โป๊ปเตือน โลกยิ่งพูดเรื่อง “เสรีภาพส่วนบุคคล” คนกลับเป็นตัวของตัวเองน้อยลง

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงเตือน โลกทุกวันนี้ให้ความสำคัญกับเสรีภาพส่วนบุคคลอย่างมาก แต่ผู้คนกลับรู้สึกถึงอิสระที่จะเป็นตัวของตัวเองน้อยลง เพราะกลัวถูกตัดสินและกลัวไม่เป็นที่ยอมรับ นี่คือความย้อนแย้งอย่างมาก


➡️ ทรงชี้ แนวคิดที่ให้ความสำคัญกับตัวเองมากเกินไปกำลังทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัว มิตรภาพ และชุมชนอ่อนแอลง ขณะที่ผู้คนเริ่มมองเสรีภาพคือการทำอะไรก็ได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงคนอื่น


➡️ ทรงย้ำ มนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างมาให้อยู่เพื่อตัวเอง แต่ถูกสร้างมาเพื่อมีความสัมพันธ์กับพระเจ้าและคนอื่น และความเป็นหนึ่งเดียวนี้คือสิ่งที่ศาสนจักรต้องเป็นพยานให้โลกที่กำลังแตกแยกได้เห็น


➡️ ทรงสอน คำตอบของความแตกแยกในโลกไม่ได้อยู่ที่การตั้งคณะกรรมการหรือสร้างโครงการเพิ่ม แต่ต้องกลับไปหาพระเจ้า ภาวนา และเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตเป็นพี่น้องกัน



ช่วงสายวันพุธที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงต้อนรับบรรดาบิช็อปที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มโฟโคลาเร ที่มาเข้าเฝ้าในวาติกัน โอกาสนี้ พระสันตะปาปาทรงให้แนวคิดพวกเขาเกี่ยวกับความแตกแยกในโลก เสรีภาพส่วนบุคคล และหน้าที่ของคริสตชนในการสร้างความเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งใจความสำคัญ Pope Report เรียบเรียงมาให้ดังนี้


1. โลกยิ่งแตกแยก การเป็นพยานถึงความเป็นหนึ่งเดียวยิ่งสำคัญ


พระสันตะปาปาทรงเริ่มต้นด้วยการย้ำว่า “ความเป็นหนึ่งเดียว” คือหัวใจสำคัญของกลุ่มโฟโคลาเร และยิ่งมีความจำเป็นในโลกทุกวันนี้ที่กำลังแบ่งขั้วและแตกแยกมากขึ้น


“ถ้านี่คือภารกิจของเคียร่า ลูบิค (ผู้ก่อตั้ง) เมื่อ 40 ปีก่อน วันนี้ยิ่งเป็นภารกิจเร่งด่วนของพวกเรามากขึ้นไปอีก พ่อนึกถึงสถานการณ์ยากลำบากและความแตกแยกที่พวกท่านบางคนต้องเผชิญอยู่ในประเทศของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นอคติ การเหยียดเชื้อชาติ การไม่ยอมรับคนต่างศาสนา หรือแม้กระทั่งความรุนแรง” พระสันตะปาปาทรงแบ่งปัน


2. โลกยิ่งพูดเรื่องเสรีภาพ คนกลับยิ่งกลัวที่จะเป็นตัวเอง


จากนั้น พระสันตะปาปาทรงพูดถึงโลกตะวันตกที่แนวคิดให้ความสำคัญกับตัวเองมากเกินไปกำลังทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัว มิตรภาพ และชุมชนแตกออกจากกัน ขณะที่เสรีภาพถูกมองมากขึ้นว่า คือการมีอิสระที่จะทำอะไรก็ได้ตามใจตัวเอง


พระสันตะปาปาทรงตั้งข้อสังเกตว่า “แต่ในเรื่องนี้กลับมีความย้อนแย้ง แม้โลกทุกวันนี้จะให้ความสำคัญกับเสรีภาพส่วนบุคคลอย่างมาก แต่ผู้คนกลับรู้สึกบ่อยครั้งว่า ตัวเองมีอิสระน้อยลงที่จะเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง หรือใช้ชีวิตตามอุดมคติที่ดีที่สุดที่ตัวเองเชื่อ เพราะลึกๆ แล้วกลัวว่าจะถูกคนอื่นตัดสิน หรือกลัวว่าจะไม่เป็นที่ยอมรับ” 


3. มนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างมาให้อยู่เพื่อตัวเอง


พระสันตะปาปาทรงชี้ว่า เมื่อมนุษย์ปิดตัวเองจากคนอื่นมากขึ้น เราก็ยิ่งรู้สึกแตกแยกและสูญเสียความสุข เพราะมนุษย์ถูกสร้างมาเพื่อมีความสัมพันธ์กับพระเจ้าและกับคนอื่น


“เมื่อพระคริสต์ทรงเปิดเผยหัวใจของพระบิดา พระองค์ทรงทำให้เราเห็นความหมายที่ลึกที่สุดของการมีชีวิตอยู่ ความหมายของความสัมพันธ์ระหว่างกัน และหนทางไปสู่ความสุข โดยของขวัญจากพระจิต เราได้กลายเป็นลูกของพระเจ้า และจากความสัมพันธ์กับพระเจ้านี้เอง จึงเกิดความสัมพันธ์ระหว่างเรากับคนอื่นในฐานะพี่น้องในพระเยซูคริสต์ นี่คือสิ่งที่ศาสนจักรต้องเป็น คือผู้คนที่เป็นหนึ่งเดียวกันในพระเจ้า และเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นหนึ่งเดียวให้กับโลก”


4. ความแตกแยกไม่ได้แก้ด้วยการตั้งคณะกรรมการหรือสร้างโครงการเพิ่ม


จากนั้น พระสันตะปาปาทรงพูดตรงๆ ถึงวิธีรับมือกับโลกที่กำลังแตกแยกว่า คำตอบไม่ได้อยู่ที่การทำกิจกรรมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ต้องกลับไปหารากฐานของความเป็นหนึ่งเดียว คือพระเจ้าหนึ่งเดียวในสามพระบุคคล พระบิดา พระบุตร และพระจิต


“คำตอบต่อความแตกแยกอันน่าเศร้าที่กำลังทำร้ายโลก ไม่ได้อยู่ที่การตั้งคณะกรรมการเพิ่มขึ้น หรือเริ่มโครงการใหม่ๆ มากขึ้น แต่อยู่ที่การกลับไปยังต้นกำเนิดของความเป็นหนึ่งเดียวของเรา ซึ่งก็คือพระตรีเอกภาพ พูดอีกอย่างคือ เราต้องเป็นคนที่รู้จักภาวนาและใช้เวลาเงียบๆ กับพระเจ้า”


5. อยากสร้างความเป็นหนึ่งเดียว ต้องเริ่มจากชีวิตภายในและการภาวนา


ช่วงท้าย พระสันตะปาปาทรงขอให้บรรดาบิช็อปใช้เวลาที่ได้อยู่ด้วยกันเพื่อสร้างความเป็นพี่น้อง พร้อมให้ความสำคัญกับชีวิตภายใน การภาวนา การสวดทำวัตร และการถวายมิสซาอย่างตั้งใจ


“เหนือสิ่งอื่นใด พ่อหวังว่า พวกท่านจะใช้โอกาสนี้หล่อเลี้ยงชีวิตภายในของตัวเอง ด้วยการภาวนาต่อหน้าพระเยซูในตู้ศีลอย่างจริงจังและสม่ำเสมอ การสวดทำวัตรและถวายมิสซาด้วยความสงบและตั้งใจ และการใช้เวลาไตร่ตรองถึงการประทับอยู่ของพระบิดา พระบุตร และพระจิตในส่วนลึกของชีวิตเรา”


“ด้วยวิธีนี้ พวกท่านจะสามารถเป็นพยานต่อกันและต่อผู้คนที่พวกท่านรับใช้ ถึงความเป็นหนึ่งเดียวที่สามารถสร้างสันติภาพที่มั่นคงและยั่งยืน” พระสันตะปาปาทรงสอนปิดท้าย


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/speeches/2026/september/documents/20260909-vescovi-amici-focolari.html 


Comments