โป๊ปสอน พระเจ้าไม่เคยทอดทิ้งเรา และช่วยเราทุกครั้งที่ล้ม
➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอน พระเจ้าไม่เคยทิ้งเรา และช่วยเราทุกครั้งที่ล้ม แม้สิ่งที่ถูกคนอื่นทิ้ง พระเจ้าก็ทำให้กลายเป็นรากฐานของทุกสิ่งได้
➡️ ทรงย้ำ พระเยซูถูกปฏิเสธจากคนที่ควรต้อนรับพระองค์ แต่การปฏิเสธอย่างรุนแรงก็ขัดขวางพระประสงค์ของพระเจ้าไม่ได้
➡️ ทรงยกย่อง นักบุญฟรานซิสแห่งอัสซีซี ซึ่งสิ้นใจครบ 800 ปี เป็นตัวอย่างของคนที่ซ่อมแซมศาสนจักรตามที่พระเยซูขอ ด้วยการใช้ชีวิตยากจนตามพระองค์ และรักทุกคนเหมือนพี่น้อง

Photo Credit: Vatican Media
ช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงออกมานำสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน พระวรสารวันนี้จากนักบุญแม็ทธิว พระเยซูเล่าอุปมาเรื่องสวนองุ่น เจ้าของสวนส่งคนรับใช้ไปรับผลองุ่นจากคนเช่าสวนหลายรอบ แต่ทุกคนถูกทำร้าย สุดท้ายเขาส่งลูกชายไป คนเช่าสวนก็จับลูกชายไปฆ่า พระสันตะปาปาทรงแบ่งปันว่า เรื่องนี้ช่วยให้เราเข้าใจชีวิตและพันธกิจของพระเยซู พร้อมระลึกถึงนักบุญฟรานซิสแห่งอัสซีซีในวันครบ 800 ปีแห่งการสิ้นใจของท่าน ซึ่ง Pope Report เรียบเรียงใจความสำคัญมาให้ดังนี้
1. พระเยซูถูกปฏิเสธจากคนที่ควรต้อนรับพระองค์
พระสันตะปาปาทรงเริ่มต้นด้วยการแบ่งปันเรื่องราวจากพระวรสาร ด้วยการชี้ว่าเรื่องนี้ช่วยให้เราเข้าใจชีวิตและพันธกิจของพระเยซูอย่างลึกซึ้ง
พระสันตะปาปาตรัสว่า “พระเยซูคือบุตรของพระเจ้าที่ถูกส่งมาในโลก แต่กลับถูกปฏิเสธโดยคนที่ควรจะต้อนรับพระองค์ คนที่เสด็จมาในโลกเพื่อนำความรอดแต่ต้องถูกตัดสินลงโทษ คนที่ปรารถนาจะให้ชีวิตแต่กลับถูกประหาร เรื่องนี้ทำให้เราคิดถึงความโหดร้ายมากมายที่รุมเร้าโลกและประวัติศาสตร์ของชนชาติต่างๆ ในขณะเดียวกัน คำสอนของพระคริสต์ก็เผยให้เห็นพระเมตตาของพระบิดาที่ยิ่งใหญ่ขึ้นเสมอ”
2. พระเจ้าไม่เคยทิ้งเรา
หลังเล่าว่าคนเช่าสวนฆ่าลูกชายของเจ้าของสวน พระเยซูก็ยกข้อความจากพระคัมภีร์ว่า หินที่ช่างก่อสร้างไม่เอา กลับกลายเป็น “ศิลามุมเอก” หรือหินก้อนสำคัญที่วางตรงมุมฐานของอาคาร พระสันตะปาปาหยิบภาพนี้มาอธิบายสิ่งที่เกิดกับพระเยซู ผู้ที่คนปฏิเสธจนถึงขั้นฆ่าพระองค์
“แท้จริงแล้ว การปฏิเสธอย่างรุนแรงก็หยุดสิ่งที่พระเจ้าตั้งใจไว้ไม่ได้ ด้วยความยุติธรรมที่ไม่มีที่สิ้นสุด พระเจ้าเปลี่ยนเรื่องร้ายให้กลายเป็นการช่วยมนุษย์ให้รอด ‘ศิลาที่ช่างก่อสร้างทิ้งแล้ว ได้กลายเป็นศิลามุมเอก’ … สิ่งที่ถูกทิ้งไป กลับกลายเป็นฐานที่ค้ำทุกอย่างไว้ นี่คือวิธีที่พระเจ้าผู้มีอำนาจเหนือทุกสิ่งนำทางประวัติศาสตร์ และมาช่วยเราทุกครั้งที่เราล้ม พระเจ้าไม่เคยทิ้งชีวิตของเรา” พระสันตะปาปาทรงย้ำ
3. นักบุญฟรานซิส ผู้ซ่อมแซมศาสนจักร
จากนั้น พระสันตะปาปาอธิบายต่อว่า ตามเรื่องราวในอุปมา สวนองุ่นที่ต้องดูแลด้วยความยุติธรรมคือศาสนจักร ซึ่งเราสร้างขึ้นหรือทำให้เสียหายได้ด้วยการเลือกของเรา และเนื่องจากวันครบรอบ 800 ปีแห่งการสิ้นใจของนักบุญฟรานซิสแห่งอัสซีซี พระสันตะปาปาจากคณะออกัสติเนี่ยนไม่ลืมจะแบ่งปันและยกย่องชีวิตของท่านนักบุญที่โด่งดังที่สุดของอิตาลี
พระสันตะปาปาตรัสว่า “พ่ออยากระลึกถึงคนงานคนหนึ่งที่ทำงานในสวนองุ่นของพระเจ้าและเกิดผลมากมาย นั่นคือนักบุญฟรานซิสแห่งอัสซีซี ผู้ที่พระเยซูเองทรงขอให้ซ่อมแซมศาสนจักรของพระองค์ ด้วยแรงบันดาลใจจากพระเยซูคริสค์ผู้ถูกตรึงกางเขน”
“เหนือสิ่งอื่นใด ฟรานซิสสร้างชีวิตของตนเองบนรากฐานของพระคริสต์ ท่านมีส่วนร่วมในความยากจน ความยินดี และความทุกข์ทรมานของพระองค์ จนถึงขั้นได้รับเครื่องหมายลึกลับของรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ … นักบุญฟรานซิสซ่อมแซมศาสนจักรด้วยความเชื่อในพระเยซู และเยียวยารอยร้าวของความแตกแยกด้วยการเป็นพยานถึงความรักแบบพี่น้อง พระพรพิเศษของนักบุญฟรานซิสยังคงเกิดผลจนถึงทุกวันนี้ แม้ผ่านไปแปดศตวรรษแล้ว เครื่องยืนยันไม่ได้มีเพียงครอบครัวฟรานซิสกันที่ยิ่งใหญ่และมีชีวิตชีวา แต่ยังรวมถึงของขวัญมากมายที่มรดกฝ่ายจิตของท่านมอบให้แก่ประชากรของพระเจ้าด้วย” พระสันตะปาปาตรัสในช่วงท้าย
4. ขอให้สวดสายประคำตลอดเดือนตุลาคมเพื่อสันติภาพของโลก
หลังการสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าวจบลง พระสันตะปาปาทรงย้อนไปถึงวันอาทิตย์ที่แล้ว ซึ่งพระองค์เชิญชวนทุกคนที่เมืองลูร์ดให้สวดสายประคำตลอดเดือนตุลาคม เพื่อวอนขอให้สงครามยุติลงและให้มีการสร้างสันติภาพ วันนี้พระองค์ทรงเล่าถึงกลุ่มแรกๆ ที่ตอบรับคำเชิญนี้
พระสันตะปาปาตรัสว่า “เด็กๆ เป็นกลุ่มแรกๆ ที่ทำตาม และยังคงทำต่อไป ระหว่างวันที่ 1-7 ตุลาคม องค์กร ‘Aid to the Church in Need’ จัดกิจกรรม ‘เด็ก 1 ล้านคนสวดสายประคำ’ เพื่อสันติภาพและความเป็นหนึ่งเดียวในโลก พ่อขอขอบใจเด็กชายหญิงทุกคนในหลายพื้นที่ทั่วโลกที่ร่วมสวดภาวนานี้อย่างสุดหัวใจ ขอให้เราทุกคนทำตามแบบอย่างของพวกเขา และวอนขอการเสนอวิงวอนของแม่พระ เพื่อให้ชนชาติต่างๆ พ้นจากภัยร้ายของสงคราม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขอให้เราสวดภาวนาเพื่อดินแดนศักดิ์สิทธิ์ และเพื่อผู้บริสุทธิ์ที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง”
5. ขอให้ภาวนาเพื่อการประชุมทบทวน 10 ปีสารเตือนใจ “Amoris Laetitia”
ช่วงท้าย พระสันตะปาปาทรงกล่าวถึงการประชุมที่วาติกันในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เนื่องในโอกาสครบ 10 ปีของสารเตือนใจความชื่นชมยินดีแห่งความรัก (Amoris Laetitia) ซึ่ง พระสันตะปาปา ฟรานซิส ทรงออกไว้
พระสันตะปาปาชาวอเมริกัน ได้เรียกผู้นำประธานสภาบิช็อปคาทอลิกทั่วโลกมาร่วมประชุม เพื่อทบทวนเวลาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา สารเตือนใจนี้ได้สอนอะไรพวกเราบ้าง
“นี่จะเป็นช่วงเวลาของการไตร่ตรองแบบสมัชชาการก้าวเดินไปด้วยกัน เพื่อหาว่าต้องก้าวต่อไปอย่างไรในการประกาศพระวรสารในวันนี้ท่ามกลางครอบครัวและคนรุ่นใหม่ พ่อขอฝากภารกิจนี้ไว้ในคำภาวนาของพวกท่าน และเหนือสิ่งอื่นใด ขอฝากไว้กับครอบครัวทั้งหลาย ซึ่งด้วยความช่วยเหลือของพระเจ้า เป็นเครื่องหมายแห่งความหวัง และเป็นขุมทรัพย์ที่ประเมินค่าไม่ได้สำหรับศาสนจักรและสังคม” พระสันตะปาปาตรัส
Source:
- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/angelus/2026/documents/20261004-angelus.html
Comments
Post a Comment