โป๊ปสอนเยาวชน เอาชนะความกลัว ก้าวออกไปหาคนที่ถูกสังคมมองข้าม ชี้โลกกำลังรอเยาวชนที่จะเป็นนักบุญรุ่นใหม่
➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอน เยาวชนต้องเอาชนะการถอดใจและความกลัว อ่านสถานการณ์ของโลก และตัดสินใจเดินตามพระเยซู เพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในการเขียนประวัติศาสตร์บทใหม่
➡️ ทรงเรียกร้องให้เยาวชนก้าวออกไปหาคนที่ถูกสังคมมองข้าม พร้อมยกคำสอนของโป๊ปฟรานซิส มาย้ำ “อย่าเป็นคริสตชนประเภทที่รักษาระยะห่างจากบาดแผลของพระเจ้า” เพราะพระเยซูต้องการให้เราออกไปสัมผัสบาดแผลและความทุกข์ยากของเพื่อนมนุษย์
➡️ ทรงชี้ โลกกำลังรอเยาวชนที่จะเป็นนักบุญรุ่นใหม่ โดยยกตัวอย่างนักบุญฟรานซิส อัสซีซี และนักบุญคลารา มาเป็นแบบอย่าง แม้นักบุญฟรานซิส อัสซีซี จะสิ้นใจไป 800 ปีแล้ว แต่คนยังประทับใจในตัวท่านเพราะความเป็นมนุษย์อันยิ่งใหญ่ ซึ่งกล้าละทิ้งชีวิตที่คุ้นเคย เพื่อติดตามพระเยซู
➡️ ทรงเตือนสติ โลกนี้คือพี่น้องที่เราต้องรักและรับใช้ ไม่ใช่เอาเปรียบหรือปกครอง

Photo: Diocesi di Assisi
ช่วงสายวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงเป็นประธานในมิสซาวันฉลองพระเยซูสำแดงพระวรกายอย่างรุ่งโรจน์ ซึ่งจัดที่มหาวิหารซานตา มารีอา เดญี อันเจลี่ อิน ปอร์ซีอุนโคล่า (แม่พระแห่งปวงเทวา) เมืองอัสซีซี ประเทศอิตาลี นอกจากนี้ ยังเป็นมิสซาสำหรับเยาวชนหลายพันคนจากทั่วทวีปยุโรป ซึ่งมาร่วมงาน GO! FRANCISAN YOUTH MEETING อีกด้วย
ใจความสำคัญของบทเทศน์ พระสันตะปาปาทรงเชื่อมโยงการสำแดงพระวรกายของพระเยซูกับชีวิตของนักบุญฟรานซิส นักบุญคลารา และเยาวชนทุกคน พร้อมย้ำว่า การติดตามพระเยซูไม่ได้หมายถึงการยืนดูอยู่ห่างๆ แต่ต้องกล้าเข้าไปมีส่วนร่วมและช่วยเปลี่ยนแปลงโลก ซึ่ง Pope Report เรียบเรียงบทเทศน์มาให้ดังนี้
1. เอาชนะความกลัวและเข้าไปมีส่วนร่วมในเรื่องราวของพระเยซู
พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการอธิบายว่า บนภูเขา เปโตรอยากสร้างเพิงและอยู่ชมความงดงามของการสำแดงพระวรกายของพระเยซูต่อไป แต่พระเยซูไม่ได้เรียกเราให้เป็นเพียงผู้ชม พระองค์เรียกเราให้ฟังพระวาจา อ่านสถานการณ์ของโลก และตัดสินใจเดินตามพระองค์
พระสันตะปาปา ตรัสว่า “เราต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการสนทนานั้น ไม่ใช่เป็นเพียงผู้ชม เราได้รับเรียกให้อ่านพระคัมภีร์ร่วมกับพระเยซู ตีความยุคสมัยที่เรากำลังมีชีวิตอยู่ และตัดสินใจด้วยการเดินตามเส้นทางของพระองค์”
“เรามาที่นี่เพื่อเอาชนะการถอดใจและความกลัว เพื่อกำจัดความสงสัยที่ฉุดรั้งเราไว้ เหมือนที่เคยฉุดรั้งบรรดาอัครสาวก พระเยซูทรงเรียกให้เราเข้าไปมีส่วนร่วมในเรื่องราวของพระองค์ เพื่อเขียนหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่”
2. ศาสนจักรช่วยให้เราแยกแยะเสียงของพระเจ้า
จากนั้น พระสันตะปาปาทรงย้ำว่า ศาสนจักรคือชุมชนที่ช่วยให้คริสตชนเรียนรู้การรับฟังและตัดสินใจ เพื่อเข้าใจว่าเราควรมีชีวิตเพื่อใครและควรใช้ชีวิตอย่างไร
“ศาสนจักรคือชุมชนที่เราฝึกแยกแยะเสียงของพระเจ้า ซึ่งไม่ใช่ความคิดเห็นของเราเองเสมอไป และเป็นสถานที่ซึ่งเราเรียนรู้ที่จะกล้าเชื่อฟังพระจิต ผู้ทำให้ทุกคนที่เลือกติดตามพระเยซูมีความกล้าหาญและความคิดสร้างสรรค์”
“เมื่อเราแยกตัวออกจากพระองค์และจากผู้อื่น ชีวิตของเราก็เสียรูปไป แต่เมื่อเรามีความสัมพันธ์ที่หล่อเลี้ยงชีวิตและเรียกเราให้กลับมามีชีวิตใหม่ เราก็ได้รับการเปลี่ยนแปลง” พระสันตะปาปาตรัสแบ่งปัน
3. โลกกำลังรอเยาวชนที่จะเป็นนักบุญรุ่นใหม่
พระสันตะปาปาทรงยกนักบุญฟรานซิสและนักบุญคลาราเป็นตัวอย่างของคนหนุ่มสาวที่กล้าละทิ้งเส้นทางเดิม เพื่อค้นพบวิถีชีวิตใหม่ที่สอดคล้องกับพระเยซูมากกว่าเดิม
“เหตุผลที่นักบุญฟรานซิสยังคงดึงดูดเรา แม้เวลาจะผ่านไปถึง 800 ปีหลังการเสียชีวิตของท่าน คือความเป็นมนุษย์อันยิ่งใหญ่ที่ทำให้ท่านกล้าละทิ้งหนทางที่คุ้นเคย เพื่อค้นหาเส้นทางใหม่ที่สอดคล้องกับเส้นทางของพระเยซูมากกว่าเดิม”
“เยาวชนที่รัก วันนี้ทวีปยุโรปและโลกทั้งใบกำลังมองมายังพวกลูก เพื่อให้พวกลูกเป็นนักบุญรุ่นใหม่ จงกล้าเชื่อในพระวาจาของพระวรสาร จงเติบโตเป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์ด้วยอิสรภาพของพระเยซูคริสต์ และจงโอบรับความยากจนเสมือนเป็นพี่น้องของเรา” พระสันตะปาปาทรงย้ำ
4. จงก้าวออกไปหาคนที่ถูกสังคมมองข้าม อย่ารักษาระยะห่างจากบาดแผลของคนอื่น
พระสันตะปาปายังอธิบายว่า ชื่อการชุมนุม Go! ไม่ใช่เพียงคำขวัญ แต่คือการถูกส่งออกไปตามเส้นทางที่ยังไม่มีแผนที่ ซึ่งจะเปิดขึ้นเมื่อเรารับฟังหัวใจ เชื่อฟังพระจิต และติดตามพระเยซูผู้กลับคืนชีพ
“Go! จงออกไป หรือถ้าจะให้ดีกว่านั้น เราออกไปด้วยกันเถิด ขอให้เราก้าวออกไปหาคนที่ถูกสังคมมองข้าม ซึ่งความอยุติธรรมและความหยิ่งยโสของคนเพียงไม่กี่คน ปฏิเสธศักดิ์ศรีและความฝันของพวกเขา”
พระสันตะปาปาจากคณะออกัสติเนี่ยน ยังยกคำสอนของ พระสันตะปาปาฟรานซิส ซึ่งเตือนคริสตชนไม่ให้หลีกหนีความเจ็บปวดของผู้อื่น
“พระสันตะปาปาฟรานซิส ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากนักบุญฟรานซิส บุรุษผู้ยากไร้แห่งอัสซีซี เตือนเราไม่ให้ตกอยู่ในการประจญที่จะเป็นคริสตชนประเภทที่รักษาระยะห่างจากบาดแผลของพระเจ้า แต่พระเยซูทรงต้องการให้เราสัมผัสความทุกข์ยากของมนุษย์ สัมผัสเนื้อหนังที่กำลังทุกข์ทรมานของผู้อื่น”
5. โลกนี้คือพี่น้องที่ต้องรักและรับใช้ ไม่ใช่เอาเปรียบหรือปกครอง
พระสันตะปาปาทรงย้ำว่า การหลุดพ้นจากวัฒนธรรมแห่งอำนาจและการรื้อกำแพงที่แบ่งแยกผู้คน ไม่ใช่การทรยศต่อครอบครัว บ้านเมือง หรือธรรมเนียม แต่เป็นการปลดปล่อยสิ่งเหล่านี้จากความกลัว ความไม่รู้ และความรุนแรง
“การวางใจในพระเจ้าคือการค้นพบอีกครั้ง เช่นเดียวกับนักบุญฟรานซิสและนักบุญคลาราว่า โลกนี้ประกอบด้วยพี่น้องชายหญิงที่เราต้องรักและรับใช้ ไม่ใช่เอาเปรียบและปกครอง โลกนี้ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องตั้งกำแพงปกป้อง แต่เป็นสิ่งที่เราต้องเปิดใจโอบรับ”
ช่วงท้าย พระสันตะปาปาทรงเชิญชวนเยาวชนให้อุทิศตนสร้างอารยธรรมแห่งความรัก และนำความสามารถทุกอย่างที่มีมาใช้เพื่อสันติภาพ
“ขอให้พวกลูกรวมพลังที่ดีที่สุดของความเป็นมนุษย์อันงดงามของตน ทั้งการศึกษา ความสามารถ การทำงาน มิตรภาพ ความรัก และการภาวนา เพื่อทำให้ภาพฝันของนักบุญฟรานซิสเกิดขึ้นจริงในรูปแบบที่หลากหลาย” พระสันตะปาปาตรัสในตอนท้าย
Source:
- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/homilies/2026/documents/20260806-visita-assisi-messa.html
Comments
Post a Comment