสิ่งที่เรียนไปใช้ในชีวิต ตามแนวทางที่พระเจ้าทรงรับสภาพมนุษย์ เพราะหากแยกจากสิ่งนี้ การเผยแสดงของพระเจ้าก็จะเงียบเสียงลง … จงแบ่งปันสิ่งที่หล่อเลี้ยงเรา เพราะยังมีคนอีกมากที่ไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษาเหมือนเรา จงเปิดประตู อย่าปิดตัวเอง”


เมื่อกล่าวถึงผลกระทบของเทคโนโลยีใหม่ต่อความคิดมนุษย์ พระสันตะปาปาทรงยกข้อความจากสมณสาส์น “ความเป็นมนุษย์ที่งดงาม” (Magnifica Humanitas) ของพระองค์ว่า “เราต้องรู้จักจัดเวลาให้มีช่วงแห่งความเงียบ การศึกษาอย่างลึกซึ้ง การอ่าน และการคิดวิเคราะห์อย่างรอบคอบ เพราะหากขาดสิ่งเหล่านี้ เสรีภาพภายในของเราอาจได้รับผลกระทบ”


5. อย่าแค่นั่งเรียนข้างกัน แต่จงสร้างมิตรภาพที่อยู่ไปตลอดชีวิต


ช่วงท้าย พระสันตะปาปาทรงขอให้นักศึกษาใช้เวลาที่กรุงโรมให้คุ้มค่า โดยกล่าวถึงนักบุญเปโตรที่ยืนยันความเชื่อจนพลีชีพ และนักบุญเปาโลที่รักษาความเชื่อไว้จนถึงปลายทาง ก่อนทรงกล่าวถึงโอกาสที่นักศึกษาได้เรียนร่วมกับผู้คนจากทั่วโลก


“จงมองไปรอบๆ มหาวิทยาลัยของพวกท่าน โลกทั้งโลกกำลังนั่งอยู่ในห้องเรียน มีทั้งคนจากแอฟริกา เอเชีย ทวีปอเมริกา ยุโรป และโอเชียเนีย อย่าเพียงแค่นั่งอยู่ข้างกัน จงทำความรู้จัก พูดคุย รับฟัง และเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับศาสนจักรให้กันฟัง ภาวนาและใช้เวลาพักผ่อนร่วมกัน และสร้างมิตรภาพที่จะอยู่กับพวกท่านไปตลอดชีวิต” พระสันตะปาปาปตรัสในตอนท้าย



Source: 


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/homilies/2026/documents/20261008-messa-univ-pontificie.html 


Comments