โป๊ปชี้ คนไม่กี่คนร่ำรวยมหาศาลจากอุตสาหกรรมอาวุธ ทั้งที่เงินหลายพันล้านนำไปแก้ปัญหาความหิวโหยได้

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงชี้ คนเพียงไม่กี่คนกำลังร่ำรวยมหาศาลจากอุตสาหกรรมอาวุธ ทั้งที่เงินหลายพันล้านสามารถนำไปแก้ปัญหาความหิวโหยได้


➡️ ทรงย้ำ ศาสนจักรจะยังคงเปล่งเสียง เรียกร้องให้ผู้นำหันมาพูดคุยและเจรจา แม้ไม่สามารถบังคับใครได้ และบางครั้งอาจดูเหมือนไม่เกิดผลก็ตาม


➡️ ทรงยืนยัน การล่วงละเมิดทางเพศเป็นปัญหาของมนุษย์ แต่เมื่อเกิดขึ้นในศาสนจักร มันทำร้ายชีวิตความเชื่อของผู้เสียหายอย่างลึกซึ้ง ศาสนจักรจึงมีหน้าที่เดินไปกับพวกเขาและช่วยแสวงหาการเยียวยา


➡️ ทรงเผย ไม่ได้ตื่นตระหนกกับเรื่อง AI แต่เราต้องฟังคำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับผลกระทบของมัน และเราอย่าทำเป็นมองไม่เห็น เหมือนกับว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับมนุษย์


➡️ ทรงเตือน อย่าเอาแนวคิด “ขวาจัด” มาผสมกับศาสนา เพราะมันไม่ใช่การแสดงออกของคริสตศาสนาที่แท้จริง พระวรสารไม่ได้สอนให้เราสร้างความเกลียดชังและความแตกแยก

Photo Credit: Vatican Media


ช่วงเย็นวันจันทร์ที่ 28 กันยายน หลังเสร็จสิ้นการเสด็จเยือนฝรั่งเศส พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงตอบคำถามผู้สื่อข่าวราว 80 คน บนเที่ยวบินจากเมืองเม็ตซ์กลับกรุงโรม โดยมีประเด็นตั้งแต่การล่วงละเมิดทางเพศในศาสนจักร การปกป้องชีวิต สงครามและอุตสาหกรรมอาวุธ ไปจนถึง AI และสถานการณ์ของศาสนจักรในเยอรมนี ซึ่ง Pope Report เรียบเรียงใจความสำคัญมาให้ดังนี้


1. การเสด็จเยือนฝรั่งเศสเต็มไปด้วย “พระพร” โดยเฉพาะการอยู่กับผู้ป่วยและคนหนุ่มสาว


ก่อนตอบคำถาม พระสันตะปาปาทรงย้อนมองการเสด็จเยือนฝรั่งเศสตลอดสี่วัน โดยกล่าวถึงช่วงเวลาที่ลูร์ดและการพบคนหนุ่มสาว 80,000 คน เป็นสองเหตุการณ์ที่มีความหมายอย่างมากสำหรับพระองค์


“ตลอดสี่วันนี้เต็มไปด้วยพระพรอย่างแท้จริง แทบจะเรียกได้ว่าเป็นอัศจรรย์ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ลูร์ด เมื่อได้เดินไปพร้อมกับและอยู่เคียงข้างผู้คนจำนวนมากที่กำลังเจ็บป่วยและทุกข์ทรมาน”


พระสันตะปาปายังกล่าวถึงคนหนุ่มสาวที่พระองค์พบตลอดการเดินทาง โดยเฉพาะการรวมตัวของเยาวชน 80,000 คนว่า “ความกระตือรือร้น ความชื่นชมยินดี และความรู้สึกแห่งความหวังที่พวกเขามอบให้ แต่เหนือสิ่งอื่นใด พ่อคิดว่าเป็นความหวังที่พวกเขาได้รับ และจะสามารถนำไปแบ่งปันกับผู้อื่นต่อไป”


2. การล่วงละเมิดทางเพศในศาสนจักร ไม่ได้ทำร้ายแค่ร่างกายและจิตใจ แต่ยังทำลายชีวิตความเชื่อ


เมื่อถูกถามว่า พระองค์ทรงมองการล่วงละเมิดทางเพศในศาสนจักรว่าเป็นปัญหาเชิงระบบหรือไม่ พระสันตะปาปาทรงแยกแยะว่า บางองค์กรภายในศาสนจักรอาจเคยมีการล่วงละเมิดในลักษณะที่เป็นระบบ แต่พระองค์ไม่ต้องการเรียกปัญหาทั้งหมดในลักษณะเดียวกัน


“การล่วงละเมิดทางเพศ ก่อนอื่นเลยเป็นปัญหาของมนุษย์ เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นภายในศาสนจักร มันมีอีกมิติหนึ่งเพิ่มเข้ามา เพราะชีวิตความเชื่อของผู้คนได้รับบาดแผลอย่างลึกซึ้ง และบางครั้งถึงกับถูกทำลาย ศาสนจักรจึงมีความรับผิดชอบเป็นพิเศษที่จะเดินไปกับพวกเขา และช่วยให้พวกเขาแสวงหาการเยียวยา”


พระสันตะปาปายังทรงกล่าวถึงการพบผู้เสียหายทั้ง 7 คนว่า พระองค์ขอให้พวกเขาช่วยสื่อสารไปยังผู้เสียหายคนอื่นๆ ว่า ทั้งพระองค์และศาสนจักรพร้อมรับฟังและเดินไปกับพวกเขาในการแสวงหาการเยียวยา


3. การปกป้องชีวิตไม่ใช่การเข้าไปยุ่งการเมือง แต่คือการนำพระวรสารมาใช้กับชีวิต


เมื่อถูกถามถึงเรื่องวาระสุดท้ายของชีวิตและเส้นแบ่งระหว่างศาสนากับการเมืองในฝรั่งเศส พระสันตะปาปาทรงยืนยันว่า การพูดเรื่องคุณค่าของชีวิตคือการสอนสิ่งที่ศาสนจักรเชื่อ ไม่ใช่การเข้าไปยุ่งการเมือง


“เมื่อศาสนจักรพูดถึงการปกป้องชีวิต เราไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่กำลังนำพระวรสารมาประยุกต์ใช้กับชีวิตของผู้คน … ชีวิตของพวกเขา แม้ท่ามกลางความเจ็บป่วย ความพิการ หรือความเจ็บปวดในรูปแบบต่างๆ ก็ยังมีความหมาย ดังนั้น หากนั่นเรียกว่าการเมือง พ่อก็ได้ทำเช่นนั้น แต่ไม่ใช่เพื่อเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองของฝรั่งเศส แต่เพื่อสอนสิ่งที่ศาสนจักรเชื่อจริงๆ”


4. คนไม่กี่คนร่ำรวยจากอุตสาหกรรมอาวุธ ทั้งที่เงินเหล่านี้นำไปแก้ความหิวโหยได้


เมื่อถูกถามถึงสงครามรัสเซียและยูเครน รวมถึงสิ่งที่พระองค์ตรัสก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการจัดหาอาวุธเพิ่มเติม พระสันตะปาปาทรงเริ่มจากหลักคำสอนด้านสังคมของศาสนจักร ซึ่งไม่ส่งเสริมความรุนแรง ความเกลียดชัง และอาวุธ


“เรายังคงเห็นการสะสมอาวุธและการใช้จ่ายเงินจำนวนมหาศาลกับอุตสาหกรรมทางทหาร ซึ่งได้ส่งเสริมการใช้จ่ายด้านการทหารมาอย่างต่อเนื่องหลายสิบปีแล้ว มีคนเพียงไม่กี่คนที่กำลังร่ำรวยมหาศาลจากอุตสาหกรรมที่ส่งเสริมสงคราม ทั้งที่เงินหลายพันล้านแล้วหลายพันล้านยูโรหรือดอลลาร์เหล่านั้น สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาต่างๆ เช่น ความหิวโหยของโลก ที่อยู่อาศัย การว่างงาน และอื่นๆ ได้”


“พ่อเชื่อว่าศาสนจักรมีความรับผิดชอบที่จะส่งเสริมคุณค่าของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความสำคัญของชีวิต และความเป็นไปได้ที่เราควรใช้จ่ายกับสุขภาพและการศึกษาให้มากขึ้น และใช้จ่ายกับอาวุธให้น้อยลง พร้อมกับเชิญชวนผู้นำอย่างผู้นำของรัสเซีย ยูเครน และประเทศอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ให้มาพบกัน นั่งลง พูดคุย และแสวงหาวิธีแก้ไขปัญหาโดยไม่ดำเนินสงครามเหล่านี้ต่อไป ซึ่งไม่สมเหตุสมผลอีกแล้ว”


5. ไม่ตื่นตระหนกเรื่อง AI แต่เตือนว่าเราไม่ควร “ปิดตา” แล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


เมื่อถูกถามว่า AI อาจกลายเป็นความเสี่ยงร้ายแรงต่อมนุษยชาติหรือไม่ พระสันตะปาปาตอบตรงๆ ว่า พระองค์ไม่ได้อยู่ในภาวะตื่นตระหนก แต่คำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญต้องได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง


“ถ้ามีใครถามพ่อว่า พ่อกำลังอยู่ในภาวะตื่นตระหนกหรือไม่ คำตอบคือไม่ พ่อยังนอนหลับได้ในตอนกลางคืน แต่พ่อคิดว่า ข้อกังวลที่ผู้เชี่ยวชาญและผู้ชำนาญด้าน AI จำนวนมากหยิบยกขึ้นมา ควรถูกพิจารณาอย่างจริงจัง”


“เรา (วาติกัน) กำลังพยายามส่งเสริมการพูดคุย การศึกษา และการค้นคว้าต่อไป เพื่อหาวิธีทำให้แน่ใจว่า AI จะไม่ไปถึงจุดที่มันสามารถทำลายมนุษยชาติ หรือทำให้มนุษย์ถูกนำออกไปจากวงสนทนา พ่อค่อนข้างมองในแง่ดีว่า เราสามารถทำเช่นนั้นได้ … แต่เราต้องทำงานเรื่องนี้ต่อไป เราไม่สามารถนั่งเฉยๆ แล้วแสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรจะเกิดขึ้นได้” พระสันตะปาปาทรงเผย


6. ศาสนจักรในเยอรมนีมีปัญหา แต่โป๊ปเชื่อว่ายังมีคนจำนวนมากต้องการดำเนินชีวิตในความเชื่อ


เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงจำนวนคริสตชนคาทอลิกในเยอรมนีที่ลดลง และถามว่าพระองค์จะเสด็จเยือนเยอรมนีเมื่อใด พระสันตะปาปาตรัสว่า ยังไม่มีกำหนดการ แต่พระองค์หวังว่าจะได้ไปเยือน พร้อมชี้ว่า ในอดีตก็เคยมีคนพูดถึงสถานการณ์ของศาสนจักรในฝรั่งเศสในลักษณะเดียวกัน


“พ่อเชื่อว่า หากเราค้นพบจิตตารมณ์ธรรมทูตที่แท้จริง และพบวิธีที่ถูกต้องในการดำเนินงาน ยังมีผู้คนอีกจำนวนมากจริงๆ ในเยอรมนีที่ต้องการดำเนินชีวิตและร่วมเฉลิมฉลองความเชื่อคริสตชนและความเชื่อคาทอลิกของตน ดังนั้น พ่อจึงมองเรื่องนี้ในแง่ดี แม้ว่าพ่อจะยอมรับว่ามีปัญหา และยอมรับว่ามีสาเหตุต่างๆ ที่กระทบศาสนจักรอย่างรุนแรง”


7. การนำแนวคิด “ขวาจัด” มาผสมกับศาสนา “ไม่ใช่การแสดงออกของคริสตศาสนาที่แท้จริง”


ในคำถามเดียวกัน ผู้สื่อข่าวยังถามถึงการเติบโตของกลุ่มการเมืองขวาจัดในเยอรมนี พระสันตะปาปาตรัสว่า เป็นเรื่องที่น่าศึกษาว่าการเติบโตของกลุ่มเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกับสถานการณ์ทางสังคมอย่างไร พร้อมกล่าวถึงการนำมุมมองขวาจัดบางอย่างมาผสมกับศาสนา


“ทั้งผู้นำของศาสนจักรคาทอลิกและศาสนจักรโปรเตสแตนต์ในเยอรมนีต่างก็ออกมาพูดแล้วว่า นี่ไม่ใช่การแสดงออกของคริสตศาสนาที่แท้จริง เราต้องกลับไปสู่คุณค่าของพระวรสาร ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับความเกลียดชังและความแตกแยก แต่เกี่ยวกับความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจ และการเดินไปกับผู้อื่น”


Source:


- https://www.vaticannews.va/en/pope/news/2026-09/pope-leo-xiv-press-conference-apostolic-journey-france.html 


Comments