โป๊ปสอน การภาวนาไม่ใช่การหนีความจริงหรือเทคนิคทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น แต่คือการพบพระเจ้า

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอน ในโลกที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ การบริโภค วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี การภาวนาอาจถูกมองว่าไร้ประโยชน์หรือเป็นการหนีความจริง แต่ในความเป็นจริง การภาวนาคือมิติพื้นฐานของชีวิตมนุษย์


➡️ ทรงย้ำ การภาวนาไม่ใช่เทคนิคทางจิตวิทยาเพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น แต่เป็นสถานที่แห่งการพบกัน ซึ่งพระเจ้าเป็นฝ่ายเข้ามาหามนุษย์ผ่านทางพระเยซู มันน่าเศร้าที่คริสตชนหลายครอบครัวไม่ส่งต่อ “ธรรมเนียมการภาวนา” ให้ลูกหลาน


➡️ ทรงชี้ ศีลมหาสนิทและพิธีการสวดทำวัตรคือลมหายใจแห่งชีวิตของศาสนจักร และสามารถเป็นโรงเรียนสอนการภาวนาแก่คริสตชน โดยเฉพาะผู้เตรียมรับศีลล้างบาป


➡️ ทรงแนะนำ ตอนเช้าให้เราเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการขอบคุณพระ ตอนเที่ยงให้เราสวดขอพละกำลังเพื่อให้ซื่อสัตย์ต่อการทำงาน ตอนเย็นเมื่ออาทิตย์ลับขอบฟ้าให้เราสวดเมื่อทำงานเสร็จ และตอนกลางคืน ให้เราสวดก่อนจะเข้านอนด้วยการมอบตัวเองไว้ในสันติสุขของพระเจ้า

Photo Credit: Daniel Ibañez/ EWTN News


ช่วงสายวันพุธที่ 5 สิงหาคม พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงออกมาพบปะและสอนคำสอนคริสตชนในการเข้าเฝ้าทั่วไป ซึ่งจัดในมหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน วันนี้ พระสันตะปาปาทรงสอนคำสอนต่อเนื่องเกี่ยวกับธรรมนูญว่าด้วยพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ (Sacrosanctum Concilium) ของสังคายนาวาติกัน ที่ 2 โดยเน้นเรื่องการภาวนาของศาสนจักรและความสำคัญของพิธีกรรมในชีวิตคริสตชน


ในส่วนใจความสำคัญที่พระสันตะปาปาสอน Pope Report เรียบเรียงมาให้ดังนี้


1. การภาวนาไม่ใช่การหนีความจริงหรือเทคนิคทำให้ตัวเองรู้สึกดี


พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการเตือนสติว่า ในโลกที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและการบริโภค การภาวนาอาจถูกมองว่าไม่มีประโยชน์ ขณะที่บางคนเข้าใจการภาวนาเป็นเพียงเทคนิคทางจิตวิทยาเพื่อสร้างความรู้สึกที่ดีให้กับตัวเอง


พระสันตะปาปาตรัสว่า “ในโลกที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอ้างว่าสามารถให้คำตอบได้ทุกอย่าง การภาวนาอาจดูเหมือนเป็นการหลีกหนีจากความเป็นจริง แม้แต่ในครอบครัวคริสตชนจำนวนมาก ธรรมเนียมการภาวนาก็ไม่ได้รับการส่งต่ออีกต่อไป ขณะที่หลายคนเสี่ยงจะเข้าใจผิดว่า การภาวนาเป็นเพียงเทคนิคทางจิตวิทยาอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกดี”


“อย่างไรก็ตาม การภาวนาคือมิติพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ และเราควรกลับมาค้นพบความหมายที่แท้จริงของการภาวนาอีกครั้ง”


2. พิธีกรรมคือสถานที่ซึ่งพระเจ้าทรงเป็นฝ่ายเข้ามาพบมนุษย์


จากนั้น พระสันตะปาปายกคำสอนของพระสันตะปาปานักบุญเปาโล ที่ 6 มาย้ำว่า พระเจ้าต้องมาก่อน และการภาวนาคือหน้าที่สำคัญอันดับแรกของคริสตชน


“พระเจ้าต้องมาก่อน การภาวนาคือหน้าที่อันดับแรกของเรา พิธีกรรมคือแหล่งแรกของชีวิตจากพระเจ้าที่ได้รับการถ่ายทอดมายังเรา และเป็นโรงเรียนแห่งแรกของชีวิตฝ่ายจิตของเรา”


จากนั้น พระสันตะปาปาชาวอเมริกันอธิบายอีกว่า พิธีกรรมคือสถานที่แห่งการพบกัน โดยพระเจ้าทรงเป็นฝ่ายเข้ามาใกล้มนุษย์ก่อน ผ่านทางพระเยซู ผู้เป็นพระวาจาของพระเจ้าที่เสด็จมาเป็นมนุษย์


“พิธีกรรมคือสถานที่แห่งการพบกัน ซึ่งพระเจ้าทรงเป็นฝ่ายริเริ่มเข้ามาใกล้มนุษย์ผ่านทางพระบุตรของพระองค์ และเราสามารถตอบรับพระองค์ผ่านทางพระคริสต์ พร้อมกับพระคริสต์ และในพระคริสต์ ภายในความเป็นหนึ่งเดียวของพระจิต” พระสันตะปาปาตรัสแบ่งปัน


3. ศีลมหาสนิทและการสวดทำวัตรคือลมหายใจของศาสนจักร


พระสันตะปาปาทรงย้ำว่า การสวดทำวัตรคือการภาวนาประจำวันของศาสนจักร ซึ่งเชื่อมโยงกับศีลมหาสนิท และควรเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคริสตชนและชุมชนมากขึ้น


“สำหรับคนจำนวนมากที่ต้องการเรียนรู้วิธีภาวนา โดยเฉพาะผู้เตรียมรับศีลล้างบาป การสวดทำวัตรสามารถมอบทั้งเส้นทางและโรงเรียนแห่งการภาวนาแบบคริสตชนให้แก่พวกเขาได้ ในแต่ละสัปดาห์และแต่ละวัน ศีลมหาสนิทและการสวดทำวัตรคือลมหายใจแห่งชีวิตของศาสนจักร ซึ่งทำให้พระจิตไหลเวียนอยู่ภายในพระกายของศาสนจักร” พระสันตะปาปาทรงย้ำ


4. การภาวนาช่วยนำพระเจ้าเข้ามาอยู่ในทุกช่วงเวลาของชีวิต


ช่วงท้าย พระสันตะปาปาทรงอธิบายว่า การสวดทำวัตรช่วยให้คริสตชนนำการภาวนาเข้าไปอยู่ในทุกช่วงเวลาของชีวิต ตั้งแต่เช้าจนถึงกลางคืน และทำให้การใช้ชีวิตในแต่ละวันกลายเป็นการรอคอยพระเจ้าด้วยความหวัง


“ในเวลาเช้า เราเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความเชื่อและการขอบพระคุณ ในเวลาเที่ยงวัน เราขอพละกำลังเพื่อให้ยังคงซื่อสัตย์ท่ามกลางการทำงาน ในเวลาเย็น เมื่อการทำงานของเราสิ้นสุดลง การทำวัตรเย็นจะอยู่กับเราในช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า และในเวลากลางคืน เราหลับลงพร้อมมอบตัวเองไว้ในสันติสุขของพระเจ้า”


“การสวดทำวัตรในแต่ละช่วงเวลาคือการกระทำแห่งความหวัง ตลอดการเดินทางบนโลกนี้ เราตื่นเฝ้าและรอคอยพร้อมกับศาสนจักรทั้งมวล เพื่อรอวันที่พระเจ้าจะเสด็จกลับมาอย่างรุ่งโรจน์” พระสันตะปาปาตรัสในตอนท้าย


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/audiences/2026/documents/20260805-udienza-generale.html 


Comments