โป๊ปสอนผู้เตรียมบวชเป็นสงฆ์คาทอลิก หัวใจของการเตรียมบวชไม่ใช่แค่การเรียน แต่คือการเรียนรู้ที่จะอยู่กับพระเยซู

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอน หัวใจของการเตรียมบวชเป็นสงฆ์คาทอลิกคือ “การเรียนรู้ที่จะอยู่กับพระเยซู” การอบรมทุกขั้นตอนในสามเณราลัยมีความสำคัญ แต่ทั้งหมดจะมีความหมายก็ต่อเมื่อมีรากฐานอยู่บนความสัมพันธ์กับพระเจ้า


➡️ ทรงย้ำ กระแสเรียกไม่ใช่การแข่งขัน ไม่มีการจัดอันดับ และพระเจ้าไม่ได้เลือกเฉพาะคนที่เก่งที่สุด ไม่มีใครมาอยู่บนเส้นทางนี้เพราะตัวเองสมควรได้รับ แต่เพราะพระเจ้าทรงเรียกและเลือกด้วยความรัก


➡️ ทรงชี้ ในโลกที่ทุกอย่างเร่งรีบ ช่วงเวลาแห่งการอบรมเตรียมบวชเป็นสงฆ์คาทอลิกยิ่งมีความสำคัญ เพราะคนเราต้องมีเวลาอยู่กับพระเจ้า ไตร่ตรอง และยอมให้ตัวเองได้รับการอบรมโดยไม่หาทางลัด “การอบรมไม่ใช่การเลื่อนพันธกิจออกไป แต่เป็นสิ่งที่เตรียมเราให้พร้อมสำหรับพันธกิจ”


➡️ ทรงเตือน การอยู่กับพระเยซูไม่ได้หมายถึงการหลบอยู่บนภูเขาอย่างปลอดภัย เพราะสุดท้ายคนที่จะเป็นสงฆ์คาทอลิกต้อง “ลงจากภูเขา” ไปหาครอบครัวที่กำลังดิ้นรน เยาวชนที่ต้องออกจากบ้านไปหางาน ผู้สูงอายุที่อยู่ลำพัง คนที่ถูกสังคมมองข้าม และคนที่สูญเสียความหมายของชีวิต

Photo Credit: Vatican Media


ช่วงสายวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงต้อนรับบิช็อป สงฆ์คาทอลิก ผู้เตรียมบวชเป็นสงฆ์คาทอลิก และครอบครัว จากสถาบันอบรมเตรียมบวชเป็นสงฆ์คาทอลิก 2 แห่งในอิตาลี ได้แก่ เมืองมอลเฟตต้าและอาแวร์ซ่า ที่มาเข้าเฝ้าในวาติกัน


โอกาสนี้ พระสันตะปาปาทรงให้ข้อคิดพวกเขาเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับพระเยซู พร้อมอธิบายว่า การเตรียมตัวเป็นสงฆ์คาทอลิกไม่ใช่แค่เรื่องการเรียนหรือระเบียบวินัย แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะอยู่กับพระเยซู ใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น และสุดท้ายออกไปรับใช้ผู้คน ซึ่งใจความสำคัญ Pope Report เรียบเรียงมาให้ดังนี้


1. หัวใจของการเตรียมบวชเป็นสงฆ์คาทอลิกคือการเรียนรู้ที่จะอยู่กับพระเยซู


พระสันตะปาปาทรงยกพระวรสารจากนักบุญมาร์โก ตอนที่พระเยซูเสด็จขึ้นภูเขาและเรียกอัครสาวก 12 คน “เพื่อให้อยู่กับพระองค์ และเพื่อส่งพวกเขาออกไปประกาศ” พร้อมชี้ว่า ประโยคสั้นๆ นี้อธิบายหัวใจของการอบรมเตรียมบวชเป็นสงฆ์คาทอลิกได้ทั้งหมด


“มีภูเขาที่ต้องขึ้นไป ที่นั่นเราจะไปถึงพระคริสต์ และเหนือสิ่งอื่นใดคือได้อยู่กับพระองค์ หัวใจของการอบรมเตรียมบวชเป็นสงฆ์คาทอลิกอยู่ตรงนี้ คือการเรียนรู้ที่จะอยู่กับพระเยซู ผู้เป็นอาจารย์”


พระสันตะปาปาทรงย้ำว่า “การเรียน ระเบียบวินัย และแต่ละช่วงของการเดินทาง ล้วนเป็นสิ่งสำคัญ แต่ทั้งหมดจะมีความหมายก็ต่อเมื่อมีรากฐานอยู่บนความสัมพันธ์กับพระเจ้า”


2. กระแสเรียกไม่ใช่การแข่งขัน และพระเจ้าไม่ได้เลือกเฉพาะคนที่เก่งที่สุด


พระสันตะปาปาทรงชี้ว่า พระวรสารบอกเพียงว่า พระเยซู “ทรงเรียกผู้ที่พระองค์ทรงต้องการ” ไม่มีการสอบ ไม่มีการจัดอันดับ และไม่ได้บอกว่าพระองค์เลือกเฉพาะคนที่ดีที่สุด


พระสันตะปาปาตรัสว่า “ไม่มีการสอบแข่งขัน ไม่มีการจัดอันดับ และไม่ได้เขียนไว้ว่า พระองค์เลือกคนที่ดีที่สุด พระองค์เลือกคนที่พระองค์ต้องการ ในโลกที่ให้ความสำคัญอย่างมากกับการสร้างความสำเร็จให้ตัวเอง เราต้องย้ำว่า ไม่มีใครในพวกท่าน และไม่มีใครในพวกเรา อยู่ที่นี่เพราะตัวเองสมควรได้รับ แต่เพราะพระเจ้าพระบิดาทรงเลือกเราด้วยความรักที่ประทานให้โดยไม่มีเงื่อนไข”


“การที่พวกเขาอยู่บนเส้นทางนี้คือเครื่องหมายแห่งความหวังสำหรับศาสนจักร เพราะเป็นเครื่องยืนยันว่า พระเจ้ายังคงเรียกคนในทุกยุคทุกสมัย”


3. โลกยิ่งเร่งรีบ ยิ่งต้องมีเวลาอยู่กับพระเจ้าและอย่าหาทางลัด


พระสันตะปาปาทรงยอมรับว่า ในโลกที่ทุกอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยเสียงรบกวน บางคนอาจมองว่าการใช้เวลาหลายปีในการอบรมเตรียมบวชเป็นสงฆ์คาทอลิกเป็นเรื่องล้าสมัยหรือเสียเวลา แต่พระองค์ทรงยืนยันว่า ความจริงกลับตรงกันข้าม


“เพราะยุคของเรารวดเร็วและเต็มไปด้วยเสียงรบกวน เราจึงยิ่งต้องการสถานที่และช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต ที่จะได้เรียนรู้ที่จะหยุด ไตร่ตรอง และยอมให้ตัวเองได้รับการอบรมโดยไม่หาทางลัด การอบรมไม่ใช่การเลื่อนพันธกิจออกไป แต่เป็นสิ่งที่เตรียมเราให้พร้อมสำหรับพันธกิจ อย่ามองข้ามความสำคัญของมัน”


“เส้นทางนี้ไม่สามารถเดินคนเดียวได้ เพราะพระเยซูไม่ได้เรียกศิษย์เพียงคนเดียว แต่เรียก 12 คนที่แตกต่างกันมาอยู่ร่วมกัน เพื่อเรียนรู้ว่า ศาสนจักรต้องใช้ชีวิตร่วมกัน ศาสนจักรไม่ใช่สมบัติของใครคนใดคนหนึ่ง” พระสันตะปาปาทรงเน้นย้ำ


4. หลังจากอยู่กับพระเยซูแล้ว ต้อง “ลงจากภูเขา” ไปหาผู้คน


ช่วงท้าย พระสันตะปาปาเตือนว่า ภูเขาไม่ใช่สถานที่หลบภัย พระเยซูไม่ได้พาอัครสาวกขึ้นภูเขาเพื่อให้อยู่ในที่ปลอดภัย แต่เพื่อให้พวกเขาได้สัมผัสพระเจ้า ก่อนถูกส่งกลับลงไปหาผู้คน


“พวกท่านจะถูกเรียกให้ลงจากภูเขา เพื่อถูกส่งไปหาผู้คนในพื้นที่ของพวกท่าน ไปหาครอบครัวที่ต้องดิ้นรนเพื่อประคองชีวิต ไปหาเยาวชนอายุยี่สิบปีที่ต้องเก็บกระเป๋าออกจากบ้านเพื่อหางานทำ ไปหาผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพัง ไปหาคนที่ถูกสังคมมองข้าม และไปหาคนที่สูญเสียความหมายของการมีชีวิตอยู่”


“สงฆ์คาทอลิกถูกส่งไปหาทุกคน เพื่อประกาศให้ทุกคนรู้ถึงความงดงามของความเชื่อในพระเยซูคริสต์ และข่าวดีเรื่องความรอดของเรา”


ก่อนจบ พระสันตะปาปาทรงขอบคุณผู้เตรียมบวชเป็นสงฆ์คาทอลิกสำหรับคำตอบรับกระแสเรียกของพระเจ้าที่พวกเขาต้องกล่าวกับพระเจ้าซ้ำอีกทุกวัน พร้อมขอบคุณครอบครัวที่ช่วยสนับสนุนกระแสเรียก โดยเฉพาะพ่อแม่ที่ภาวนาและรู้ว่า เมื่อถึงเวลาก็ต้องยอมให้ลูกออกไปเดินตามหนทางที่พระเจ้าทรงเรียก


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/it/speeches/2026/september/documents/20260903-seminaristi-molfetta-aversa.html 

Comments