โป๊ปเล่าพื้นเพครอบครัวของพระองค์คือผู้อพยพ ย้ำ อเมริกามีคุณค่าเพราะเสรีภาพ โอกาส และการเปิดรับผู้คนจากทั่วโลก
➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงเผย ครอบครัวของพระองค์มีทั้งผู้อพยพ คนที่เคยเป็นทาส และนายทาส พร้อมย้ำ การเปิดรับผู้คนจากทั่วโลกมาหลายชั่วอายุคนคือหนึ่งในสิ่งที่ทำให้พระองค์รักสหรัฐอเมริกา
➡️ ทรงสอน การต้อนรับผู้อพยพด้วยความเมตตาและความเอื้อเฟื้อ ไม่ได้เป็นเพียงการช่วยเหลือ แต่คือการยอมรับศักดิ์ศรีที่มนุษย์ทุกคนมี
➡️ ทรงย้ำ มองตัวเองเป็นพระสันตะปาปาที่บังเอิญเป็นชาวอเมริกัน เพราะภารกิจสำคัญคือการดูแลศาสนจักรและพูดกับผู้คนทั่วโลก
➡️ ทรงชี้ ดนตรีสามารถนำเสียงที่แตกต่างกันมารวมเป็นหนึ่ง พร้อมภาวนาให้สันติภาพเกิดขึ้นในทุกพื้นที่ที่ยังเผชิญความรุนแรง
ช่วงเย็นวันพุธที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงให้สัมภาษณ์ ทอม ยามาส ผู้ประกาศข่าวจากสถานีโทรทัศน์ NBC ที่บอร์โก้ เลาดาโต ซี (ศูนย์การศึกษาด้านนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่สวนของวังฤดูร้อน คาสเตล กันดอลโฟ) โดยพระองค์ได้กล่าวถึงรากเหง้าของครอบครัว ความรักที่มีต่อสหรัฐอเมริกา ผู้อพยพ และความหมายของการเป็นพระสันตะปาปาชาวอเมริกันองค์แรก
ในวันเดียวกันนี้เอง พระสันตะปาปายังเป็นประธานในงาน “คอนเสิร์ตเพื่อสันติภาพ” ซึ่งมีอันเดรอา โบเชลลี่ นักร้องโอเปร่าชื่อดังชาวอิตาลี พร้อมด้วยคณะนักร้องประสานเสียงเด็กและเยาวชนกว่า 160 คนจากอิตาลีและพื้นที่ต่างๆ ของโลกที่กำลังเผชิญวิกฤตเข้าร่วมงานด้วย
ในส่วนใจความสำคัญที่พระสันตะปาปาแบ่งปันนั้น Pope Report เรียบเรียงมาให้ดังนี้
1. รักอเมริกาเพราะเสรีภาพ โอกาส และการเปิดรับผู้คนจากทั่วโลก
ทอม ยามาส ถามพระสันตะปาปาว่า พระองค์รักอะไรเกี่ยวกับสหรัฐอเมริกา พระสันตะปาปาผู้เกิดที่เมืองชิคาโก้ตอบว่า สิ่งสำคัญคือหลักการที่ประเทศยืนหยัด ทั้งเสรีภาพ โอกาส และการต้อนรับผู้คนจากทั่วโลกให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมอเมริกัน
“มีหลายสิ่งมาก หากพูดถึงหลักการ สิ่งที่อเมริกายืนหยัดคือความรู้สึกถึงอิสรภาพ ความรู้สึกถึงโอกาส และการเป็นประเทศที่ต้อนรับผู้คนจากทั่วโลกมาหลายชั่วอายุคน เพื่อให้พวกเขาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอเมริกา” พระสันตะปาปาตรัส
2. ครอบครัวมีทั้งผู้อพยพ คนที่เคยเป็นทาสและนายทาส
พระสันตะปาปาทรงเชื่อมโยงเรื่องผู้อพยพกับประวัติครอบครัวของพระองค์เอง โดยเผยว่า ปู่ย่าตายายเป็นผู้อพยพ ขณะที่ครอบครัวฝ่ายมารดามีประวัติทั้งในฐานะผู้ที่เคยตกเป็นทาสและผู้ที่เคยเป็นนายของทาส
“พ่อมาจากครอบครัวที่ปู่ย่าตายายเป็นผู้อพยพ ส่วนทางครอบครัวของแม่ พวกเรามีทั้งคนที่เคยเป็นทาสและคนที่เคยเป็นนายของทาส” พระสันตะปาปาตรัสแบ่งปันรากเหง้าของครอบครัว
จากการศึกษาประวัติความเป็นมาของครอบครัวพระสันตะปาปาเมื่อปีที่แล้ว พบว่า ครอบครัวมีเชื้อสายทั้งคิวบา อิตาลี และฝรั่งเศส รวมถึงเชื้อสายอื่นๆ สิ่งนี้ พระสันตะปาปามองว่า ประวัติครอบครัวเช่นนี้ช่วยให้พระองค์เข้าใจคุณค่าของความหลากหลายในสหรัฐอเมริกา
“ประวัติศาสตร์นี้ทำให้พ่อเติบโตขึ้นมาท่ามกลางประสบการณ์ที่ช่วยให้พ่อมองเห็นสิ่งที่มีค่าที่สุดอย่างหนึ่งของสหรัฐอเมริกา และพ่อยังคงยึดมั่นในหลักการต่างๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งของความเป็นอเมริกันมาหลายปี พร้อมหวังว่าสิ่งเหล่านี้จะดำเนินต่อไป” พระสันตะปาปาทรงย้ำ
3. การต้อนรับผู้อพยพคือการยอมรับศักดิ์ศรีมนุษย์
พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงให้ความสำคัญกับชีวิตและความทุกข์ของผู้อพยพมาตลอดสมณสมัย พระองค์ทรงย้ำว่า การปกป้องชีวิตตามความเชื่อคาทอลิกต้องรวมถึงการต้อนรับ ปกป้อง และช่วยเหลือผู้อพยพด้วย
“การต้อนรับผู้อพยพด้วยความเมตตาและความเอื้อเฟื้อ ไม่ได้เป็นเพียงการแสดงความรักเมตตาเท่านั้น แต่ยังเป็นการยอมรับศักดิ์ศรีที่มนุษย์ทุกคนมี” พระสันตะปาปาทรงเขียนไว้ในจดหมายถึงสหรัฐอเมริกา
ทั้งนี้ พระสันตะปาปาเลโอยังเลือกใช้โอกาสครบรอบ 250 ปีแห่งการประกาศเอกราชของสหรัฐอเมริกา เพื่อเสด็จเยือนเกาะลัมเปดูซา ซึ่งเป็นจุดหมายของผู้อพยพจำนวนมากที่เสี่ยงชีวิตเดินทางข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยนจากแอฟริกาเข้าสู่ยุโรปด้วย
4. เป็นพระสันตะปาปาก่อนเป็นชาวอเมริกัน
ทอม ยามาส ถามถึงโอกาสเสด็จเยือนสหรัฐอเมริกา พระสันตะปาปาตรัสว่า ยังไม่มีแผนที่กำหนดไว้อย่างแน่นอน แต่หวังว่าจะได้เดินทางไปในเร็วๆ นี้
“พวกเขาจะได้พบพ่อที่นั่น บังเอิญว่าวันนี้พวกเรากำลังดูปฏิทินสำหรับช่วงสองสามปีข้างหน้า ยังไม่มีอะไรถูกกำหนดไว้อย่างแน่นอน แต่พ่อหวังอย่างยิ่งว่าจะได้ไปที่นั่นในเร็วๆ นี้”
อย่างไรก็ตาม พระสันตะปาปาทรงย้ำว่า แม้จะรักสหรัฐอเมริกาและครอบครัวยังคงอาศัยอยู่ที่นั่น แต่พระองค์ต้องให้ความสำคัญกับภารกิจในฐานะพระสันตะปาปาก่อน
“เพื่อให้ชัดเจน พ่อมองตัวเองว่าเป็นพระสันตะปาปาที่บังเอิญเป็นชาวอเมริกัน พ่อไม่ได้ต้องการลดความหมายของการเป็นชาวอเมริกัน พ่อเกิดในสหรัฐอเมริกา ครอบครัวของพ่อยังอยู่ในสหรัฐอเมริกา และพ่อมีความรักอย่างมากต่ออเมริกา แต่พ่อเข้าใจว่าภารกิจของตนมีสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง นั่นคือการดูแลศาสนจักรทั่วโลก รวมถึงการมีเสียงและโอกาสที่จะพูดกับผู้คนทั่วโลก” พระสันตะปาปาทรงย้ำ
พระสันตะปาปาจากคณะออกัสติเนี่ยนยอมรับว่า การเป็นพระสันตะปาปาชาวอเมริกันองค์แรกมีความหมายอย่างมากต่อประชาชนในประเทศบ้านเกิด โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากการตอบรับที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ค.ศ. 2025
5. ดนตรีนำเสียงที่แตกต่างกันมารวมเป็นหนึ่ง
ในส่วนของคอนเสิร์ตเพื่อสันติภาพที่จัดนั้น พระสันตะปาปาทรงกล่าวแบ่งปันกับทุกคนว่า แม้มนุษย์จะแตกต่างกัน แต่ดนตรีสามารถทำให้ทุกเสียงมารวมกันได้ โดยแต่ละคนยังคงมอบสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของตนแก่ส่วนรวม
“ดนตรีมีความสามารถอันน่าทึ่งในการนำเสียงที่แตกต่างกันมารวมเป็นเสียงเดียวกัน โดยแต่ละเสียงต่างมอบสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของตนให้กับส่วนรวม” พระสันตะปาปาตรัส
ตอนท้าย พระสันตะปาปาทรงภาวนาเพื่อผู้คนในทุกพื้นที่ของโลกที่ยังคงเผชิญกับสงครามและความรุนแรง “พ่อภาวนาขอให้สันติภาพเกิดขึ้นในบ้านของพวกท่าน และในทุกสถานที่ทั่วโลกที่ยังคงทุกข์ทรมานจากความรุนแรง”
Source:

Comments
Post a Comment