โป๊ปสอนเด็กๆ เทคโนโลยีมีประโยชน์ แต่พระเจ้าไม่ได้มองโทรศัพท์ พระองค์มองหัวใจและชีวิตของเรา
➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอนเด็กๆ เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ดีและมีประโยชน์ แต่เมื่อเราอยู่ด้วยกัน ไม่จำเป็นต้องถือโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตตลอดเวลา
➡️ ทรงย้ำ มิตรภาพ ครอบครัว การพูดคุย การเล่นกัน และการภาวนาด้วยกัน สำคัญกว่า “การจมอยู่กับหน้าจอ”
➡️ ทรงแบ่งปัน GPS เคยพาพระองค์หลงทางหลายครั้ง นี่คือเหตุผลที่เราต้องเรียนรู้คิดด้วยตัวเอง ไม่พึ่งเทคโนโลยีมากเกินไป

Photo Credit: Vatican Media
ช่วงสายวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 เสด็จไปเยี่ยมค่ายฤดูร้อนสำหรับลูกหลานของพนักงานวาติกัน ภายในหอประชุมเปาโล ที่ 6 งานนี้ พระสันตะปาาปได้พบปะกับเด็กๆ และเยาวชน พร้อมตอบคำถามเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยี มิตรภาพ ครอบครัว และการเดินทาง ซึ่ง Pope Report สรุปประเด็นle8มาให้ดังนี้
1. เทคโนโลยีมีประโยชน์ แต่ไม่ควรแทนที่เพื่อน ครอบครัว และการอยู่ด้วยกันจริงๆ
คำถามแรกมาจาก “เฟเดริโก้” เขาเล่าว่าในค่ายฤดูร้อนนี้ ทุกคนมีความสุขแม้ไม่มีโทรศัพท์ แต่เมื่อกลับบ้าน พวกเขากลับรู้สึกยากมากที่จะเอาตัวเองออกจากหน้าจอ และกังวลว่าโลกดิจิทัลจะทำให้พวกเขาลืมเพื่อนที่อยู่รอบตัว
พระสันตะปาปาตรัสว่า “เทคโนโลยีอาจเป็นสิ่งที่ดีและเราต้องการมันสำหรับหลายเรื่อง แต่เมื่อเราอยู่ด้วยกัน เราไม่จำเป็นต้องมีโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตอยู่ในมือตลอดเวลา มันเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะสร้างความเป็นเพื่อนกัน ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน เล่นด้วยกัน หรือแม้แต่เรียนด้วยกัน เราทำสิ่งเหล่านี้ในฐานะมนุษย์ ไม่ใช่ในฐานะคอมพิวเตอร์หรือเครื่องจักร ไม่ใช่ในฐานะหุ่นยนต์เทคโนโลยี เราเป็นมนุษย์ เราเป็นคน”
พระสันตะปาปายังพูดถึงชีวิตครอบครัวว่า เวลาอยู่ด้วยกัน ไม่ควรเป็นแค่การนั่งอยู่ในที่เดียวกัน และต่างคนต่างมองโทรศัพท์ของตัวเอง เพราะครอบครัวเป็นพื้นที่ของการพูดคุย เล่น และภาวนาด้วยกัน
“แม้เราจะมีพระคัมภีร์หรือบทภาวนาบางบทในโทรศัพท์ได้ แต่พระเจ้าไม่ได้ต้องการมองโทรศัพท์ของเรา พระเจ้าต้องการมองหัวใจและชีวิตของเรา” พระสันตะปาปาทรงสอน
2. GPS ยังทำให้เราหลงทาง ดังนั้น เราต้องคิดเองให้เป็น
พระสันตะปาปาเตือนเด็กๆ โดยเฉพาะคนที่โตขึ้นมาหน่อยว่า แอพพลิเคชั่นและโปรแกรมจำนวนมากถูกออกแบบมาให้คนใช้รู้สึกติด และอยากกลับไปดูหน้าจออยู่เรื่อยๆ ดังนั้น เราควรกำหนดเวลาให้ตัวเอง เช่น กำหนดเวลาที่จะไม่ดูโทรศัพท์ หรือใช้เวลาคุยกับครอบครัวแทน
พระสันตะปาปาตรัสว่า “เราต้องระวังว่า แอปและโปรแกรมในโทรศัพท์หลายอย่างถูกออกแบบมาให้เราอยากหยิบขึ้นมาดูเรื่อยๆ จนค่อยๆ ติดมันโดยไม่รู้ตัว”
จากนั้น พระสันตะปาปาเชื่อมกับคำถามเรื่องการเดินทาง โดยเล่าว่า GPS เคยพาพระองค์ไปผิดทางหลายครั้ง ทั้งในอิตาลี ยุโรป เปรู และสหรัฐอเมริกา เรื่องนี้ทำให้พระองค์ย้ำกับเด็ก ๆ ว่า เทคโนโลยีช่วยเราได้ แต่ไม่ควรทำให้เราเลิกคิดเอง
พระสันตะปาปาตรัสว่า “เป็นเรื่องสำคัญที่จะไม่พึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไป ดีกว่ามากที่เราจะเรียนรู้ที่จะคิดด้วยตัวเอง และพัฒนาวิจารณญาณที่จำเป็น เพื่อรู้ว่าเรากำลังจะไปที่ไหนในชีวิต ในการเดินทางของเรา และในทุกสิ่งที่เราทำ”
พระสันตะปาปายังสอนเด็กๆแบบเรียบง่ายว่า “ขอให้ลูกๆตั้งใจเรียน ใช้ความสามารถที่พระเจ้าประทานให้ เราไม่จำเป็นต้องใช้โทรศัพท์ ถ้าสมองของเราทำงานอยู่”
3. ชีวิตที่เป็นอิสระจากหน้าจอ ต้องมีมิตรภาพ ครอบครัว และการภาวนา
พระสันตะปาปาสรุปว่า มนุษย์ไม่ได้เกิดมาเพื่อถูกผูกติดกับหน้าจอ แต่ต้องพัฒนาทั้งความเป็นมนุษย์และชีวิตฝ่ายจิต โดยเฉพาะการแสวงหาพระเจ้าในการภาวนา และการแสวงหาพระเจ้าร่วมกันในครอบครัว
พระสันตะปาปาตรัสว่า “เราไม่ได้ถูกเสียบปลั๊กติดกับสายเคเบิ้ลกันทุกคนใช่ไหม เราเป็นมนุษย์ เราควรใช้ชีวิตและพัฒนามิติความเป็นมนุษย์ของชีวิตเรา และเราควรหล่อเลี้ยงมิติฝ่ายจิตด้วย คือการแสวงหาพระเจ้าในการภาวนา แสวงหาพระเจ้าร่วมกันเป็นครอบครัว และใช้ชีวิตให้เป็นอิสระมากขึ้นอีกเล็กน้อย โดยไม่มีการพึ่งพาเทคโนโลยีแบบนี้”
ช่วงท้าย พระสันตะปาปาได้รับการแต่งตั้งจากเด็กๆให้เป็น “หัวหน้านักสำรวจ” โดยพระองค์ได้รับชุดอุปกรณ์นักสำรวจกับแผ่นป้ายที่ระลึกจากค่ายฤดูร้อนด้วย และก่อนกลับ พระสันตะปาปาบอกเด็กๆ ว่า อยากให้พวกเขากลับไปเล่าให้พ่อแม่ฟังว่า วันนี้ได้ภาวนากับพระสันตะปาปาด้วย
Source:
Comments
Post a Comment