โป๊ปเตือนสติ อย่าหลงกับความสำเร็จ และอย่าสิ้นหวังเมื่อชีวิตเหมือนกำลังถอยหลัง เพราะพระเยซูไม่เคยทอดทิ้งเรา
➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงเตือนสติ อย่าปล่อยให้ความสำเร็จพาเราหลงหรือมั่นใจตัวเองมากเกินไป ขณะเดียวกัน อย่าสิ้นหวังเมื่อเจอช่วงเวลามืดมน แม้พยายามเต็มที่แล้ว แต่ชีวิตกลับดูเหมือนถอยหลังมากกว่าก้าวไปข้างหน้า
➡️ ทรงสอน การเห็นอัศจรรย์หรือประสบความสำเร็จในสายตาคนอื่น ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้บรรดาศิษย์เข้าใจพระเยซู พวกเขาต้องพบความอ่อนแอของตัวเองก่อน ถึงจะเข้าใจถ่องแท้ว่า พระเจ้าอยู่ใกล้และพบสันติสุขได้แม้อยู่ท่ามกลางพายุ
➡️ ทรงย้ำ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร พระเยซูไม่เคยทอดทิ้งเรา หากเราต้อนรับพระองค์เข้ามาใน “เรือแห่งชีวิต” ผ่านการภาวนา ศีลศักดิ์สิทธิ์ และการฟังพระวาจา เราจะพบสันติสุข แสงสว่าง และพละกำลังเพื่อเดินหน้าต่อ

Photo: Vatican Media
ช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงออกมานำสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน โดยวันนี้ พระสันตะปาปาทรงแบ่งปันพระวรสารจากนักบุญแม็ทธิว เรื่องพระเยซูเดินบนผิวน้ำที่ทะเลสาบกาลิลีไปหาบรรดาศิษย์ที่กำลังเผชิญพายุ
ในส่วนใจความสำคัญของสิ่งที่พระสันตะปาปาตรัสสอน Pope Report เรียบเรียงมาให้ดังนี้
1. หลังจากความสำเร็จ กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่ทำอะไรไม่ได้เลย
พระสันตะปาปาทรงเริ่มจากเหตุการณ์หลังอัศจรรย์ทวีขนมปังและปลา บรรดาศิษย์เพิ่งผ่านช่วงเวลาที่ตัวเองมีส่วนสำคัญในอัศจรรย์และดูเหมือนทุกอย่างกำลังไปได้ดี แต่ไม่นานหลังจากนั้น พวกเขากลับต้องอยู่กลางทะเล ท่ามกลางคลื่นและลมที่พัดสวนทาง
“หลังจากประสบการณ์แห่งความสำเร็จ ซึ่งบรรดาศิษย์ได้มีส่วนสำคัญในเครื่องหมายอัศจรรย์ บัดนี้ พวกเขากลับพบว่าตัวเองไม่สามารถทำอะไรได้ และเต็มไปด้วยความกลัว เมื่อต้องเผชิญกับคลื่นและลมที่พัดสวนทาง”
“เมื่อพระเยซูเสด็จมาหาพวกเขาบนผิวน้ำ บรรดาศิษย์กลับตกใจกลัวและคิดว่าเป็นผี แต่พระเยซูตรัสกับพวกเขาว่า ‘ทำใจให้ดี เราเอง อย่ากลัวเลย’ จากนั้น เมื่อพระองค์เสด็จขึ้นเรือ พายุก็สงบลง” พระสันตะปาปา ทรงแบ่งปัน
2. บางครั้งเราต้องเจอความอ่อนแอของตัวเอง จึงจะมองเห็นพระเจ้า
จากนั้น พระสันตะปาปาทรงชี้ว่า การได้เห็นอัศจรรย์หรือประสบความสำเร็จต่อหน้าผู้คนยังไม่เพียงพอที่จะทำให้บรรดาศิษย์เข้าใจว่า พระเยซูคือพระบุตรของพระเจ้า แต่พวกเขาต้องผ่านประสบการณ์ที่ตัวเองไม่สามารถทำอะไรได้ก่อน
“การได้เห็นอัศจรรย์เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ และความสำเร็จในสายตาของผู้คนก็ยังไม่เพียงพอเช่นกัน พวกเขาจำเป็นต้องได้สัมผัสกับความอ่อนแอของตัวเอง และภายในความอ่อนแอนั้น พวกเขาจึงได้ตระหนักถึงการประทับอยู่ของพระเจ้า”
“มีเพียงประสบการณ์นี้เท่านั้นที่สามารถเปิดตาและเปิดหัวใจของพวกเขาให้มองเห็นความใกล้ชิดของพระองค์ และค้นพบสันติสุขได้แม้ท่ามกลางพายุ” พระสันตะปาปาทรงสอน
3. อย่าหลงกับความสำเร็จ และอย่าสิ้นหวังเมื่อชีวิตเหมือนกำลังถอยหลัง
จากเหตุการณ์นี้ พระสันตะปาปาทรงนำมาสู่บทเรียนสำหรับชีวิตจริง โดยเตือนทั้งคนที่กำลังประสบความสำเร็จและคนที่กำลังอยู่ในช่วงเวลายากลำบาก
พระสันตะปาปาทรงสอนว่า “อัศจรรย์ครั้งนี้สอนสิ่งสำคัญแก่เรา ประการแรก อย่าปล่อยให้ความสำเร็จพาเราหลงไป และอย่ามั่นใจในตัวเองจนเกินไป”
“ขณะเดียวกัน ก็อย่าสิ้นหวังแม้ในช่วงเวลามืดมน เมื่อเรารู้สึกว่าไม่สามารถทำอะไรได้เมื่อต้องเผชิญกับปัญหา และแม้จะพยายามแล้ว แต่ทุกอย่างกลับดูเหมือนว่าเรากำลังถอยหลังมากกว่าก้าวไปข้างหน้า”
4. พระเยซูไม่ทอดทิ้งเรา แม้อยู่กลางพายุ
พระสันตะปาปาทรงปิดท้ายด้วยการย้ำว่า ไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหน พระเยซูไม่เคยทอดทิ้งเรา สิ่งสำคัญคือการเปิดพื้นที่ให้พระองค์เข้ามาอยู่ในชีวิต ผ่านการภาวนา ศีลศักดิ์สิทธิ์ และพระวาจา
พระสันตะปาปาตรัสว่า “ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร พระเยซูไม่เคยทอดทิ้งเรา และหากเราต้อนรับพระองค์ด้วยความสุภาพถ่อมตนเข้ามาในเรือแห่งชีวิตของเรา ผ่านการภาวนา ศีลศักดิ์สิทธิ์ และการฟังพระวาจาของพระองค์ เราจะค้นพบสันติสุข แสงสว่าง และพละกำลังสำหรับการเดินทางของเราในพระองค์”
5. วอนขอสันติภาพในซูดาน รวมถึงในยูเครน
หลังการสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว พระสันตะปาปาทรงกล่าวถึงสถานการณ์สงครามในหลายพื้นที่ โดยทรงเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจในซูดานรับประกันเส้นทางความช่วยเหลือมนุษยธรรมสำหรับพลเรือน และขอให้ประชาคมระหว่างประเทศสนับสนุนความพยายามเพื่อให้เกิดการหยุดยิงทันที
พระสันตะปาปายังกล่าวถึงประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บอย่างต่อเนื่องในยูเครนและรัสเซีย พร้อมเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและยุติการโจมตีเป้าหมายพลเรือน
“สงครามมีแต่จะก่อให้เกิดสงครามเพิ่มขึ้น และสร้างความทุกข์ทรมานอย่างมหาศาล ถึงเวลาแล้วที่จะยุติวงจรความรุนแรงที่ไม่จบสิ้นนี้ และเปิดพื้นที่ให้กับการทูตและการเจรจา เพื่อเปิดเส้นทางไปสู่สันติภาพ” พระสันตะปาปาทรงเรียกร้องในตอนท้าย
Source:
- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/angelus/2026/documents/20260809-angelus.html
Comments
Post a Comment