โป๊ปชวนคริสตชน “จงเงยหน้าขึ้น” มองเพื่อนบ้านและโลกด้วยสายตาของพระเจ้า

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงเชิญชวนคริสตชนต้อง “เงยหน้าขึ้น” และเรียนรู้จากพระเยซูที่จะมองเพื่อนบ้าน ผู้คน และโลก ด้วยสายตาของพระเจ้า


➡️ ทรงย้ำ ปรากฏการณ์ผู้อพยพเป็นเรื่องซับซ้อน เราต้องมองปัญหานี้ด้วยมุมมองที่กว้างขึ้น เพราะนี่คือการบอกให้เรากลับไปอ่านพระวรสารใหม่ ผ่านการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การพบกัน และความเป็นพี่น้องกัน


➡️ ทรงยินดีข้อตกลงระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา พร้อมภาวนาให้สงครามยูเครนยุติ และขอให้พระเจ้าเปิดทางสู่การพูดคุยเพื่อสันติภาพที่ยุติธรรมและยั่งยืน

Photo Credit: Stefano Rellandini/AFP/Getty Images


ช่วงสายวันพุธที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงออกมาพบคริสตชนในการเข้าเฝ้าทั่วไป ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน วันนี้ พระสันตะปาปาแบ่งปันข้อคิดจากการเสด็จเยือนสเปนเมื่อสัปดาห์ก่อนให้ทุกคนได้ฟังกัน ซึ่ง Pope Report สรุปใจความสำคัญมาให้ดังนี้


1. ยุโรปไม่ใช่แค่ประวัติศาสตร์ในอดีต แต่เป็นมรดกที่ยังมีชีวิต


พระสันตะปาปาทรงเล่าถึงการพบปะในกรุงมาดริดและบาร์เซโลน่า การสวดสายประคำที่อารามมอนต์เซอร์รัต และการถวายมิสซาที่ซากราด้า ฟามีเลีย ซึ่งพระองค์มองว่าเป็นภาพของยุโรปที่เชื่อมความเก่าแก่กับโลกสมัยใหม่


พระสันตะปาปาตรัสว่า “การพบกันระหว่างความเก่าแก่และความทันสมัย ระหว่างธรรมประเพณีคาทอลิกและวัฒนธรรมร่วมสมัย ทำให้พ่อได้สัมผัสถึงเอกลักษณ์เฉพาะของยุโรปแบบโดยตรง ความมั่งคั่งที่ประเมินค่าไม่ได้ของยุโรป ในฐานะความจริงที่ยังมีชีวิต ไม่ใช่แค่สิ่งของในอดีต … มรดกนี้ต้องได้รับการดูแลอย่างจริงจัง เพื่อรับมือกับความท้าทายของโลกปัจจุบัน ทั้งสันติภาพ การดูแลสิ่งแวดล้อมและชีวิตมนุษย์ไปพร้อมกัน การพัฒนาที่ยุติธรรมและยั่งยืน ศักดิ์ศรีมนุษย์ และยุคเอไอ”


2. ใบหน้าของคนต่ำต้อยและคนยากจนทำให้เห็นความต้องการพระวรสารแห่งความหวัง


พระสันตะปาปาทรงแบ่งปันอีกว่า ตลอดการเสด็จเยือน พระองค์สัมผัสได้ว่าผู้คนจำนวนมากอยากได้ยิน “พระวรสารแห่งความหวัง” ท่ามกลางโลกที่ถูกทดสอบจากรูปแบบการพัฒนาที่หลอกลวง


พระสันตะปาปาตรัสว่า “พ่อมองเห็นความต้องการนี้ ซึ่งปรากฏออกมาในการแบ่งปันการเป็นประจักษ์พยานที่พ่อได้ฟัง นี่เป็นการแบ่งปันที่บางครั้งทำให้พ่อสะเทือนใจ บางครั้งมันช่วยยกระดับจิตใจ และพ่อเห็นความต้องการนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนใบหน้าของคนต่ำต้อยและคนยากจนที่พ่อได้พบ”


3. ผู้อพยพทำให้เราต้องกลับไปอ่านพระวรสารใหม่


เมื่อพูดถึงหมู่เกาะกานาเรียส พระสันตะปาปาชี้ว่า ที่นั่นทำให้พระองค์เห็นภาพใหญ่ของโลกปัจจุบัน เพราะเป็นพื้นที่ที่ศาสนจักรท้องถิ่นต้อนรับผู้อพยพจำนวนมาก โดยเฉพาะจากแอฟริกา


พระสันตะปาปาตรัสว่า “เรารู้ว่าปรากฏการณ์การอพยพเป็นเรื่องซับซ้อน และต้องการแผนการทำงานที่เป็นระบบและประสานกัน แต่การมองเรื่องนี้เปิดมุมมองอีกแบบหนึ่งที่กว้างกว่า ทำให้เราเข้าใจว่า เราถูกเรียกให้อ่านพระวรสารใหม่ในโลกยุคปัจจุบัน”


4. จงเงยหน้าขึ้น และมองโลกด้วยสายตาของพระเจ้า


ตอนท้าย พระสันตะปาปาทรงกลับไปยังคำขวัญของการเสด็จเยือนครั้งนี้ คือ “จงเงยหน้าขึ้น” ซึ่งมาจากถ้อยคำของพระเยซูต่อศิษย์กลุ่มแรก


พระสันตะปาปาตรัสว่า “พระเยซูตรัสถ้อยคำนี้กับศิษย์กลุ่มแรกของพระองค์ เพื่อสอนพวกเขาให้มองเห็นความปรารถนาชีวิต ความจริง และความครบครันในตัวผู้คนและในประชาชน ดังนั้น ขอให้เราเงยหน้าขึ้น ขอให้เราเรียนรู้จากพระเยซูที่จะมองเพื่อนบ้าน มองผู้คน และมองโลก ‘ด้วยสายตาของพระเจ้า’ นั่นคือด้วยความรัก ความเคารพ และความสงสารเห็นใจ”


5. ร่วมยินดีข้อตกลงระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา


หลังการเทศน์สอนจบลง พระสันตะปาปาทรงกล่าวถึงสถานการณ์โลก โดยทรงยินดีต่อข้อตกลงระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะมีการลงนามในวันศุกร์นี้


พระสันตะปาปาตรัสว่า “พ่อยินดีที่มีการบรรลุข้อตกลงระหว่างสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านและสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะมีการลงนามในวันศุกร์นี้”


พระองค์ยังกล่าวถึงสงครามในยูเครนที่ยังสู้รบกันอยู่ ทำให้มีผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตและวัดกับมรดกทางวัฒนธรรมถูกทำลาย


พระสันตะปาปาตรัสปิดท้ายว่า “พ่อขอเชิญทุกคนภาวนาเพื่อให้สงครามนี้ยุติลง ขอให้เราวอนขอพระเจ้าให้ทรงเปิดเส้นทางสู่การพูดคุย ดับความเกลียดชัง และทำให้สันติภาพที่ยุติธรรมและยั่งยืนเป็นจริงได้”


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/audiences/2026/documents/20260617-udienza-generale.html 


Comments