โป๊ปสอน การภาวนาและการช่วยคนยากจนแยกจากกันไม่ได้
➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงย้ำ นักบุญวินเซนต์ เดอ ปอล สอนให้เห็นว่า การภาวนาและการทำงานเพื่อความยุติธรรมในสังคมไม่ได้เป็นเพียงสองสิ่งที่ช่วยส่งเสริมกัน แต่เป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้
➡️ ทรงสอน การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความรัก ไม่ได้ช่วยเฉพาะคนที่กำลังเดือดร้อน แต่ยังเปิดหัวใจของ “ผู้ให้” ได้รับพระหรรษทานของพระเจ้าด้วย
➡️ ทรงขอให้ผู้ทำงานรับใช้คนยากจน มอบพระพรและความสามารถที่พระเจ้ามอบให้เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น เพราะการรับใช้ด้วยความรักจะทำให้เรามองเห็นพระคริสต์ทั้งในคนที่เราช่วยเหลือและคนที่เราทำงานร่วมกัน
![]() |
| Photo Credit: Vatican Media |
ช่วงสายวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงพบกับคณะผู้แทนสมาคมนักบุญวินเซนต์ เดอ ปอล แห่งสหรัฐอเมริกา ที่มาเข้าเฝ้าในวาติกัน สมาคมแห่งนี้ก่อตั้งใน ค.ศ. 1833 และทำงานรับใช้คนยากจนตามแนวทางของนักบุญวินเซนต์ เดอ ปอล โอกาสนี้ พระสันตะปาปาทรงขอบคุณสมาชิกที่นำพระพรและความสามารถของตัวเองมารับใช้ผู้อื่น พร้อมย้ำว่า การรับใช้คนยากจนต้องเดินไปพร้อมกับชีวิตภาวนาและความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับพระเยซู ซึ่งใจความสำคัญ Pope Report เรียบเรียงมาให้ดังนี้
1. การภาวนาและการช่วยคนยากจนแยกจากกันไม่ได้
พระสันตะปาปาทรงเริ่มด้วยการขอให้สมาชิกสมาคมทำให้ความสัมพันธ์กับพระเยซูลึกซึ้งขึ้น เพราะการรับใช้ผู้อื่นของคริสตชนไม่ควรแยกออกจากชีวิตภาวนา พร้อมยกนักบุญวินเซนต์ เดอ ปอล เป็นตัวอย่างของคนที่ใช้ทั้งการภาวนาและการลงมือช่วยเหลือสังคมควบคู่กันไป
“พ่อขอให้พวกท่านทำให้ความสัมพันธ์กับพระเยซูลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อให้พระหรรษทานของพระองค์ยังคงนำทางและเสริมกำลังการรับใช้ของพวกท่านต่อไป นักบุญวินเซนต์ เดอ ปอล แสดงให้เราเห็นว่า การภาวนาและความยุติธรรมในสังคมไม่ได้เป็นเพียงสองสิ่งที่ช่วยส่งเสริมกัน แต่แท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้” พระสันตะปาปาทรงสอน
2. การช่วยคนอื่นด้วยความรัก เปลี่ยนหัวใจของคนให้ด้วย
จากนั้น พระสันตะปาปาทรงยกคำสอนของนักบุญออกัสตินเกี่ยวกับการดูแลคนยากจน พร้อมชี้ว่า การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความรักไม่ได้เกิดประโยชน์เฉพาะกับคนที่ได้รับความช่วยเหลือ แต่คนที่เป็นฝ่ายให้ก็ได้รับพระหรรษทานจากพระเจ้าและถูกเปลี่ยนแปลงจากภายในด้วย
พระสันตะปาปาตรัสว่า “นักบุญออกัสตินสอนว่า การดูแลคนยากจนต้องมีพระคริสต์เป็นศูนย์กลาง และพระเจ้าจะไม่ยอมให้ใครมีใจกว้างมากกว่าพระองค์ โดยเฉพาะกับคนที่รับใช้คนยากจน ดังนั้น เราจึงเชื่อว่า การดูแลผู้อื่นเมื่อเกิดจากความรัก ไม่เพียงช่วยคนที่กำลังเดือดร้อน แต่ยังเปิดหัวใจของผู้ให้ให้พร้อมรับพระหรรษทานของพระเจ้าด้วย”
3. จงมองเห็นพระเยซูคริสต์ในคนที่เรารับใช้
พระสันตะปาปาทรงขอให้สมาชิกสมาคมนำพระพรและความสามารถที่พระเจ้ามอบให้มาใช้รับใช้ผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เพราะการรับใช้เช่นนี้ไม่ใช่เพียงการทำความดี แต่เป็นการเป็นพยานถึงความเชื่อผ่านการกระทำ และยังช่วยให้เรามองเห็นพระคริสต์ในคนที่อยู่ตรงหน้าได้ชัดขึ้น
“การที่พวกท่านมอบพระพรและความสามารถที่พระเจ้าประทานให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เป็นการเป็นพยานถึงความเชื่อของพวกท่านอย่างชัดเจน ผ่านการรับใช้เพื่อช่วยกันสร้างอาณาจักรของพระเจ้า”
“พ่อขอให้พวกท่านมอบตัวเองเพื่อผู้อื่นอยู่เสมอ ด้วยวิธีนี้ พระหรรษทานของพระเจ้าจะค่อยๆ ชำระหัวใจและความคิดของพวกท่าน และพวกท่านจะมองเห็นพระคริสต์ในเพื่อนมนุษย์ได้ง่ายขึ้น ทั้งในคนที่พวกท่านรับใช้และในคนที่พวกท่านทำงานร่วมกัน” พระสันตะปาปาตรัสในช่วงท้าย
Source:
- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/speeches/2026/august/documents/20260828-svdpusa.html

Comments
Post a Comment