โป๊ปสอน อย่าตอบโต้ความอยุติธรรมด้วยความเกลียดชัง เพราะมีเพียงความรักเท่านั้นที่เป็นหนทางของชีวิต

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอน อย่าตอบโต้ความอยุติธรรมด้วยความเกลียดชัง อย่ายอมให้ความเกลียดชังและความรุนแรงทำลายความเป็นมนุษย์ของเรา เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่เคยนำสิ่งดีมาให้เราเลย


➡️ ทรงชี้ โลกอาจมองบทสอน “การยื่นแก้มอีกข้าง” เป็นเรื่องของคนแพ้ มอง “การให้ ทั้งที่ถูกปฏิเสธ” ว่าเป็นความไร้เดียงสา และมองการให้อภัยว่าเป็นความอ่อนแอ แต่พระเยซูยืนยันว่า “มีเพียงหนทางแห่งความรักเท่านั้นที่เป็นหนทางแห่งชีวิต”


➡️ ทรงขอให้คริสตชน “รักต่อไป ให้ต่อไป และให้อภัยต่อไป” ไม่ว่าบาดแผลหรือความเจ็บปวดจะหนักเพียงใด อย่ายอมให้ความชั่วเปลี่ยนเราและทำให้หัวใจของเราเต็มไปด้วยความเกลียดชัง


➡️ ทรงย้ำ เมื่อชีวิตต้องเจอกับ “กระแสลมที่พัดต้านเรา” จงมีความเชื่อและภาวนา เหมือนบรรดาศิษย์กลางพายุที่พระเยซูนำพวกเขาให้ปลอดภัยไปถึงจุดหมาย

Photo Credit: Zofia Czubak/EWTN News


ช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงเป็นประธานในมิสซาวันฉลองแม่พระแห่งทะเลสาบ (Madonna del Lago) ณ วัดแม่พระแห่งทะเลสาบ คาสเตล กันดอลโฟ ประเทศอิตาลี และร่วมแห่รูปแม่พระทางเรือบนทะเลสาบอัลบาโน่ ตามธรรมเนียมของคริสตชนในพื้นที่ด้วย


ในส่วนของบทเทศน์ พระสันตะปาปาทรงแบ่งปันข้อคิดจากหนังสือของประกาศกเยเรมีย์และพระวรสารจากนักบุญแม็ทธิว พร้อมสอนถึงความรักที่ยอมมอบตัวเอง ให้อภัย และการไม่ยอมให้ความชั่วเปลี่ยนเราให้เป็นคนที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ซึ่ง Pope Report เรียบเรียงใจความสำคัญของบทสอนมาให้ดังนี้


1. มีเพียงความรักเท่านั้นที่เป็นหนทางของชีวิต


พระสันตะปาปาเริ่มต้นบทเทศน์จากหนังสือของประกาศกเยเรมีย์ ซึ่งรู้ว่าการตอบรับเสียงเรียกของพระเจ้าจะทำให้เขาต้องเจอกับความทุกข์หลายอย่าง


พระสันตะปาปาตรัสว่า “เยเรมีย์รู้สึกถึงแรงผลักภายที่อยู่ข้างในใจ ซึ่งไม่อาจหยุดยั้งเขาให้นำสารของพระเจ้าไปบอกทุกคน แม้จะรู้ว่า มันหมายถึงการต้องพูดและทำสิ่งที่หลายคนไม่ชอบ ต้องพบกับความทุกข์และการไม่เข้าใจ จนถึงขั้นกลายเป็นคนที่ถูกเยาะเย้ยทุกวัน แต่ความรักผลักดันให้เขาลงมือทำเพื่อประโยชน์ของประชากร โดยไม่ประนีประนอม และเดินไปจนถึงที่สุด”


“นี่คือสิ่งที่พระเยซูทรงสอนเราในพระวรสารเช่นกัน … พระเยซูบอกบรรดาศิษย์ว่าพระองค์ต้องไปที่กรุงเยรูซาเล็ม เพื่อรับทรมาน ถูกประหารชีวิต และจะกลับคืนชีพในวันที่สาม คนที่ต้องการสานต่อพันธกิจของพระองค์ก็ต้องทำเช่นเดียวกัน ถ้าผู้ใดอยากติดตามเรา ก็จงสละตนเอง แบกไม้กางเขนของตน และตามเรามา”


“พระเยซูทรงเปิดเผยว่า มีเพียงความรักเท่านั้นที่ช่วยให้รอด … ความรักที่ทำให้เรามอบตัวเองอย่างถ่อมตนต่อพระเจ้าและต่อพี่น้อง พระเยซูยืนยันชัดเจนว่า มีเพียงหนทางแห่งความรักเท่านั้นที่เป็นหนทางแห่งชีวิต” พระสันตะปาปาทรงสอน


2. อย่ายอมให้ความเกลียดชังทำลายความเป็นมนุษย์ของเรา


จากนั้น พระสันตะปาปาพูดถึงวิธีคิดของโลกที่มักมองความรักและการให้อภัยว่าเป็นความอ่อนแอ โดยบางคนคิดว่า “การยื่นแก้มอีกข้างให้” คือเรื่องของคนแพ้ “การให้ทั้งที่ถูกปฏิเสธ” คือความไร้เดียงสา และการให้อภัยแบบไม่มีสิ้นสุดคือความอ่อนแอ


พระสันตะปาปาตรัสว่า “น่าเสียดายที่ไม่ใช่ทุกคนจะเข้าใจเรื่องนี้ หลายคนกลับคิดว่าเป็นเรื่องเพ้อฝัน บางคนพูดว่า การยื่นแก้มอีกข้างให้ตบคือพฤติกรรมของคนแพ้ การให้ทั้งที่ถูกปฏิเสธคือความไร้เดียงสา และการให้อภัยแบบไม่มีสิ้นสุดคือความอ่อนแอ” 


“เรื่องนี้ไม่น่าแปลกใจ เพราะแม้แต่เปโตรเองก็ยังยากที่จะยอมรับวิธีคิดแบบใหม่และแตกต่างเช่นนี้ แต่พระเยซูทรงยืนยันอย่างชัดเจนว่า มีเพียงหนทางแห่งความรักเท่านั้นที่เป็นหนทางแห่งชีวิต อย่าหลอกตัวเองเลย ความเกลียดชังและความรุนแรงไม่เคยนำสิ่งดีมาให้ แต่มีเพียงการทำลายและความตายเสมอ แม้สิ่งเหล่านั้นจะเกิดขึ้นเพื่อตอบโต้ความอยุติธรรมที่เราเคยได้รับก็ตาม เราเห็นสิ่งนี้ทุกวัน ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ ในครอบครัว ไปจนถึงเหตุการณ์ใหญ่บนเวทีโลก”


“ไม่ว่าเราจะมีบาดแผลแบบไหน หรือได้รับการทำร้ายอย่างไรก็ตาม อย่ายอมให้ความชั่วทำลายความเป็นมนุษย์ของเรา และทำให้หัวใจของเราเสียไป จงรักต่อไป จงให้ต่อไป จงให้อภัยต่อไป” พระสันตะปาปาทรงย้ำ


3. การให้อภัยอาจยาก แต่อย่าปล่อยให้ความชั่วเปลี่ยนเรา


พระสันตะปาปายังยอมรับว่า การเลือกความรักและการให้อภัยไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อเราเป็นฝ่ายเจ็บปวดหรือได้รับความอยุติธรรม แต่พระองค์ทรงขอให้คริสตชนอย่ายอมให้บาดแผลเหล่านั้นเปลี่ยนหัวใจของเรา จนสุดท้ายเรากลายเป็นคนที่ทำร้ายผู้อื่นเหมือนกับที่เราเคยถูกทำร้าย


“เราต้องการชีวิต ความหวัง ความสงบ และสันติภาพอย่างมาก ทั้งภายในตัวเราเอง ในเมืองของเรา และระหว่างประชาชนกับประเทศต่างๆ เพราะฉะนั้น ไม่ว่าเราจะมีบาดแผลแบบไหน หรือได้รับการทำร้ายอย่างไรก็ตาม อย่ายอมให้ความชั่วทำลายความเป็นมนุษย์ของเราและทำให้หัวใจของเราเสียไป”


“และอย่าท้อใจหากสิ่งนี้ทำได้ยาก เพราะพลังของเราอยู่ในพระเจ้า และด้วยความช่วยเหลือจากพระองค์ ทุกสิ่งเป็นไปได้” พระสันตะปาปาทรงย้ำ


4. เมื่อชีวิตเจอกระแสลมที่พัดต้านเรา จงมีความเชื่อและเดินต่อไปกับพระเยซู


ช่วงท้าย พระสันตะปาปาทรงเชื่อมบทเทศน์เข้ากับขบวนแห่แม่พระทางเรือบนทะเลสาบ โดยยกเหตุการณ์ที่บรรดาศิษย์กำลังหวาดกลัวท่ามกลางพายุและกระแสลมที่พัดสวนทาง ก่อนที่พระเยซูจะเสด็จมาหาพวกเขาบนน้ำและพากลับถึงฝั่งอย่างปลอดภัย


“ในช่วงเวลาที่พวกเขาหวาดกลัวที่สุด และกำลังอยู่ท่ามกลางกระแสลมที่พัดสวนกลับมา พระองค์ทรงขอให้พวกเขามีความเชื่อและภาวนา เพื่อกลับมาพบสันติ และเดินทางต่อไปกับพระองค์สู่จุดหมายที่ต้องการ”


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/it/homilies/2026/documents/20260829-omelia-madonna-lago.html


Comments