โป๊ปย้ำ ไม่มีอะไรปกป้องคนจากยาเสพติดได้ดีไปกว่าครอบครัวที่ดี พร้อมขอให้ศาสนจักรเป็นครอบครัวของคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างทาง

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงชี้ ไม่มีอะไรปกป้องคนจากยาเสพติดได้ดีไปกว่าครอบครัวที่ดี เพราะครอบครัวคือสถานที่แรกที่ชีวิตได้รับการเลี้ยงดู ดูแล และเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต


➡️ ทรงย้ำ ปัญหาการเสพติดไม่ได้แก้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง เพราะความทุกข์ของเยาวชนต้องได้รับการช่วยเหลือทั้งจากครอบครัว ชุมชน การแพทย์ ความยุติธรรม และการดูแลด้านอภิบาล โดยศาสนจักรต้องไม่เพียงพูดถึงปัญหา แต่ต้องอยู่เคียงข้างและช่วยสร้างชีวิตของคนเหล่านี้ขึ้นมาใหม่


➡️ ทรงเตือน ทุกวันนี้มีหลายครอบครัวที่กำลังแตกสลายจากยาเสพติด ความรุนแรง การที่ลูกถูกกลุ่มอาชญากรรมดึงเข้าไปเกี่ยวข้อง ความยากจน และการขาดโอกาส พร้อมขอให้ศาสนจักรเป็นครอบครัวที่โอบกอดคนเหล่านี้ โดยเฉพาะคนที่กำลังทุกข์


➡️ ทรงขอให้ศาสนจักรทำเหมือนชาวสะมาเรียผู้ใจดี อย่าเดินผ่านคนที่ล้มอยู่ข้างทาง แต่จงหยุด เข้าไปใกล้ พันบาดแผล ดูแล และทำให้ศาสนจักรกลายเป็นบ้านสำหรับคนที่ไม่มีใครช่วยเหลือ

Photo Credit: Vatican Media


ช่วงสายวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงพบกับผู้เข้าร่วมการประชุมว่าด้วยปัญหาการติดยาเสพติดในลาตินอเมริกา ซึ่งจัดโดยคณะกรรมาธิการสันตะสำนักเพื่อลาตินอเมริกา โดยมีผู้ทำงานด้านการป้องกัน การฟื้นฟู และช่วยเหลือเยาวชนจากทวีปอเมริกา เอเชีย แอฟริกา และยุโรปเข้าร่วมด้วย


วันนี้ พระสันตะปาปาชาวอเมริกันทรงพูดถึงผลกระทบของยาเสพติดต่อเยาวชนและครอบครัว พร้อมย้ำว่า ปัญหานี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย และศาสนจักรมีหน้าที่สำคัญในการอยู่เคียงข้างคนที่กำลังทุกข์ ซึ่งใจความสำคัญ Pope Report เรียบเรียงมาให้ดังนี้


1. ปัญหายาเสพติดไม่ได้แก้ด้วยวิธีเดียว เพราะเยาวชนต้องได้รับการช่วยเหลือทั้งชีวิต


พระสันตะปาปาทรงเริ่มด้วยการชี้ว่า การติดยาเสพติดเป็นปัญหาที่ซับซ้อน และสะท้อนให้เห็นถึงโลกที่กำลังลดทอนความเป็นมนุษย์ เพราะคนที่ติดยาไม่ได้ต้องการเพียงการรักษาทางร่างกาย แต่ต้องได้รับการช่วยเหลือในหลายด้าน ทั้งจากครอบครัว ชุมชน ผู้เชี่ยวชาญ และศาสนจักร


พระสันตะปาปาตรัสว่า “การเสพติดเป็นปรากฏการณ์ที่ซับซ้อน ซึ่งทำให้เราเห็นถึงความล้มเหลวของโลกที่ลดทอนความเป็นมนุษย์ ความทุกข์ของเยาวชนเรียกร้องให้เราตอบสนองอย่างรอบด้าน ทั้งการป้องกันโดยอาศัยชุมชน การดูแลด้วยความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ความยุติธรรมที่มีใบหน้าของความเป็นมนุษย์ และการดูแลด้านอภิบาลอย่างใกล้ชิด”


“สิ่งที่เราทำต้องมุ่งไปที่การดูแล การอยู่เคียงข้าง และการสร้างสายสัมพันธ์ของชุมชนขึ้นมาใหม่” พระสันตะปาปาทรงย้ำ


2. ศาสนจักรไม่ได้เข้ามาแทนที่แพทย์หรือวิทยาศาสตร์ แต่ต้องทำงานร่วมกัน


จากนั้น พระสันตะปาปาทรงพูดถึง “สะพาน” 4 แห่งที่จำเป็นต่อการรับมือปัญหายาเสพติด ได้แก่ ความร่วมมือระหว่างศาสนจักรกับองค์กรระหว่างประเทศ ระหว่างวิทยาศาสตร์กับความเชื่อ ระหว่างศาสนจักรในแต่ละทวีป และระหว่างคริสตชนต่างนิกาย เพราะไม่มีหน่วยงานใดสามารถแก้ปัญหานี้ได้เพียงลำพัง


“ศาสนจักรไม่ได้เข้ามาทำงานเรื่องยาเสพติดเพื่อแข่งขันหรือเข้ามาแทนที่ประสาทวิทยา จิตเวช หรือสาธารณสุข แต่ต้องการช่วยให้เราเข้าใจปัญหานี้ผ่านมุมมองของพระวรสาร โดยมองมนุษย์อย่างครบถ้วนทั้งตัวตน”


“ศาสนจักรคาทอลิกและชุมชนคริสตชนอื่นๆ เมื่อร่วมกันแสดงความรักอย่างเป็นรูปธรรมต่อผู้ที่กำลังทุกข์ ก็ได้พบกับภาษาร่วมแห่งความเชื่อที่ชัดเจน เพื่ออยู่เคียงข้างและช่วยเหลือเยาวชนในความต้องการและความฝันของพวกเขา” พระสันตะปาปาทรงเน้นย้ำ


3. ไม่มีอะไรปกป้องคนจากยาเสพติดได้ดีไปกว่าครอบครัวที่ดี


พระสันตะปาปาทรงขอหยุดเป็นพิเศษที่เรื่อง “ครอบครัว” เพราะแม้งานป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดจะต้องอาศัยหลายฝ่าย แต่ครอบครัวยังคงเป็นสถานที่แรกที่คนได้รับความรัก การดูแล และเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิต


“สังคายนาวาติกัน ที่ 2 เรียกครอบครัวว่าเป็น ‘ศาสนจักรในบ้าน’ คือสถานที่ที่ชีวิตได้รับการเลี้ยงดู ได้รับการดูแล และมีการวางแผนอนาคต ไม่มีอะไรที่จะปกป้องคนจากยาเสพติดได้ดีไปกว่าครอบครัวที่ดี” พระสันตะปาปาทรงย้ำ


อย่างไรก็ตาม พระองค์ทรงยอมรับด้วยว่า หลายครอบครัวในวันนี้กำลังเผชิญความเจ็บปวดอย่างหนัก

“ทุกวันนี้ เราได้เห็นความเจ็บปวดของครอบครัวจำนวนมากที่แตกสลาย ไม่ว่าจะจากการใช้ยาเสพติด ความรุนแรง การที่ลูกถูกกลุ่มอาชญากรรมดึงตัวเข้าไปเกี่ยวข้อง ความยากจน หรือการขาดโอกาส ซึ่งผลักผู้คนออกไปอยู่ชายขอบของสังคม”


4. ศาสนจักรต้องเป็นครอบครัวที่สวมกอดคนที่กำลังทนทุกข์


พระสันตะปาปาทรงย้ำว่า หน้าที่ของศาสนจักรไม่ได้จบแค่การป้องกันหรือช่วยคนเลิกยา แต่ต้องเข้าไปอยู่ใกล้กับครอบครัวที่กำลังเจ็บปวดด้วย โดยยกคำสอนของนักบุญจอห์น พอล ที่ 2 ที่ขอให้ศาสนจักรเป็น “บ้านและโรงเรียนแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกัน” และคำสอนของพระสันตะปาปา ฟรานซิส ที่ขอให้คริสตชนกล้าเข้าไปสัมผัสความทุกข์ของคนอื่นจริงๆ


พระสันตะปาปาตรัสว่า “พระเยซูต้องการให้เรา ‘สัมผัสความทุกข์ของมนุษย์ สัมผัสเนื้อหนังที่กำลังทุกข์ของผู้อื่น’ ตรงนี้เองคือหัวใจของพันธกิจที่พวกท่านกำลังทำอยู่ นั่นคือทำให้ศาสนจักรเป็นครอบครัว โดยเฉพาะครอบครัวที่โอบกอดผู้ที่กำลังทุกข์”


5. อย่าเดินผ่านคนที่ล้มอยู่ข้างทาง จงหยุดและทำให้ศาสนจักรเป็นบ้านของเขา


ช่วงท้าย พระสันตะปาปาทรงฝากภาพของชาวสะมาเรียผู้ใจดี เพื่ออธิบายว่าศาสนจักรควรปฏิบัติต่อคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างทางอย่างไร เพราะความเมตตาไม่ได้เกิดจากการมองเห็นความทุกข์แล้วเดินผ่านไป แต่ต้องกล้าหยุด เข้าไปใกล้ และช่วยดูแลอย่างจริงจัง


“พ่ออยากฝากความปรารถนาหนึ่งไว้กับพวกท่าน คือขอให้ศาสนจักรเป็นครอบครัวสำหรับทุกคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างทาง เช่นเดียวกับชาวสะมาเรียผู้ใจดี ซึ่งเข้าไปเป็นเพื่อนบ้านของชายที่ล้มอยู่ข้างทาง ขอให้เราอย่าเดินผ่านเลยไป แต่จงสร้างศาสนจักรที่รู้จักหยุด รู้จักเข้าไปใกล้ รู้จักสะเทือนใจด้วยความเมตตา พันบาดแผล เลี้ยงดู และกลายเป็นบ้าน” พระสันตะปาปาทรงย้ำในตอนท้าย


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/events/event.dir.html/content/vaticanevents/en/2026/8/27/incontro-cal.html 


Comments