โป๊ปสอน พระเจ้าไม่เคยหยุดเชื่อในเรา แม้บางครั้งเราเองยังมองไม่เห็นความดีในตัวเอง
➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอน พระเจ้าไม่เคยเหน็ดเหนื่อยที่จะหว่านพระวาจาลงในหัวใจเรา แม้บางครั้งหัวใจของเราจะแข็งกระด้าง วอกแวก หรือเต็มไปด้วยสิ่งที่ขัดขวางพระองค์
➡️ ทรงย้ำ พระเจ้ามองเห็นความดีที่สามารถเติบโตขึ้นในตัวเรา แม้บางครั้งตัวเราเองจะมองไม่เห็น และยังคงเชื่อในสิ่งที่เราสามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นได้
➡️ ทรงเตือน “ลมแห่งสงคราม” กำลังพัดอีกครั้งในตะวันออกกลาง ยูเครน และหลายพื้นที่ของโลก พร้อมย้ำ การเสวนา การพบปะ และการทูต คือหนทางเดียวสู่สันติภาพที่ยุติธรรมและยั่งยืน
ช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงออกมานำสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าวที่คาสเตล กันดอลโฟ พร้อมแบ่งปันข้อคิดจากพระวรวสารวันนี้ (แม็ทธิว 13:1-23) เรื่องผู้หว่าน ซึ่งกล่าวถึงเมล็ดพันธุ์ที่ตกลงบนพื้นดินแตกต่างกัน พระสันตะปาปาทรงอธิบายว่า พระเยซูเป็นพระวาจาของพระเจ้าที่เสด็จมาเป็นมนุษย์ และมอบชีวิตเพื่อช่วยเราให้รอด พระบิดายังคงหว่านเมล็ดพันธุ์นี้ไปทั่วโลก เพื่อให้เมล็ดนั้นตกลงบนดินและบังเกิดผลมากมาย
สำหรับใจความสำคัญที่พระสันตะปาปาแบ่งปัน Pope Report เรียบเรียงมาให้ดังนี้
1. พระเจ้าไม่เคยหยุดหว่านพระวาจา แม้หัวใจของเราจะยังไม่พร้อม
พระสันตะปาปาเปรียบหัวใจมนุษย์กับพื้นดิน บางครั้งหัวใจของเราแข็งกระด้าง ไม่เปิดรับ หรือวอกแวกเหมือนทางเดิน พื้นหิน และพุ่มหนาม แต่บางครั้งหัวใจก็เปิดรับเหมือนดินดี จนความรักของพระเจ้าสามารถเติบโตและเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งได้
“เป็นความจริงที่บางครั้ง พระเจ้าพบว่าภายใน(ใจ)เราเป็นพื้นดินแข็งกระด้างและไม่ตอบสนอง บางครั้งก็เป็นพื้นดินที่วอกแวก เหมือนทางเดินที่ถูกเหยียบย่ำ พื้นหิน หรือพุ่มหนาม แต่ก็มีบางช่วงเวลาที่พระเจ้าพบพื้นดินที่เปิดรับและอุดมสมบูรณ์ เมื่อนั้น ความรักที่เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งก็เริ่มทำงาน อย่างที่เราแต่ละคนคงเคยสัมผัสมาแล้วในชีวิต”
“ด้วยเหตุนี้ พระบิดาจึงไม่เคยหยุดหว่าน เพราะพระองค์ทรงรู้ว่า พลังแห่งความรักของพระองค์แข็งแกร่งกว่าความอ่อนแอของเรา” พระสันตะปาปาตรัสแบ่งปัน
2. พระเจ้ามองเห็นความดีในตัวเรา แม้เราจะยังมองไม่เห็น
พระสันตะปาปายกคำสอนของนักบุญจอห์น คริสซอสตอม มาอธิบายว่า แม้การหว่านเมล็ดลงบนพื้นหิน ทางเดิน หรือพุ่มหนามอาจดูไม่สมเหตุสมผล แต่เมื่อเป็นเรื่องของหัวใจมนุษย์ พระเจ้ายังคงหว่าน เพราะพระองค์สามารถเปลี่ยนพื้นหินให้เป็นดินดีได้
“ในพระหัตถ์ของพระเจ้า เป็นไปได้ที่พื้นหินจะเปลี่ยนเป็นดินอุดมสมบูรณ์ ทางเดินจะไม่ถูกเหยียบย่ำอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ และพุ่มหนามจะถูกกำจัดออกไป เพื่อให้เมล็ดพันธุ์เติบโตได้อย่างปลอดภัย”
พระสันตะปาปาทรงย้ำว่า การที่พระเจ้ายังคงเชื่อในมนุษย์ ไม่ใช่เพราะพระองค์มองโลกแบบไร้เดียงสา แต่เพราะพระองค์ทรงรู้จักหัวใจเราดีกว่าที่เรารู้จักตัวเอง
“พระเจ้ามองเห็นความดีที่สามารถเติบโตขึ้นภายในเรา แม้บางครั้งตัวเราเองอาจมองไม่เห็น ด้วยเหตุนี้ พระเจ้ารู้จักพื้นดินในหัวใจของเราดีกว่าเรา จึงไม่เคยหยุดเชื่อในเรา ทั้งในสิ่งที่เราเป็น และในสิ่งที่เราสามารถเติบโตไปเป็นได้ในแต่ละวัน หากเราวางใจในพระองค์ด้วยความเชื่อ”
3. เมื่อเราเปิดใจรับพระวาจา ผลของพระจิตจะเติบโตและเปลี่ยนแปลงโลก
พระสันตะปาปายังสอนด้วยว่า เมื่อพระเจ้าหว่านเมล็ดพันธุ์ด้วยความใจกว้าง และมนุษย์รับพระวาจาด้วยความถ่อมตนและเปิดใจ ผลของพระจิตจะเติบโตขึ้นภายในเราและแผ่ขยายออกไปสู่ผู้อื่น
“ผลของพระจิตคือ ความรัก ความชื่นชมยินดี สันติ ความอดทน ความมีน้ำใจ ความดี ความซื่อสัตย์ ความอ่อนโยน และการรู้จักควบคุมตนเอง โลกของเราต้องการผลเหล่านี้อย่างยิ่ง ต้องการให้ผลเหล่านี้เติมเต็มและเปลี่ยนแปลงโลก”
“ขอให้เราเปิดพื้นที่สำหรับการฟัง การอ่าน และการรำพึงพระวาจาของพระเจ้า พร้อมกับการพักผ่อนและกิจกรรมที่ดีต่อร่างกายและจิตใจ รวมทั้งมีช่วงเวลาแห่งความเงียบและการภาวนาที่มีความหมาย ด้วยวิธีนี้ เราจะกลับไปทำหน้าที่ตามปกติด้วยร่างกายและจิตใจที่ได้รับการฟื้นฟู พร้อมประกาศข่าวดีแห่งพระวรสาร และช่วยให้อาณาจักรของพระเจ้าเติบโตขึ้น” พระสันตะปาปาตรัสในตอนท้าย
4. อย่าให้ลมแห่งสงครามดับเปลวไฟแห่งความหวังและสันติภาพ
หลังการสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว พระสันตะปาปาได้กล่าวถึงสงครามในตะวันออกกลาง ยูเครน และอีกหลายพื้นที่ของโลก ซึ่งยังคงนำความรุนแรง ความหวาดกลัว และความตายมาสู่ผู้บริสุทธิ์
“น่าเสียดายที่ลมแห่งสงครามกำลังพัดขึ้นอีกครั้งในตะวันออกกลาง ในยูเครน และในอีกหลายพื้นที่ของโลก พร้อมหว่านความรุนแรง ความหวาดกลัว และความตาย และทำร้ายผู้บริสุทธิ์จำนวนมากอีกครั้ง อย่าให้ลมเหล่านี้ดับเปลวไฟแห่งความหวังและสันติภาพ แม้ในเวลาที่เปลวไฟนั้นดูเปราะบางและสั่นไหวก็ตาม”
พระสันตะปาปาทรงปิดท้ายด้วยการย้ำว่า ไม่มีทางลัดสู่สันติภาพ แต่ทุกฝ่ายต้องอดทนเดินบนเส้นทางแห่งการพูดคุย การพบปะ และการทูต
“พ่อขอย้ำความหวังอีกครั้งว่า เราจะอดทนเดินต่อไปบนเส้นทางแห่งการเสวนา การพบปะ และการทูต เพราะนี่คือหนทางเดียวที่สามารถนำไปสู่สันติภาพที่ยุติธรรมและยั่งยืน ซึ่งประชาชน
Source:
- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/angelus/2026/documents/20260712-angelus.html

Comments
Post a Comment