โป๊ปสอน พระเจ้าไม่ได้เปลี่ยนโลกด้วยอำนาจ แต่ทรงทำงานผ่านสิ่งเล็กๆ อย่างเงียบๆ
➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอน พระเจ้าไม่ได้บังคับให้ใครยอมรับพระองค์ แต่ทรงทำงานผ่านสิ่งเล็กๆ อย่างเงียบๆ พร้อมปล่อยให้มนุษย์มีอิสระที่จะยอมรับหรือปฏิเสธพระองค์
➡️ ทรงย้ำ อาณาจักรพระเจ้ายังคงเติบโตแม้อยู่ท่ามกลางความชั่ว เราจึงต้องฝึกมองเห็นความดีที่กำลังงอกขึ้นเหมือนเมล็ดพันธุ์ที่ดี และไม่รีบด่วนตัดสินผู้อื่น
➡️ ทรงเตือน คริสตชนและศาสนจักรต้องไม่ใช้อำนาจและกำลังเพื่อบังคับให้คนอื่นทำตามเรา แต่เราต้องทำตัวให้เล็กลงและรับใช้ผู้อื่น
➡️ ทรงขอร้อง อย่าลืมผู้ที่กำลังทุกข์ทรมานและเสียชีวิตจากสงคราม พร้อมขอให้ทุกคนร่วมภาวนาและทำงานเพื่อสันติภาพอย่างต่อเนื่อง

Photo Credit: Vatican Media
ช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงออกมานำสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าวที่คาสเตล กันดอลโฟ พร้อมแบ่งปันข้อคิดจากพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญแม็ทธิว (แม็ทธิว 13:24-43) เรื่องข้าวสาลีกับวัชพืช เมล็ดมัสตาร์ด และเชื้อแป้ง พระสันตะปาปาทรงอธิบายว่า อุปมาทั้งสามเรื่องเผยให้เห็นวิธีที่อาณาจักรพระเจ้าเข้ามาในประวัติศาสตร์ ทำงานในชีวิตมนุษย์ และค่อยๆ เติบโต แผ่ขยาย และเปลี่ยนแปลงโลกจากภายใน
สำหรับใจความสำคัญที่พระสันตะปาปาแบ่งปัน Pope Report เรียบเรียงมาให้ดังนี้
1. พระเจ้าไม่ได้บังคับให้ใครยอมรับพระองค์
พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการสอนว่า พระเยซูใช้อุปมาทั้งสามเรื่องเพื่อเตือนเรา ไม่ให้คิดว่าพระเจ้าเป็นผู้มีอำนาจที่เข้ามาบังคับและทำให้ทุกคนยอมรับพระองค์ แต่พระเจ้าเลือกทำงานผ่านสิ่งเล็กๆ และปล่อยให้มนุษย์มีอิสระ
“พระเยซูเตือนเราไม่ให้ตกอยู่ในการทดลองที่จะคิดว่า พระเจ้าเป็นผู้ทรงอำนาจที่บังคับให้ทุกคนยอมรับพระองค์ เข้ามายึดครองและปกครอง หรือเสด็จมาอย่างยิ่งใหญ่และมีชัย ตรงกันข้าม พระเจ้าเลือกสิ่งเล็กๆ ซึ่งเป็นเครื่องหมายของความรักที่ไม่ยัดเยียด พระองค์ปล่อยให้เรามีอิสระที่จะยอมรับหรือปฏิเสธพระองค์ ความรักของพระองค์ยังคงปรากฏอยู่แม้ท่ามกลางวัชพืช ทำงานอยู่โดยที่เรามองไม่เห็นเหมือนเมล็ดพันธุ์ที่เล็กที่สุด และทำให้แป้งฟูขึ้นโดยไม่ส่งเสียง” พระสันตะปาปาตรัสแบ่งปัน
2. อย่าด่วนตัดสิน แต่จงมองหาความดีที่กำลังเติบโต
พระสันตะปาปาทรงชี้ว่า บางครั้งมนุษย์คาดหวังให้พระเจ้าเข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกอย่างทันที และกำจัดความชั่วออกไปจากโลก แต่ในความเป็นจริง อาณาจักรของพระเจ้ายังคงเติบโตแม้อยู่ท่ามกลางความชั่ว เหมือนข้าวสาลีที่เติบโตอยู่ท่ามกลางวัชพืช
“บางครั้งเราคาดหวังให้พระเจ้าทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่และน่าตื่นตาตื่นใจ เราต้องการให้พระองค์เข้ามาจากเบื้องบน และถอนรากวัชพืชแห่งความชั่วออกไปทันที เราจินตนาการถึงพระเจ้าผู้แข็งแกร่งและทรงอำนาจ และน่าเสียดายที่เรายังนำภาพนี้มาเป็นแบบในการดำเนินชีวิตคริสตชนและการเป็นศาสนจักรด้วย”
“แต่อาณาจักรพระเจ้ายังคงแผ่ขยายแม้อยู่ท่ามกลางวัชพืช เราจึงต้องฝึกสายตาเพื่อมองเห็นความดีที่กำลังงอกขึ้น แม้อยู่ท่ามกลางความมืดของความชั่ว และไม่รีบด่วนตัดสิน” พระสันตะปาปาทรงย้ำ
พระสันตะปาปาชาวอเมริกันยังเปรียบอาณาจักรพระเจ้ากับเมล็ดพันธุ์เล็กๆ และเชื้อแป้ง ซึ่งต้องอาศัยเวลาและความอดทน จึงจะมองเห็นการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
“อาณาจักรพระเจ้ามาเหมือนเมล็ดพันธุ์ที่เล็กที่สุด จึงเรียกร้องให้เรามีความอดทน เพื่อให้เรามองเห็นพระเจ้าในสิ่งเล็กๆ ของชีวิตประจำวันและในความเรียบง่ายของชีวิตธรรมดา”
“อาณาจักรพระเจ้าเติบโตอย่างมองไม่เห็น เหมือนเชื้อแป้งในแป้ง ด้วยเหตุนี้ เราจึงไม่ต้องหมดกำลังใจ แต่ได้รับเชิญให้มีความเชื่อ แม้ในเวลาที่ดูเหมือนว่าพระเจ้าไม่อยู่ เพราะความจริงแล้ว พระองค์ทรงอยู่กับเราเสมอ และความรักของพระองค์พร้อมช่วยเหลือเราอยู่ตลอดเวลา” พระสันตะปาปาทรงสอน
3. ศาสนจักรต้องไม่ใช้อำนาจเพื่อบังคับให้คนอื่นทำตามเรา แต่เราต้องรับใช้ผู้อื่น
ช่วงท้าย พระสันตะปาปาสอนว่า วิธีที่พระเจ้าทรงทำงานต้องกลายเป็นวิธีดำเนินชีวิตของคริสตชนและศาสนจักรด้วย คือไม่รีบตัดสินผู้อื่น ไม่ใช้อำนาจเพื่อบังคับให้คนอื่นทำตามเรา และไม่หมดความไว้วางใจในการทำงานของพระเจ้า
“เราได้รับเรียกให้ดำเนินชีวิตตามพระวรสาร โดยไม่รีบต่อต้านผู้อื่นด้วยการตัดสินอย่างหยิ่งผยอง ไม่ใช้อำนาจและกำลังเพื่อบังคับให้คนอื่นทำตามเรา และไม่สูญเสียความไว้วางใจในการทำงานของพระเจ้า”
พระสันตะปาปาจากคณะออกัสติเนี่ยนยังยกคำกล่าวของ คาร์ดินัล โจเซฟ รัตซิงเกอร์ (พระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16) มาอธิบายว่า การเป็นคริสตชนต้องดำเนินตามแนวทางของเมล็ดพันธุ์ที่พระเจ้าหว่านไว้ ไม่ใช่ตามแนวทางของความสำเร็จและความยิ่งใหญ่
“เราต้องยอมดำเนินชีวิตตามแนวทางของเมล็ดพันธุ์ ซึ่งไม่ใช่แนวทางของความสำเร็จและความยิ่งใหญ่ แต่เป็นการทำตัวให้เล็กลงและรับใช้ผู้อื่น ด้วยวิธีนี้ เราจะเป็นเหมือนเมล็ดพันธุ์เล็กๆ แห่งพระวรสารที่งอกขึ้น และเป็นเชื้อแป้งแห่งความรักที่เปลี่ยนแปลงโลก” พระสันตะปาปา ทรงย้ำ
4. อย่าลืมผู้ที่กำลังทุกข์ทรมานและเสียชีวิตจากสงคราม
หลังการสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว พระสันตะปาปาทรงกล่าวถึงสงครามในหลายประเทศที่ยังคงรุนแรง พร้อมขอให้ทุกคนไม่ลืมผู้ที่กำลังทุกข์ทรมานและเสียชีวิต
พระสันตะปาปา ตรัสว่า “เรายังคงติดตามด้วยความกังวลต่อเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในหลายประเทศ ซึ่งถูกทำลายจากสงครามและความรุนแรง ขออย่าให้เราลืมผู้ที่กำลังทุกข์ทรมานและเสียชีวิตจากความขัดแย้งเหล่านี้ และขอให้เราร่วมภาวนาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับความพยายามอย่างจริงใจเพื่อสร้างสันติภาพ”
Source:
- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/angelus/2026/documents/20260719-angelus.html
Comments
Post a Comment