โป๊ปถวายมิสซาที่ปารีส ท่ามกลางคริสตชน 700,000 คน ย้ำ “ในสายตาของพระเจ้า ไม่มีใครถูกมองเป็นตัวเลข”
➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงย้ำ ในสายตาของพระเยซู ไม่มีใครเป็นเพียง “ตัวเลข” แต่ทุกคนคือคนที่พระองค์รู้จัก และไม่มีใครแทนที่ได้
➡️ ทรงเตือน เราอาจมีความสำเร็จและสิ่งของมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ใจอาจยังรู้สึกถึงกาารขาดอะไรบางอย่าง เพราะไม่มีสิ่งใดในโลกเติมเต็มหัวใจมนุษย์ได้อย่างแท้จริง
➡️ ทรงสอน อย่าเก็บความเชื่อในพระเยซูไว้กับตัวเอง แต่ให้ส่งต่อชีวิตและความหวังที่เราได้รับไปยังคนรอบข้าง

Photo Credit: Vatican Media
ช่วงสายวันเสาร์ที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงเป็นประธานในพิธีมิสซาที่ปลัส เดอ ลา กงกอร์ด ท่ามกลางคริสตชนกว่า 700,000 คน ซึ่งมาร่วมพิธีเป็นระยะทางยาวกว่า 3 กิโลเมตรบนมถนนฌ็อง เซลีเซ่ กรุงปารีส ใจความสำคัญของบทเทศน์ประจำมิสซานี้ พระสันตะปาปาชาวอเมริกันทรงกล่าวถึง “ความกระหายหาพระเจ้า” ที่อยู่ลึกในหัวใจมนุษย์ทุกคน โดย Pope Report เรียบเรียงใจความสำคัญมาให้ดังนี้
1. ความกระหายที่อยู่ลึกในใจเรา
พระสันตะปาปาทรงเริ่มต้นจากพระดำรัสของพระเยซูที่ว่า “ผู้ใดกระหาย จงมาหาเราและดื่มเถิด” พร้อมชี้ว่า ในส่วนลึกของหัวใจ มนุษย์ทุกคนต่างมีความปรารถนาหาพระเจ้า
พระสันตะปาปาตรัสว่า “ความปรารถนาหาพระเจ้าอยู่ลึกลงไปในหัวใจของเรา … และพระเยซูคริสต์ โดยการรับสภาพมนุษย์ของพระองค์ เสด็จมาพบมนุษย์ทุกคนท่ามกลางเรื่องราวชีวิตของแต่ละคน และทรงเผยพระองค์ว่าเป็นแหล่งน้ำทรงชีวิตที่สามารถดับความกระหายของเราได้”
“ความกระหายที่อยู่ในหัวใจมนุษย์ทุกคนนั้น ไม่ใช่ความกระหายในสิ่งของฝ่ายวัตถุเป็นหลัก แต่เป็นความกระหายหาความหมาย ความจริง และความสมบูรณ์ของชีวิต พระเยซูทรงตอบสนองต่อความปรารถนาลึกๆ ของเราที่ต้องการความสัมพันธ์และความเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า”
2. เรามีมากขึ้น แต่ใจยังว่างเปล่า
พระสันตะปาปาทรงเตือนว่า ไม่มีสิ่งใดในโลกที่จะทำให้มนุษย์อิ่มอกอิ่มใจได้อย่างแท้จริง แม้ในวันที่เราคิดว่าเราทำสำเร็จแล้ว หรือได้รับสิ่งที่ต้องการแล้วก็ตาม
พระสันตะปาปาตรัสว่า “เมื่อเราคิดว่า งานของเราสำเร็จแล้ว และความพยายามของเราได้รับผลตอบแทนแล้ว แต่ความว่างเปล่าภายในใจก็มักกลับมาเยือนอีกครั้ง และอาจลึกกว่าเดิมด้วยซ้ำ ดังนั้น เพื่อพยายามเติมเต็มความว่างเปล่าในใจ เราอาจออกไปแสวงหาความสุขแบบใหม่ๆ อยากครอบครองสิ่งต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ หรือทำทุกวิถีทางเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเอง เพื่อทำให้ความกระวนกระวายภายในนั้นชาและเงียบลง”
พระสันตะปาปาจึงทรงชวนทุกคนกลับมาถามตัวเองว่า “ความกระหายที่ลึกที่สุดของเราคืออะไร จริงๆ แล้วเรากำลังแสวงหาอะไรในชีวิต … เราพอใจกับทรัพย์สินฝ่ายวัตถุ ความพึงพอใจที่ได้รับทันที หรือรูปเคารพเล็กๆ นับไม่ถ้วนที่สัญญาว่าจะให้ทุกอย่างแก่เรา แต่สุดท้ายกลับปล่อยให้หัวใจของเราว่างเปล่าหรือไม่”
“เราได้รับศีลล้างบาปและได้รับน้ำทรงชีวิตที่พระวรสารกล่าวถึงแล้ว แต่เราได้พบกับพระคริสต์เป็นการส่วนตัวอย่างแท้จริงแล้วหรือยัง … มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่สามารถเติมเต็มความว่างเปล่าภายในตัวเราได้” พระสันตะปาปาทรงสอน
3. ในสายตาของพระเจ้า ไม่มีใครเป็นเพียง “ตัวเลข”
จากนั้น พระสันตะปาปาทรงกล่าวถึงพระเยซูในฐานะผู้เลี้ยงแกะที่ดี ผู้รู้จักมนุษย์แต่ละคนอย่างลึกซึ้ง
“พระเยซูรู้จักเรา รู้จักชื่อเราแต่ละคน พระเยซูรู้จักเราอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความลับ ความตั้งใจ หรือความอ่อนแอของเรา พระองค์รู้ถึงส่วนลึกของหัวใจเราอย่างแท้จริง”
“พระเยซูเผยให้เราเห็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไขของพระเจ้าที่มีต่อเรา ในสายตาของพระองค์ ไม่มีใครในพวกเราเป็นเพียงตัวเลขหรือชื่อหนึ่งในทะเบียน แต่เราแต่ละคนคือบุคคลที่มีเอกลักษณ์และไม่มีใครแทนที่ได้” พระสันตะปาปาทรงย้ำ
4. อย่าเก็บความเชื่อไว้กับตัวเอง แต่จงบอกให้คนอื่นรับรู้
เมื่อกล่าวถึงความรักที่มนุษย์ได้รับจากพระเยซู พระสันตะปาปาทรงชวนคริสตชนในฝรั่งเศสไม่ให้เก็บความเชื่อนี้ไว้เพื่อตัวเอง แต่จงส่งต่อให้คนอื่น
พระสันตะปาปาตรัสว่า “พวกท่านกระหายหาพระเจ้า กระหายชีวิต ความจริง ความเป็นหนึ่งเดียว สันติสุข ความสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียว และความสุข … อย่าเก็บความเชื่อในพระเยซูคริสต์นี้ไว้กับตัวเอง จงปล่อยให้ความเชื่อนี้เอ่อล้นออกไป เพื่อให้ผู้คนที่พวกท่านพบได้รับความสดชื่นและดับความกระหายของพวกเขา”
“พวกท่านได้รับเรียกให้นำความหวังไปยังทุกแห่งที่ความท้อแท้และความแห้งแล้งฝ่ายจิตกำลังครอบงำอยู่ ผู้มีความเชื่อที่ดื่มจากแหล่งน้ำนี้ ก็กลายเป็นแหล่งแห่งชีวิตเช่นกัน ผ่านความสัมพันธ์ที่มีชีวิตกับพระคริสต์ และส่งต่อชีวิตเดียวกันนี้ไปยังผู้อื่น”
ตอนท้าย พระสันตะปาปาทรงกล่าวถึงครอบครัว เยาวชน ผู้เตรียมรับศีลล้างบาป และผู้เพิ่งรับศีลล้างบาป พร้อมตรัสกับเยาวชนว่า “พวกลูกคือศาสนจักรของวันนี้”
นอกจากนี้ พระองค์ยังกล่าวกับผู้ที่กำลังเรียนคำสอนหรือสนใจศึกษาความเชื่อคาทอลิกว่า “ขอให้พวกท่านเป็นพยานต่อผู้คนรอบข้างถึงเส้นทางที่พวกท่านกำลังเดินอยู่ และช่วยกระตุ้นให้พวกเขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองเช่นกัน และขอให้พระพรของพระจิตทำให้พวกท่านเป็นพยานที่มีชีวิต พร้อมที่จะเผยแพร่อารยธรรมแห่งความรักไปยังผู้คนรอบตัวด้วย”
Source: Vatican
- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/homilies/2026/documents/20260926-francia-messa-parigi.html
Comments
Post a Comment