โป๊ปย้ำ ยิ่งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก้าวหน้า ความรับผิดชอบก็ต้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงชี้ AI และหุ่นยนต์ทำให้เรามีความหวังถึงอนาคตที่ดีกว่า แต่ก็มีความเสี่ยง เช่น การใช้สอดแนม อาวุธอัตโนมัติที่ขาดการควบคุมที่เพียงพอ และการใช้พลังงานและน้ำมหาศาล
➡️ ทรงย้ำ ยิ่งเรามีพลังเปลี่ยนโลกมากเท่าไร ก็ยิ่งต้องรับผิดชอบมากขึ้น เราต้องแยกให้ออกว่าอะไรดีต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จริงๆ และต้องดูแลคนที่อาจได้รับผลกระทบจากการตัดสินใจของเรามากที่สุด
➡️ ทรงสอน คนยากจนได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาสภาพภูมิอากาศจึงเป็นเรื่องความยุติธรรม ไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม และเราต้องป้องกันไว้ก่อน ไม่ใช่แค่รับมือหลังเกิดภัยแล้ว
➡️ ทรงฝากข้อคิด ปัญหาสภาพภูมิอากาศไม่มีพรมแดน การรับมือจึงต้องร่วมมือกันข้ามพรมแดน ทั้งข้ามสาขาวิชา ข้ามองค์กร และข้ามประเทศ

Photo Credit: Vatican Media
ช่วงสายวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงต้อนรับสมาชิกสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งสันตะสำนักที่มาเข้าเฝ้า โอกาสการประชุมสมัชชาใหญ่ของสถาบัน ภายใต้หัวข้อ “อนาคตของวิทยาศาสตร์ในโลกที่เปลี่ยนแปลง” ทั้งนี้ พระสันตะปาปาทรงกล่าวกับพวกเขาโดยเน้นเรื่องความรับผิดชอบที่ต้องมาพร้อมกับความก้าวหน้า และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งใจความสำคัญ Pope Report เรียบเรียงมาให้ดังนี้
1. ยิ่งมีพลังเปลี่ยนโลกมาก ก็ยิ่งต้องรับผิดชอบมาก
พระสันตะปาปาทรงเริ่มต้นด้วยการชี้ว่า หัวข้อการประชุมครั้งนี้ทันต่อเหตุการณ์โลกจริงๆ เพราะระบบดิจิทัล AI และหุ่นยนต์กำลังเปลี่ยนแปลงโลกของเราอย่างรวดเร็วและลึกซึ้ง แม้ผลกระทบทั้งหมดจะยังไม่แน่นอน แต่เครื่องมือเหล่านี้ก็ทำให้มีเหตุผลที่จะหวังถึงอนาคตที่สดใสกว่า
“สิ่งเหล่านี้ให้ความหวังมาก เราจึงต้องมองเห็นความเสี่ยงที่มาพร้อมกันด้วย … ทั้งโอกาสและความเสี่ยงเหล่านี้เตือนเราว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีไม่เคยเป็นแค่เรื่องทางเทคนิค”
“ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นในระดับเดียวกัน ยิ่งเรามีพลังเปลี่ยนแปลงโลกมากเท่าไร เราก็ยิ่งต้องมีความสามารถมากขึ้นในการแยกให้ออกว่าอะไรดีต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่พระเจ้าประทานให้จริงๆ ในการบริหารจัดการอย่างรอบคอบ และในการดูแลคนที่อาจได้รับผลกระทบจากการตัดสินใจของเรามากที่สุด” พระสันตะปาปาทรงย้ำ
2. ปัญหาสภาพภูมิอากาศ ไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่คือความยุติธรรม
จากนั้น พระสันตะปาปาทรงชี้ว่า ความรับผิดชอบที่ว่ามานี้ เป็นเรื่องเร่งด่วนเป็นพิเศษเมื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งคลื่นความร้อน ภัยแล้ง น้ำท่วม พายุ ไฟป่า และภัยธรรมชาติอื่นๆ เกิดบ่อยและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
พระสันตะปาปาตรัสว่า “ผลกระทบเหล่านี้ตกหนักที่สุดกับคนยากจน กับชุมชนที่มีทรัพยากรน้อยที่สุดในการปรับตัว และกับคนที่เลี้ยงชีพโดยพึ่งพาผืนดิน ป่าไม้ และมหาสมุทรโดยตรง ปัญหาสภาพภูมิอากาศจึงไม่ใช่แค่ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม แต่โดยพื้นฐานแล้วคือเรื่องความยุติธรรม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันระหว่างชนชาติต่างๆ และระหว่างคนรุ่นต่างๆ”
“เราจะรับมือกับปัญหาเหล่านี้หลังภัยพิบัติเกิดขึ้นแล้วอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องเปลี่ยนจากการรับมือเหตุฉุกเฉินไปสู่การป้องกัน จากความเปราะบางไปสู่ความพร้อม และจากมาตรการระยะสั้นไปสู่วิสัยทัศน์ที่รอบคอบและมองการณ์ไกลเพื่อมนุษยชาติ”
3. ปัญหาไม่มีพรมแดน การรับมือก็ต้องข้ามพรมแดน
พระสันตะปาปาชาวอเมริกันยังชี้ว่า การรับมือกับผลกระทบของสภาพภูมิอากาศต้องอาศัยความร่วมมือของนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร นักเศรษฐศาสตร์ แพทย์ และนักสังคมศาสตร์ ร่วมกับชุมชนท้องถิ่นและผู้กำหนดนโยบาย พร้อมทรงยินดีกับการประชุมสุดยอดด้านนี้ที่สถาบันร่วมจัดกับภาคีต่างๆ ตลอดสองปีที่ผ่านมา
“ความท้าทายของสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงข้ามทุกพรมแดน ทั้งระหว่างสาขาวิชา สถาบัน และประเทศ การรับมือของเราจึงต้องข้ามพรมแดนเหล่านั้นด้วย การประชุมเช่นนี้สร้างพื้นที่ให้แบ่งปันความรู้ข้ามพรมแดน ให้เรียนรู้และนำประสบการณ์ที่ประสบความสำเร็จไปปรับใช้ และให้ความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์กลายเป็นการลงมือทำจริง พ่อขอสนับสนุนให้ทุกท่านเดินหน้าบนเส้นทางนี้ต่อไป” พระสันตะปาปาทรงย้ำ
4. วิทยาศาสตร์ที่ “มีเป้าหมายสูงแต่ถ่อมตน” เพื่อรับใช้สันติภาพ
ช่วงท้าย พระสันตะปาปาทรงหวังอย่างยิ่งว่า การไตร่ตรองตลอดการประชุมครั้งนี้จะเป็นแนวทางอันมีค่าสำหรับอนาคตของวิทยาศาสตร์ พร้อมตรัสว่า การมีเยาวชนอยู่ท่ามกลางเราทำให้นึกถึงอนาคต
“พ่อภาวนาขอให้ท่านส่งเสริมวัฒนธรรมทางวิทยาศาสตร์ที่มีเป้าหมายสูงแต่ถ่อมตน รัดกุมแต่เปิดรับการพูดคุย สร้างสรรค์สิ่งใหม่แต่มีความรับผิดชอบ ร่วมมือกันทั่วโลกแต่ไม่ทิ้งคนที่เสี่ยงที่สุดและขัดสนที่สุด”
“ด้วยวิธีนี้ ความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นสมบัติสาธารณะที่รับใช้สันติภาพ จะยังคงมุ่งปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่พระเจ้าประทานให้ ส่งเสริมประโยชน์ส่วนรวม และดูแลสิ่งสร้างต่อไปได้” พระสันตะปาปาตรัสปิดท้าย
Source:
Comments
Post a Comment