โป๊ปสอนที่ลูร์ด การกลับใจต้องเริ่มวันนี้ ไม่ใช่พรุ่งนี้ เตือน ความชั่วร้ายมาจากจิตใจของเรา นี่คือสิ่งที่ต้องเปลี่ยนทันที
➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอน การกลับใจเป็นเรื่องเร่งด่วน “เราต้องกลับใจวันนี้ ไม่ใช่พรุ่งนี้” เพราะพระเจ้าต้องการให้เรามีชีวิต เปิดตา และกลับไปหาพระองค์
➡️ ทรงเตือน ความชั่วร้ายในยุคของเรามาจากหัวใจมนุษย์ เพราะฉะนั้น การเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มจากหัวใจของเราเอง
➡️ ทรงชี้ ศาสนจักรที่กำลังเดินทางอยู่บนโลกนี้ก็ต้องกลับใจ เราต้องถ่อมตน ยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นภายในศาสนจักร เพราะนี่จำเป็นต่อการเติบโตของชีวิตฝ่ายจิต
➡️ ทรงย้ำ ต้องไม่มีใครถูกปฏิเสธเพราะความอ่อนแอ ไม่ว่าเขาจะถือไม้เท้า นั่งรถเข็น หรือมีน้ำตาที่ซ่อนอยู่ในใจ ทุกคนต้องได้รับการเคารพและต้อนรับอย่างเต็มที่

Photo Credit: Daniel Ibáñez/EWTN News
ช่วงสายวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงเป็นประธานในพิธีมิสซาที่สักการะสถานแม่พระแห่งเมืองลูร์ด ประเทศฝรั่งเศส ท่ามกลางคริสตชนที่มาร่วมกว่า 150,000 คน ในส่วนของบทเทศน์ประจำมิสซานี้ พระสันตะปาปาทรงเน้นเรื่องการกลับใจ คุณค่าของชีวิต และการใช้โทษบาป โดย Pope Report เรียบเรียงใจความสำคัญมาให้ดังนี้
1. ต้องกลับใจวันนี้ ไม่ใช่พรุ่งนี้
พระสันตะปาปาเริ่มต้นบทเทศน์ด้วยการแบ่งปันบทอ่านและพระวรสารประจำมิสซาซึ่งพูดถึงการกลับใจ บทอ่านจากประกาศกเอเซเคียลกล่าวถึงคนที่หันไปทำความผิดและต้องรับผลจากสิ่งที่ตนทำ แต่ถ้ากลับใจเขาจะกลับมามีชีวิต ส่วนในพระวรสาร พระเยซูตรัสกับคนที่ยังปิดใจและไม่ยอมกลับใจว่า “ท่านทั้งหลายก็ยังไม่ได้กลับใจ”
พระสันตะปาปาทรงเชื่อมเรื่องนี้เข้ากับสิ่งที่แม่พระมอบให้นักบุญแบร์นาแด็ตต์ที่ลูร์ด นั่นคือการเรียกร้องให้กลับใจ พร้อมย้ำว่า เรื่องนี้ไม่ควรถูกเลื่อนออกไปเป็นวันหน้า
พระสันตะปาปาตรัสว่า “ความจริงจังของการเรียกร้องนี้ เตือนเราถึงความเร่งด่วนและความจำเป็นของการกลับใจ เราต้องกลับใจวันนี้ ไม่ใช่พรุ่งนี้ เพราะนี่คือเวลาที่เหมาะสม นี่คือวันแห่งความรอด พระเจ้าต้องการให้เรามีชีวิต ให้เราเปิดตาและกลับไปหาพระองค์”
“การกลับใจคือการออกจากเส้นทางที่ทำให้เราหลงทาง แล้วหันมาเดินตามหนทางแห่งชีวิต เปิดหัวใจของเรารับความยินดีเพียงหนึ่งเดียวที่ไม่มีวันสูญหาย” พระสันตะปาปาทรงแบ่งปัน
2. ที่เมืองลูร์ด ไม่มีใครถูกปฏิเสธเพราะความอ่อนแอ
จากนั้น พระสันตะปาปากล่าวถึงคุณค่าของชีวิตมนุษย์ โดยเฉพาะเวลาเราเผชิญกับความเจ็บป่วย ความทุกข์ และวัยชรา พร้อมย้ำว่า ลูร์ดเป็นสถานที่แห่งความหวังของคริสตชน
พระสันตะปาปาชาวอเมริกันตรัสว่า “ที่นี่ ไม่มีใครถูกปฏิเสธเพราะความอ่อนแอ ไม้เท้า รถเข็น และน้ำตาที่ซ่อนอยู่ในใจของพวกท่าน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่อุปสรรค แต่ที่นี่คือสถานที่ที่พวกท่านได้รับการเคารพและต้อนรับอย่างเต็มที่ และสามารถพบกับความรักอันไม่มีขอบเขตของพระเจ้า ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้”
3. พระเจ้ามอบเสรีภาพให้เรา เพราะไม่มีใครถูกบังคับให้รักได้
พระสันตะปาปายังกล่าวถึงเสรีภาพของมนุษย์ โดยชี้ว่า ชีวิตนิรันดรคือคำสัญญาที่พระเจ้าทรงมอบให้ แต่เราต้องเลือกตอบรับด้วยตัวเอง
พระสันตะปาปาตรัสว่า “พระเจ้าสร้างเราให้มีเสรีภาพ เพราะเสรีภาพเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับความรัก ไม่มีใครถูกบังคับให้รัก ฉะนั้น เราต้องใช้เสรีภาพของเราเพื่อตอบ ‘ใช่ (Yes)’ ต่อพระคริสต์ โดยวางใจในพระหรรษทานของพระองค์ เช่นเดียวกับแม่พระ”
“นี่คือคำว่า ‘ใช่’ ที่เราต้องกล่าวซ้ำไปจนถึงลมหายใจสุดท้ายของเรา ดังคำที่ว่า ‘บัดนี้และเมื่อจะตาย’ ดังที่เราภาวนาในบทวันทามารีอา”
4. ความชั่วร้ายมาจากหัวใจมนุษย์ และต้องเริ่มเปลี่ยนจากใจเราเอง
เมื่อกล่าวถึงคำของแม่พระที่พูดว่า “ใช้โทษบาป ใช้โทษบาป ใช้โทษบาป” พระสันตะปาปาเตือนว่า การกลับใจไม่ใช่เรื่องของคนอื่น แต่ต้องเริ่มจากตัวเราเอง
พระสันตะปาปาย้ำว่า “หัวใจของเราจะไม่สะเทือนได้อย่างไร เมื่อเห็นความขัดแย้งที่กำลังแพร่ขยายและทำลายชีวิตผู้บริสุทธิ์มากมาย แต่ความชั่วร้ายในยุคของเรามาจากหัวใจมนุษย์ พระเจ้าไม่ได้เป็นผู้รับผิดชอบต่อสิ่งเหล่านี้ … ดังนั้น สิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงคือหัวใจมนุษย์ และต้องเริ่มต้นจากหัวใจของเราเอง”
“คำเรียกร้องให้กลับใจนี้ยังเกี่ยวข้องกับศาสนจักรเอง ขณะที่ศาสนจักรกำลังเดินทางอยู่บนโลกนี้ ศาสนจักรต้องมีความกล้าที่จะเริ่มต้นจากตัวเอง เพื่อเยียวยาบาดแผลลึก ความไม่ซื่อสัตย์ และความผิดพลาดอันเจ็บปวดที่เกิดขึ้นภายใน เราต้องถ่อมตนยืนอยู่ภายใต้สายตาของพระเจ้าที่ชำระเราให้บริสุทธิ์ การยอมรับความผิดของตัวเองเป็นสิ่งจำเป็นต่อการเติบโตในชีวิตฝ่ายจิต”
5. จงกลับออกไปจากลูร์ดแบบ “ธรรมทูตแห่งความหวัง”
ช่วงท้าย พระสันตะปาปาทรงส่งผู้แสวงบุญกลับไปยังประเทศ เขตศาสนปกครอง และครอบครัวของตน พร้อมกับภารกิจใหม่
“พวกท่านจะไม่ออกจากลูร์ดในสภาพเดียวกับตอนที่มาถึง พวกท่านจะออกไปในฐานะธรรมทูตแห่งความหวัง เพราะอัศจรรย์ของลูร์ดคือการสามารถปลุกความยินดีแห่งความหวังขึ้นมาได้ แม้อยู่ท่ามกลางความทุกข์และความยากลำบาก แม่พระทรงเยียวยาวิธีที่เรามองสิ่งต่างๆ และเปลี่ยนแปลงหัวใจของเรา ด้วยการมอบสันติให้แก่เรา”
หลังจบพิธีมิสซา ก่อนการสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว พระสันตะปาปาทรงเชิญคริสตชนให้สวดสายประคำตลอดเดือนตุลาคม เพื่อขอให้สงครามยุติลงและเกิดสันติภาพกับโลกด้วย
Sources:
2. https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/angelus/2026/documents/20260927-angelus.html
Comments
Post a Comment