โป๊ปสอน มีเพียงการให้อภัยเท่านั้นที่ทำให้เราเป็นอิสระ และหยุดความเกลียดชังได้

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอน การให้อภัยคือพื้นฐานสำคัญของชีวิตคริสตชน พระเยซูไม่ได้บอกให้เรานับว่าให้อภัยไปแล้วกี่ครั้ง แต่ต้องให้อภัยโดยไม่มีขีดจำกัด


➡️ ทรงเตือน ถ้าไม่มีการให้อภัย ความขัดแย้ง การกล่าวโทษ ความคับแค้นใจ และความคิดอยากแก้แค้นจะค่อยๆ ทำลายความสัมพันธ์ ทำให้ครอบครัวแตกแยก และสุดท้ายอาจนำไปสู่สงคราม


➡️ ทรงย้ำ มีเพียงการให้อภัยเท่านั้นที่ทำให้เราเป็นอิสระ พร้อมยกตัวอย่างนักบุญเปโตรที่เคยปฏิเสธและทอดทิ้งพระเยซู แต่พระเยซูกลับให้อภัยและเรียกเขาให้กลับมาติดตามพระองค์อีกครั้ง


➡️ ทรงร่วมรำลึก 25 ปีเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน พร้อมขอให้ทุกคนภาวนาเพื่อสันติภาพ ท่ามกลางความขัดแย้งและความรุนแรงที่ยังเกิดขึ้นในโลก

Photo Credit: Vatican Media


ช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงออกมานำคริสตชนสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน พระวรสารวันนี้เป็นตอนที่เปโตรถามพระเยซูว่า “ถ้าพี่น้องของเราทำผิด เราต้องให้อภัยเขากี่ครั้ง” และพระเยซูตอบว่า “เราไม่ได้บอกให้ท่านยกโทษเจ็ดครั้ง แต่ต้องยกโทษเจ็ดคูณเจ็ดสิบครั้ง” ทั้งนี้ Pope Report เรียบเรียงใจความสำคัญที่พระสันตะปาปาทรงเทศน์สอน มาให้ดังนี้


1. พระเยซูไม่ได้บอกให้เรานับว่าให้อภัยไปแล้วกี่ครั้ง


พระสันตะปาปาทรงเริ่มต้นด้วยการย้ำว่า การให้อภัยคือพื้นฐานสำคัญของชีวิตคริสตชน และพระเยซูเองทรงเป็นแบบอย่างเรื่องนี้ แม้กระทั่งตอนอยู่บนไม้กางเขน


“พระเยซูสอนและทำให้เราเห็นถึงการให้อภัย แม้กระทั่งบนไม้กางเขน เมื่อพระองค์ภาวนาต่อพระบิดาเพื่อคนที่กำลังเบียดเบียนพระองค์ว่า ‘โปรดยกโทษพวกเขา เพราะเขาไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร’”


จากนั้น พระสันตะปาปาทรงพูดถึงคำถามของเปโตรที่ถามพระเยซูว่า ถ้าพี่น้องทำผิดต่อเรา ต้องให้อภัยถึงเจ็ดครั้งหรือไม่


“คำพูดของเปโตรแสดงถึงหัวใจที่กว้าง เพราะเลขเจ็ดในพระคัมภีร์หมายถึงความครบถ้วน ดังนั้น ‘ให้อภัยเจ็ดครั้ง’ จึงหมายถึงการให้อภัยอย่างมากมาย แต่คำตอบของพระเยซูก้าวไปไกลกว่านั้น พระองค์ตรัสว่า ‘เราไม่ได้บอกท่านว่าเจ็ดครั้ง แต่เจ็ดสิบคูณเจ็ดครั้ง’ พูดอีกอย่างคือ ให้อภัยโดยไม่มีขีดจำกัดและไม่ต้องคอยนับจำนวนครั้ง”


พระสันตะปาปายังเล่าต่อถึงอุปมาเรื่องคนรับใช้ที่ได้รับการยกหนี้จำนวนมหาศาลจากเจ้านาย แต่กลับไม่ยอมยกหนี้ให้เพื่อนคนรับใช้ของตัวเอง


“แม้หนี้ของเขาจะได้รับการยกให้ด้วยความเมตตาล้วนๆ แต่เขากลับไม่ยอมแสดงความเมตตาแบบเดียวกันกับเพื่อนคนรับใช้ และเพราะเหตุนี้ เขาจึงถูกตำหนิและได้รับการลงโทษอย่างหนัก” พระสันตะปาปาทรงสอน


2. ถ้าไม่มีการให้อภัย ความแค้นจะทำลายความสัมพันธ์และครอบครัว


พระสันตะปาปาชี้ว่า ชีวิตของเราเองเริ่มต้นจากการได้รับ ทุกสิ่งที่เรามีล้วนเป็นสิ่งที่พระเจ้ามอบให้ด้วยความรัก ดังนั้น การให้อภัยจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่น


“พระเยซูเตือนเราว่า ‘ของขวัญ’ และ ‘การให้อภัย’ คือรากฐานของชีวิตเรา ทุกสิ่งที่เรามี พระเจ้ามอบให้เราด้วยความรัก และไม่มีใครในพวกเราสามารถพูดได้ว่า เราตอบสนองความดีของพระองค์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ”


“การให้อภัยเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะถ้าไม่มีการให้อภัย เราก็ไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างสันติได้ ไม่ช้าก็เร็ว ความขัดแย้ง การกล่าวโทษ ความคับแค้นใจ และการแก้แค้นจะเกิดขึ้นในหัวใจของเราและระหว่างผู้คน สิ่งเหล่านี้ทำลายความสัมพันธ์ ทำให้ครอบครัวแตกแยก และนำไปสู่สงคราม”


3. มีเพียงการให้อภัยเท่านั้นที่ทำให้เราเป็นอิสระ


จากนั้น พระสันตะปาปาทรงยกนักบุญเปโตรเป็นตัวอย่าง หลังจากเปโตรปฏิเสธและทอดทิ้งพระเยซูในช่วงที่พระองค์ถูกนำไปตรึงกางเขน แต่เมื่อกลับมาพบพระเยซูผู้กลับคืนชีพที่ริมทะเลสาบ พระองค์ไม่ได้รื้อฟื้นความผิดนั้นขึ้นมาอีก


“มีเพียงการให้อภัยเท่านั้นที่ทำให้เราเป็นอิสระ และนำแสงสว่างกลับมา แม้ในเวลาที่ความยากลำบากของมนุษย์ทำให้ทุกอย่างมืดมนและทำให้เราไม่รู้ว่าจะเดินต่อไปทางไหน การให้อภัยเป็นเหมือนสายลมอ่อนๆ ที่พัดแม้แต่เมฆหนาทึบที่สุดออกไป จนแสงอาทิตย์กลับมาส่องอีกครั้ง”


“หลังจากเปโตรปฏิเสธและทอดทิ้งพระเยซูในช่วงพระมหาทรมาน เขาได้พบกับพระเยซูผู้กลับคืนชีพที่ริมทะเลสาบ และได้ยินพระองค์ถามเพียงคำถามเดียวว่า ‘ซีโมน... ท่านรักเราหรือ’ พร้อมกับคำเชิญว่า ‘จงตามเรามาเถิด’ ซึ่งเป็นคำเชิญเดียวกับที่พระเยซูเคยมอบให้เขาตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความรักที่ให้อภัยและเยียวยานี้เอง คือสิ่งที่ยืนยันพันธกิจของเปโตรอีกครั้ง”


“ดังนั้น ขอให้แม่พระ มารดาแห่งความเมตตา ช่วยเราให้อภัยได้เสมอ แม้ในเวลาที่การก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายก่อนจะเป็นเรื่องยาก และช่วยให้เราส่งต่อแสงสว่างของความรักที่เยียวยา ซึ่งสามารถเอาชนะความเกลียดชังและทำให้ความคับแค้นใจหมดพลังลง” พระสันตะปาปาตรัสในตอนท้าย


4. รำลึก 25 ปีเหตุการณ์ 11 กันยายน


หลังการสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว พระสันตะปาปาทรงกล่าวถึงการครบรอบ 25 ปีเหตุการณ์ก่อการร้าย 11 กันยายนในสหรัฐอเมริกา พร้อมภาวนาให้ผู้เสียชีวิตและทุกคนที่ยังคงแบกรับบาดแผลจากเหตุการณ์ดังกล่าว


“พ่อขอภาวนาอีกครั้งเพื่อผู้ที่เสียชีวิต และเพื่อทุกคนที่ยังคงต้องแบกรับบาดแผลจากวันอันน่าเศร้านั้น ในเวลาที่ความขัดแย้งและความรุนแรงกำลังสร้างความทุกข์ให้กับพี่น้องของเราจำนวนมาก พ่อขอเชิญทุกคนร่วมกันภาวนา ขอพระเจ้าประทานของขวัญแห่งสันติภาพแก่โลก”


“ความทรงจำถึงเหตุการณ์น่าเศร้าที่เกิดขึ้นเมื่อ 25 ปีก่อน เตือนให้เรากลับมาตั้งใจอีกครั้งที่จะทำงานเพื่อสันติภาพ โดยเริ่มต้นจากการภาวนา และฝากคำภาวนานี้ไว้กับการเสนอวิงวอนของแม่พระ” พระสันตะปาปาตรัสปิดท้าย


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/angelus/2026/documents/20260913-angelus.html 


Comments