โป๊ปชี้ โต๊ะอาหารของพระเจ้าจัดไว้สำหรับทุกคน ไม่มีใครควรได้แค่เศษอาหาร

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอนผ่านเรื่องหญิงชาวคานาอัน แม้เธอจะเป็นคนต่างชาติและอาจไม่เคยพบพระเยซูมาก่อน แต่ความเชื่อได้หยั่งลึกในตัวเธอแล้ว เธอไม่ได้ขออะไรให้ตัวเอง แต่ขอให้ลูกสาวที่กำลังทุกข์ทรมานได้รับการรักษา


➡️ ทรงย้ำ ศาสนจักรต้องเปิดใจให้พระเจ้าทำสิ่งที่เราไม่คาดคิด และนำสันติของพระเยซูคริสต์ออกไปไกลกว่าขอบเขตที่เราเคยกำหนดไว้ แม้แต่การพบเจอเหตุการณ์ที่เข้ามารบกวนแผนของเรา ก็อาจเป็นช่วงเวลาที่พระเจ้ากำลังพูดกับเราก็ได้


➡️ ทรงชี้ “โต๊ะอาหารของพระเจ้าจัดไว้สำหรับทุกคน และไม่มีใครถูกปล่อยให้เหลือเพียงเศษอาหาร” เพราะทุกคนมีที่ของตัวเองอยู่กับพระบิดา ดังนั้น ความไม่เท่าเทียม การเลือกปฏิบัติ และกำแพงที่ย่ำยีศักดิ์ศรีมนุษย์ จึงเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

Photo Credit: Vatican Media


ช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงออกมานำคริสตชนสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าวที่คาสเตล กันดอลโฟ ประเทศอิตาลี โดยวันนี้ พระสันตะปาปาทรงแบ่งปันพระวรสารจากนักบุญแม็ทธิว  (15:21-28) เรื่องหญิงชาวคานาอันที่เข้ามาขอให้พระเยซูช่วยลูกสาวของเธอ ซึ่งกำลังทุกข์ทรมานอย่างหนัก ซึ่งใจความสำคัญของการแบ่งปัน Pope Report เรียบเรียงมาให้ดังนี้ 


1. บางคนไม่เคยพบไม่เคยเจอพระเยซู แต่ความเชื่อในพระองค์เกิดขึ้นในใจของเขาแล้ว


พระวรสารตอนนี้เป็นเหตุการณ์ที่หญิงชาวคานาอันเข้ามาขอให้พระเยซูช่วยลูกสาวที่กำลังทุกข์ทรมาน ตอนแรกบรรดาศิษย์มองว่าเธอสร้างความรำคาญ และพระเยซูยังไม่ได้ตอบรับคำขอให้ช่วย แต่เธอยังคงมุ่งมั่นและขอความช่วยเหลืออย่างไม่ย่อท้อ สุดท้าย พระเยซูชื่นชมความเชื่อของหญิงคนนี้ และลูกสาวของเธอก็หายเป็นปกติในที่สุด


พระสันตะปาปาทรงอธิบายเหตุการณ์นี้ว่า “ทั้งพระเยซูและหญิงคนนี้อาจไม่เคยพบกันมาก่อน แต่โดยที่เราไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ความเชื่อได้หยั่งรากในตัวเธออยู่แล้ว หญิงคนนี้ไม่ได้ต้องการสิ่งใดเพื่อตัวเอง แต่ต้องการให้ลูกสาวที่กำลังทุกข์ทรมานได้รับความสงบ เธอวางใจในพระเยซู และมองเห็นในพระองค์ว่าเป็นพระเมสซิยาห์ ผู้สืบเชื้อสายจากกษัตริย์ดาวิด”


“อย่างไรก็ตาม เรื่องไม่ได้ง่ายตั้งแต่ต้น บรรดาศิษย์มองว่าเธอสร้างความรำคาญ และช่วงแรกพระเยซูก็ยังไม่ได้ตอบรับคำขอของเธอ แต่หญิงคนนี้ยังคงยืนหยัด จนในที่สุดพระเยซูตรัสกับเธอว่า ‘หญิงเอ๋ย ความเชื่อของเจ้ายิ่งใหญ่ จงเป็นไปตามที่เจ้าปรารถนาเถิด’” 


2. พระเจ้าทำงานได้ไกลกว่าขอบเขตที่เรากำหนดไว้


จากนั้น พระสันตะปาปาทรงเชื่อมโยงพระวรสารกับศาสนจักรในปัจจุบัน พร้อมย้ำว่า บางครั้งสิ่งที่พระเจ้ากำลังทำอาจเกิดขึ้นนอกขอบเขตหรือความคาดหวังที่เราวางไว้แล้ว


พระสันตะปาปาตรัสว่า “แม้ในวันนี้ ศาสนจักรก็สามารถประหลาดใจกับการทำงานของพระเจ้า และนำสันติของพระคริสต์ออกไปไกลกว่าขอบเขตที่เคยกำหนดไว้ พันธกิจของศาสนจักรมีพระหรรษทานของพระเจ้านำหน้าอยู่แล้ว พระหรรษทานนี้ทำงานอยู่ในส่วนลึกของมโนธรรมของเรา เพราะฉะนั้น ในทุกการพบเจอ แม้แต่การพบเจอที่เข้ามารบกวนแผนของเรา เราต้องตั้งใจฟัง เปิดตาและเปิดใจ เพื่อมองเห็นว่าพระเจ้าต้องการบอกอะไรกับเรา”


3. โต๊ะอาหารของพระเจ้าจัดไว้สำหรับทุกคน ไม่มีใครควรได้แค่เศษอาหาร


พระสันตะปาปายังชี้ว่า หญิงชาวคานาอันสอนเราเรื่องความสุภาพถ่อมตนและความมุ่งมั่น แต่สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ความเชื่อของเธอทำให้เราเห็นว่า ทุกคนมีที่ของตัวเองอยู่กับพระเจ้า


“จากหญิงชาวคานาอัน เราเรียนรู้ทั้งความสุภาพถ่อมตนและความมุ่งมั่น จากความเชื่อของเธอ เราเรียนรู้ว่า โต๊ะอาหารของพระเจ้าจัดไว้สำหรับทุกคน และไม่มีใครถูกปล่อยให้เหลือเพียงเศษอาหารเท่านั้น เพราะทุกคนมีที่ของตัวเองอยู่กับพระบิดา”


จากนั้น พระสันตะปาปาทรงพูดตรงๆ ถึงความไม่เท่าเทียมและการเลือกปฏิบัติที่ยังเกิดขึ้นกับผู้คนจำนวนมาก


“เมื่อมองด้วยความเชื่อเช่นนี้ ความไม่เท่าเทียม การเลือกปฏิบัติ และกำแพงต่างๆ ที่ย่ำยีศักดิ์ศรีของบุตรชายหญิงของพระเจ้าจำนวนมาก กลายเป็นสิ่งที่เราไม่อาจยอมรับได้อีกต่อไป” พระสันตะปาปาทรงย้ำ


4. มองโลกด้วยสายตาของพระเจ้า จงอย่าสูญเสียความหวัง


ช่วงท้าย พระสันตะปาปาย้ำว่า ศาสนจักรกำลังอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและกำลังแสวงหาสันติภาพ พร้อมขอให้คริสตชนมองไปยังแม่พระ และบทมักญีฟีกัต


“เราคือศาสนจักรของพระเยซูคริสต์ที่อยู่ท่ามกลางโลกซึ่งเต็มไปด้วยความวุ่นวาย โลกที่กำลังแสวงหาสันติภาพ ขอให้เราวอนขอแม่พระ มารดาของเรา ให้เสนอวิงวอนเพื่อเรา ‘เพราะจากริมฝีปากของแม่พระ ได้เปล่งบทเพลงที่ทรงพลังและนำความเปลี่ยนแปลงมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา นั่นคือบทมักญีฟีกัต’ นี่คือบทเพลงของผู้ที่มองเห็นความจริงด้วยสายพระเนตรของพระเจ้า และด้วยเหตุนี้ จึงไม่สูญเสียความหวัง แต่ลงมือทำด้วยความรักเมตตา” พระสันตะปาปา ตรัสปิดท้าย


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/angelus/2026/documents/20260816-angelus.html 


 

Comments