โป๊ปย้ำ การร่วมมิสซาออนไลน์อย่างเดียวแทนการมาร่วมพิธีจริงๆไม่ได้
➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอน วันอาทิตย์คือ “ปาสกาประจำสัปดาห์” เป็นวันที่ทำให้เราระลึกถึงการกลับคืนชีพของพระเยซู และเป็นรากฐานสำคัญของปีพิธีกรรมทั้งหมด
➡️ ทรงย้ำ ปีพิธีกรรมไม่ใช่เพียงการย้อนกลับไประลึกถึงเหตุการณ์ในอดีต แต่คือการทำให้คริสตชนได้กลับมาสัมผัสงานแห่งความรอดของพระเยซูในชีวิตของเราอยู่เสมอ รวมถึงรับพระหรรษทานตลอดการเดินทางของชีวิต
➡️ ทรงชี้ การฉลองวันอาทิตย์ต้องมีศีลมหาสนิทเป็นศูนย์กลาง การร่วมพิธีมิสซาผ่านออนไลน์เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถแทนที่การมาร่วมพิธีจริงๆ เพราะหัวใจของวันอาทิตย์คือการที่คริสตชนมารวมตัวกัน ฟังพระวาจา และรับศีลมหาสนิทด้วยกัน คริสตชนไม่ได้ถูกเรียกให้เป็นเพียงผู้ชม แต่ต้องมีส่วนร่วมในพิธีกรรมอย่างจริงจัง
➡️ ทรงเรียกร้องให้หาทางช่วยคนที่จำเป็นต้องทำงานวันอาทิตย์ ให้มีโอกาสเข้าร่วมมิสซาได้

Photo Credit: Vatican Media
ช่วงสายวันพุธที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงออกมาพบปะและสอนคำสอนแก่คริสตชนในการเข้าเฝ้าทั่วไปประจำสัปดาห์ ซึ่งจัดภายในมหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน วันนี้ พระสันตะปาปาทรงสอนคำสอนต่อเนื่องเกี่ยวกับธรรมนูญว่าด้วยพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ (Sacrosanctum Concilium) ของสังคายนาวาติกัน ที่ 2 โดยเน้นเรื่องปีพิธีกรรม
ในส่วนใจความสำคัญที่พระสันตะปาปาตรัสสอน Pope Report เรียบเรียงมาให้ดังนี้
1. ปีพิธีกรรมไม่ใช่แค่การย้อนกลับไปนึกถึงอดีต แต่คือการพบพระเยซูผู้ยังมีชีวิต
พระสันตะปาปาทรงเริ่มต้นด้วยการอธิบายความหมายของ “ปีพิธีกรรม” พร้อมยกคำสอนของพระสันตะปาปา ปีโอ ที่ 12 ซึ่งชี้ว่า วันฉลองต่างๆ ของศาสนจักรไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อรำลึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายพันปีก่อน แต่ช่วยให้คริสตชนได้กลับไปสัมผัสงานแห่งความรอดของพระเยซูในชีวิตของตัวเอง
พระสันตะปาปาตรัสว่า “ปีพิธีกรรมไม่ใช่การนำเหตุการณ์ในอดีตมาแสดงซ้ำอย่างจืดชืดและไร้ชีวิตชีวา หรือเป็นเพียงบันทึกเรื่องราวของยุคสมัยที่ผ่านพ้นไป แต่ปีพิธีกรรมคือพระคริสต์เอง ผู้มีชีวิตอยู่ตลอดเวลาในศาสนจักรของพระองค์”
“ปีพิธีกรรมจึงควรเข้าใจว่า เป็นการรื้อฟื้นงานแห่งความรอดที่พระคริสต์ทรงกระทำในประวัติศาสตร์อย่างต่อเนื่อง การได้พบกับพระเยซู ผู้ทรงสิ้นพระชนม์และกลับคืนชีพเพื่อเรา คือจุดหมายที่ศาสนจักรมุ่งไปหาอยู่เสมอ”
2. วันอาทิตย์คือ “ปาสกาประจำสัปดาห์”
จากนั้น พระสันตะปาปาทรงชี้ว่า ศูนย์กลางของปีพิธีกรรมไม่ได้เริ่มจากวันฉลองใหญ่เพียงไม่กี่ครั้งต่อปี แต่เริ่มจาก “วันอาทิตย์” ซึ่งสังคายนาวาติกัน ที่ 2 เรียกว่าเป็น “รากฐานและแก่นของปีพิธีกรรมทั้งหมด” พร้อมยกคำสอนของนักบุญจอห์น พอล ที่ 2 ซึ่งอธิบายว่า วันอาทิตย์คือวันของพระเจ้า วันของศาสนจักร วันของมนุษย์ และเป็น “วันเหนือวันทั้งหลาย”
“วันอาทิตย์คือปาสกาประจำสัปดาห์ ซึ่งทำให้เราระลึกถึงและทำให้วันแห่งการกลับคืนชีพของพระคริสต์จากความตายเป็นปัจจุบัน วันอาทิตย์ถือกำเนิดจากการกลับคืนชีพ และตัดผ่านเวลาของมนุษย์ ทั้งเดือน ปี และศตวรรษ เหมือนลูกศรที่ชี้ไปยังจุดหมาย นั่นคือการเสด็จกลับมาอีกครั้งของพระคริสต์”
3. มิสซาออนไลน์อย่างเดียว แทนการมารวมตัวกันจริงไม่ได้
พระสันตะปาปาทรงย้ำว่า สิ่งสำคัญพื้นฐานของการฉลองวันอาทิตย์คือการร่วมพิธีศีลมหาสนิท เพราะการฟังพระวาจาและรับพระกายของพระคริสต์ต้องนำคริสตชนมารวมกันเป็นหนึ่งเดียว
“ในการชุมนุมนี้ ชุมชนคริสตชนทำให้ความเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าปรากฏให้เห็น และเป็นประจักษ์พยานว่า พวกเขาเป็นของพระคริสต์และซื่อสัตย์ต่อศาสนจักร”
จากนั้น พระสันตะปาปาทรงย้ำอย่างชัดเจนว่า การร่วมพิธีกรรมผ่านหน้าจอเพียงอย่างเดียวไม่สามารถเข้ามาแทนที่การมารวมตัวกันของคริสตชนได้ และการมาร่วมพิธีก็ไม่ควรเป็นเพียงการมานั่งดูโดยไม่มีส่วนร่วม การรวมตัวกันเช่นนี้ไม่สามารถถูกแทนที่ด้วยการเข้าร่วมมิสซาผ่านทางออนไลน์เพียงอย่างเดียว และไม่สามารถลดลงเหลือเพียงการมารวมตัวกันแบบที่ทุกคนนั่งฟังแบบไม่มีส่วนร่วม”
“การชุมนุมในพิธีกรรมจะสมบูรณ์ได้จากการมีส่วนร่วมอย่างจริงจังของพี่น้องชายหญิง ด้วยเหตุนี้ พ่อขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายพยายามสร้างเงื่อนไขที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้แม้แต่ผู้ที่ไม่สามารถหยุดงานในวันอาทิตย์ ก็ยังมีโอกาสเข้าร่วมพิธีมิสซาได้” พระสันตะปาปาทรงกล่าวอย่างหนักแน่น
4. ปีพิธีกรรมพาเราเดินผ่านเรื่องราวแห่งความรอดตลอดทั้งปี
ช่วงท้าย พระสันตะปาปาทรงอธิบายว่า ปีพิธีกรรมค่อยๆ พัฒนาขึ้นจากการฉลองปาสกาประจำสัปดาห์ในวันอาทิตย์ ไปสู่การฉลองปาสกาประจำปี ช่วงเวลาแห่งความยินดี 50 วันจนถึงวันสมโภชพระจิตเสด็จลงมา โดยมีเทศกาลมหาพรตเป็นช่วงเตรียมจิตใจ ต่อมา ศาสนจักรยังพัฒนาการเดินทางผ่านเทศกาลพระคริสตสมภพ เพื่อให้คริสตชนได้กลับไปสัมผัสธรรมล้ำลึกของการที่พระเยซูเสด็จมาบังเกิดเป็นมนุษย์ การประสูติ และการเผยพระองค์แก่โลก รวมถึงการฉลองแม่พระ บรรดามรณสักขี และนักบุญต่างๆ
“ปีพิธีกรรมจึงนำคำสอนเรื่องประวัติศาสตร์แห่งความรอดกลับมาให้เราสัมผัสอีกครั้งผ่านทางศีลศักดิ์สิทธิ์ โดยนำคริสตชนเดินทางตั้งแต่การรอคอยพระเมสซิยาห์ ไปสู่ความสมบูรณ์ของธรรมล้ำลึกปาสกา และไปจนถึงการรอคอยพระสิริรุ่งโรจน์ในอนาคต”
“ตลอดปีพิธีกรรม ศาสนจักรฉลองความหมายแห่งความรอดของธรรมล้ำลึกของพระคริสต์ และเปิดโอกาสให้ผู้มีความเชื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในธรรมล้ำลึกนี้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น” พระสันตะปาปาตรัสในตอนท้าย
Source:
- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/audiences/2026/documents/20260812-udienza-generale.html
Comments
Post a Comment