โป๊ปสอน ถ้ามีปัญหากับใคร อย่าเอาไปบ่นหรือนินทา แต่ให้คุยกันตรงๆ

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอน ถ้ามีปัญหาหรือขัดแย้งกับใคร อย่าบ่น พูดใส่ร้าย หรือนินทากับคนอื่น เพราะมันไม่ได้แก้ปัญหา ตรงกันข้าม สถานการณ์จะหยุดนิ่งหรือเลวร้ายลงด้วยซ้ำ สิ่งที่ถูกคือเราควรเริ่มจากคุยกันตรงๆ สองต่อสอง และพยายามเปลี่ยนความขัดแย้งให้เป็นโอกาสที่จะเติบโตไปด้วยกัน


➡️ ทรงย้ำ เราทุกคนมี “หนี้” ต่อกันหนึ่งอย่าง คือหนี้แห่งความรัก ความเอาใจใส่ การดูแล และความดีที่เราเคยได้รับจากคนอื่น ควรทำให้เรารู้จักส่งต่อสิ่งเหล่านี้ให้คนอื่นด้วย


➡️ ทรงชี้ การรักกันแบบพี่น้องยังหมายถึงการรู้จัก “ร่วมใจกัน” แม้กระทั่งเวลาภาวนา เราสามารถมีความปรารถนา ความทุกข์ และความหวังร่วมกัน พร้อมเรียนรู้ที่จะพบกัน ให้อภัยกัน และรับฟังกัน


➡️ ทรงเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงในยูเครน พร้อมขอให้เปิดใจกับการพูดคุยและสันติภาพ และหวังว่าความพยายามกลับมาเจรจาจะเกิดผลจริงและเปิดทางให้การทูต

Photo Credit: Vatican Media


ช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงออกมานำคริสตชนสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว ณ ลานนักบุญเปโตร วาติกัน โดยวันนี้ พระสันตะปาปาทรงแบ่งปันข้อคิดจากจดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวโรมและพระวรสารจากนักบุญแม็ทธิว เรื่องการรักเพื่อนมนุษย์และการใช้ชีวิตร่วมกันในชุมชนคริสตชน ซึ่งใจความสำคัญ Pope Report เรียบเรียงมาให้ดังนี้


1. เราทุกคนมีหนี้ต่อกันอยู่หนึ่งอย่าง คือ “หนี้แห่งความรัก”

พระสันตะปาปาทรงเริ่มต้นจากคำสอนของนักบุญเปาโลที่สรุปบทบัญญัติทั้งหมดไว้ว่า “จงรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง” พร้อมย้ำว่า มีหนี้อยู่หนึ่งอย่างที่เราทุกคนมีต่อกัน และหนี้นี้ไม่ได้ทำให้เราตกเป็นทาส นั่นคือความรัก


พระสันตะปาปาตรัสว่า “อย่าเป็นหนี้อะไรใคร นอกจากเป็นหนี้ความรักต่อกัน … มีหนี้อย่างหนึ่งที่เรามีต่อกันและไม่ได้ทำให้เรากลายเป็นทาส นั่นคือหนี้แห่งความรักที่เรามีต่อกัน ความเอาใจใส่ การดูแล และความดีทั้งหมดที่เราได้รับ ทำให้เราเป็นอิสระมากขึ้นและรู้จักรับผิดชอบมากขึ้น”

2. ถ้ามีปัญหากับใคร อย่าเอาไปบ่นหรือนินทา แต่ให้คุยกันตรงๆ


จากนั้น พระสันตะปาปาทรงชี้ว่า วิธีแรกที่พระเยซูสอนให้คริสตชนรักกัน คือการรู้จักตักเตือนกันด้วยความรัก หากมีปัญหากับใครให้เริ่มจากพูดกันตรงๆ สองต่อสองก่อน หากยังแก้ไม่ได้จึงค่อยมีคนอื่นเข้ามาช่วย และหากจำเป็นจริงๆ จึงนำเรื่องไปปรึกษาหมู่คณะ


“การพูดกันอย่างตรงไปตรงมา เริ่มจากพูดกันสองต่อสองก่อน จากนั้นถ้าจำเป็นจึงพาอีกสองหรือสามคนมาด้วย และสุดท้ายหากจำเป็นจึงนำเรื่องไปบอกกับชุมชนทั้งหมด หมายถึงการกล้าเผชิญหน้ากับความจริง และเปลี่ยนปัญหากับความขัดแย้งให้กลายเป็นโอกาสที่จะเติบโต”

“การบ่นและการพูดไม่ดีถึงคนอื่นทำได้ง่ายกว่า แต่ไม่ได้ช่วยแก้ไขอะไร และทำให้หลายสถานการณ์หยุดอยู่แบบเดิม พระวรสารกลับสอนเราถึงอิสรภาพที่เกิดจากความรัก” พระสันตะปาปาทรงสอน

3. การรักกันแบบพี่น้องคือการเรียนรู้ที่จะ “ร่วมใจกัน”

อีกวิธีหนึ่งที่พระเยซูทรงสอนคือการรู้จักร่วมใจกัน ไม่ใช่เฉพาะเวลาที่เกิดความขัดแย้ง แต่รวมถึงเวลาที่เราภาวนาและขอบางสิ่งจากพระเจ้าด้วย


พระสันตะปาปาทรงยกคำของพระเยซูว่า “ถ้าท่านสองคนในโลกนี้ร่วมใจอ้อนวอนขอสิ่งหนึ่งสิ่งใด พระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์ก็จะประทานให้” (แม็ทธิว 18:19)

“เราสามารถมีความปรารถนาร่วมกัน มีความทุกข์ร่วมกัน และมีความหวังร่วมกัน และผ่านการภาวนา เราสามารถเติบโตเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น … ด้วยพระหรรษทาน เราเป็นพี่น้องกัน สามารถพบกัน ให้อภัยกัน และรับฟังกันในพระเจ้า” พระสันตะปาปาทรงสอน


4. ขอให้ยุติความรุนแรงในยูเครน และเปิดทางให้การเจรจา

หลังการสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว พระสันตะปาปาทรงกล่าวถึงการโจมตีรุนแรงล่าสุดในหลายเมืองและโครงสร้างพื้นฐานในยูเครน ซึ่งทำให้ผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต พร้อมแสดงความห่วงใยต่อประชาชนที่ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความทุกข์และความหวาดกลัวมานานหลายปี


“พ่อขอย้ำคำเรียกร้องอีกครั้งให้ยุติความรุนแรง หยุดการทำลาย และเปิดหัวใจให้กับการพูดคุยและสันติภาพ พ่อหวังว่า ความพยายามที่กำลังดำเนินอยู่ในช่วงหลายวันนี้ เพื่อกลับมาเริ่มต้นการเจรจากันอีกครั้ง จะเกิดผลที่เป็นรูปธรรม และเปิดพื้นที่ให้การทูตสามารถทำงานได้” พระสันตะปาปาตรัสในตอนท้าย


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/angelus/2026/documents/20260906-angelus.html 


Comments