โป๊ปเตือนสติ วัฒนธรรมบริโภคนิยมสร้างความต้องการไม่รู้จบ แต่ความสัมพันธ์กับพระเจ้าคือสิ่งเติมเต็มชีวิตอย่างแท้จริง

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงเตือนสติ วัฒนธรรมบริโภคนิยมสร้างความต้องการใหม่ๆ เพื่อขายสิ่งที่เหมือนจะตอบโจทย์ความต้องการของชีวิต มันไม่เคยทำให้เราพอใจกับสิ่งที่มี เราต้องมองให้ออกและต้องตระหนักว่า ความสัมพันธ์กับพระเจ้าต่างหากคือสิ่งเติมเต็มชีวิตของเราอย่างแท้จริง


➡️ ทรงสอน อาณาจักรพระเจ้าเปรียบเหมือนขุมทรัพย์และไข่มุกล้ำค่า เมื่อเราได้พบสิ่งที่มีคุณค่าอย่างแท้จริง การละทิ้งสิ่งอื่นจึงไม่ใช่การสูญเสีย แต่เป็นการได้สิ่งที่ดีกว่า


➡️ ทรงย้ำ พระเยซูทรงเรียกคนที่แตกต่างกันให้มาเป็นหนึ่งเดียวกัน พระเจ้าไม่เลือกปฏิบัติ แต่มอบความรักให้ทุกคน โดยเฉพาะคนต่ำต้อยและคนที่ถูกทอดทิ้ง


➡️ ทรงเรียกร้องให้ยุติการโจมตีในดินแดนศักดิ์สิทธิ์และตะวันออกกลาง พร้อมกลับสู่การเจรจา เพื่อหาทางออกที่เคารพศักดิ์ศรีและสิทธิของทุกคน

Photo Credit: Vatican Media


ช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงออกมานำสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าวที่คาสเตล กันดอลโฟ พร้อมแบ่งปันข้อคิดจากพระวรสารเรื่องขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่และไข่มุกล้ำค่า (แม็ทธิว 13:44-52) พระสันตะปาปาอธิบายว่า อุปมาสองเรื่องกล่าวถึงคนที่ได้พบสิ่งที่มีค่ามากกว่าที่เคยคาดหวัง จนการขายหรือละทิ้งทุกสิ่งไม่ใช่การสูญเสียอีกต่อไป แต่เป็นการได้สิ่งที่มีค่ากว่าเดิม


ในส่วนใจความสำคัญที่พระสันตะปาปาแบ่งปัน Pope Report เรียบเรียงมาให้ดังนี้


1. การได้พบพระเจ้าไม่ได้ทำให้ชีวิตแคบลง แต่เปิดชีวิตให้กว้างขึ้น


พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการสอนว่า การตอบรับเสียงเรียกของพระเยซูเป็นการตัดสินใจอย่างอิสระ แต่เมื่อเราได้พบอาณาจักรพระเจ้าอย่างแท้จริง การตอบรับนี้จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต


“อุปมาเหล่านี้ถ่ายทอดความประหลาดใจของผู้ที่ค้นพบสิ่งซึ่งมีค่ามากเกินกว่าที่เขาเคยหวังไว้ จนการขายหรือละทิ้งทุกสิ่งไม่ใช่การเสียสละอีกต่อไป แต่กลับเป็นการได้สิ่งที่ดีกว่า”


“การได้พบอาณาจักรพระเจ้าคือจุดเปลี่ยน ซึ่งไม่ได้ทำให้ชีวิตของเรามีข้อจำกัดมากขึ้น แต่กลับเปิดชีวิตให้กว้างขึ้น หากมีสิ่งใดในตัวเราที่ต้องเปลี่ยน ก็เพื่อให้ชีวิตของเราเปิดรับโอกาสที่มากขึ้น ไม่ใช่น้อยลง” พระสันตะปาปาตรัสแบ่งปัน


2. อาณาจักรพระเจ้าเรียกทุกคน ไม่ว่าจะแตกต่างกันเพียงใด


จากนั้น พระสันตะปาปาทรงชี้ว่า พระเยซูใช้อุปมาที่มีผู้คนหลากหลายเป็นตัวละคร ทั้งชาวนา พ่อค้า ชาวประมง ธรรมาจารย์ ผู้หญิง กษัตริย์ คนเลี้ยงแกะ และเกษตรกร เพื่อแสดงให้เห็นว่า ทุกคนสามารถเข้าใจและตอบรับอาณาจักรพระเจ้าได้


“อาณาจักรพระเจ้าเผยความงดงามอันประเมินค่าไม่ได้ในรูปแบบที่แตกต่างกัน แต่เรียกทุกคน ทั้งชายและหญิง คนหนุ่มสาวและผู้สูงอายุ คนร่ำรวยและคนยากจน ให้เปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างลึกซึ้ง ทุกคนสามารถเข้าใจและถูกดึงดูดให้เข้าหาอาณาจักรพระเจ้าได้”


พระสันตะปาปายังเชื่อมโยงคำสอนนี้กับศาสนจักร ซึ่งประกอบด้วยผู้คนที่แตกต่างกันทั้งภูมิหลัง วัฒนธรรม ความสามารถ และหน้าที่ แต่ทุกคนได้รับเรียกให้เป็นหนึ่งเดียวกันในพระเยซู


“พระเยซูคือขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ คือไข่มุกล้ำค่า และคืออวนที่รวบรวมผู้ที่กระจัดกระจายให้มาอยู่ด้วยกัน ตั้งแต่เริ่มต้น พระเยซูทรงเรียกและรวบรวมผู้คนที่หากไม่มีพระองค์ พวกเขาคงไม่มีวันได้รู้จักกัน”


“ด้วยวิธีนี้ พระองค์ทรงแสดงให้เห็นว่า พระเจ้าไม่เลือกปฏิบัติ แต่ทรงมอบความรักให้ทุกคนโดยไม่คิดสิ่งตอบแทน โดยเฉพาะคนเล็กคนน้อยและผู้ที่ถูกทอดทิ้ง” พระสันตะปาปาทรงย้ำ


3. เราต้องมองให้ออกว่าอะไรคือสิ่งสำคัญอย่างแท้จริงต่อชีวิต


พระสันตะปาปาทรงเตือนว่า วัฒนธรรมบริโภคนิยมมีอิทธิพลต่อความต้องการของมนุษย์ โดยสร้างความต้องการใหม่ๆ ขึ้นตลอดเวลา เพื่อพยายามขายสิ่งที่อ้างว่าจะตอบโจทย์ชีวิต แต่กลับไม่เคยทำให้เราอิ่มใจอย่างแท้จริง


พระสันตะปาปาจากคณะออกัสติเนี่ยน ตรัสว่า “ขณะที่วัฒนธรรมบริโภคนิยมมีอิทธิพลต่อรสนิยมของเรา สร้างความต้องการใหม่ๆ ขึ้นอยู่ตลอดเวลา เพียงเพื่อขายทางแก้ที่ไม่เคยทำให้เราอิ่มใจ และบางครั้งยังเป็นพิษต่อหัวใจ เราต้องเรียนรู้ที่จะมองให้ออกว่า อะไรคือสิ่งที่สำคัญอย่างแท้จริง”


“สิ่งนั้นคือขุมทรัพย์แห่งความสัมพันธ์กับพระเจ้า ซึ่งเปิดเราให้พบความยินดี และช่วยให้เราดำเนินความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้อย่างเต็มที่มากขึ้น”


4. วอนขอให้หยุดการโจมตีในตะวันออกกลางและกลับเข้าสู่การเจรจา


หลังการสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว พระสันตะปาปาทรงกล่าวถึงความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งทำให้ประชาชนทั้งในเขตเวสต์แบงก์และกาซาต้องตกเป็นเหยื่ออีกครั้ง


“พ่อขอเรียกร้องจากใจให้ทุกฝ่ายกลับเข้าสู่การเจรจา เพื่อหาทางออกทางการเมืองที่ยุติธรรม โดยตั้งอยู่บนศักดิ์ศรีและสิทธิที่เท่าเทียมกันของมนุษย์ทุกคน ขณะเดียวกัน พ่อขอเรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการทางทหารเพิ่มเติมและการตัดสินใจเพียงฝ่ายเดียว โดยเฉพาะการกระทำที่ไม่เคารพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของทุกศาสนา และข้อตกลงเดิมที่ใช้ดูแลสถานที่เหล่านั้น” พระสันตะปาปาตรัสขอร้อง


พระสันตะปาปายังกล่าวถึงสถานการณ์ทั่วตะวันออกกลาง ซึ่งการเพิ่มระดับปฏิบัติการทางทหารกำลังทำให้ประชาชนจำนวนมากตกอยู่ในอันตราย และทำให้ปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มกับไฟฟ้ารุนแรงขึ้น


พระสันตะปาปาตรัสว่า “จากส่วนลึกของหัวใจ พ่อขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหยุดการโจมตี และรีบเปิดหนทางแห่งการเสวนาและการทูตอีกครั้ง เพื่อให้สันติภาพที่ผู้คนทั่วทั้งภูมิภาคเฝ้ารอเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด”


5. ผู้สูงอายุคือของขวัญแก่ศาสนจักรและสังคม


เนื่องในวันผู้สูงอายุและปู่ย่าตายายโลก ครั้งที่ 6 ซึ่งใช้หัวข้อจากถ้อยคำของประกาศกอิสยาห์ว่า “เราจะไม่มีวันลืมเจ้า” (อิสยาห์ 49:15) พระสันตะปาปาทรงขอให้ทุกคนขอบคุณพระเจ้าสำหรับผู้สูงอายุ พร้อมเคารพและเห็นคุณค่าของบทบาทที่พวกท่านเหล่านั้นมีอยู่ในตัว


“ขอให้เราร่วมกันขอบคุณพระเจ้าสำหรับของขวัญที่ผู้สูงอายุมอบให้แก่ศาสนจักรและสังคม และขอให้เราตั้งใจเคารพและเห็นคุณค่าของบทบาทอันล้ำค่าที่พวกท่านมี พร้อมดูแลให้พวกเขาได้รับความเอาใจใส่ ความสนใจ และความช่วยเหลือที่สมควรได้รับอยู่เสมอ”


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/angelus/2026/documents/20260726-angelus.html 


Comments