โป๊ปสอน ความเป็นหนึ่งเดียวในศาสนจักร เกิดความการรับฟังและมองหาจุดที่ความจริงของเราจะมาเจอกัน

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอน ความเป็นหนึ่งเดียวในศาสนจักร เกิดความการรับฟังและมองหาจุดที่ความจริงของเราจะมาเจอกัน ไม่ใช่เกิดการการยึดมั่นในจุดยืนของตัวเองอย่างแข็งกร้าวและไม่ฟังใคร


➡️ ทรงชี้ นักบุญเปโตรและนักบุญเปาโล แม้แตกต่างกันมากทั้งพื้นฐานครอบครัว การศึกษา และนิสัย แต่ทั้งสองไม่ได้เป็นคู่แข่งกัน ตรงกันข้าม ทั้งสองเป็นสัญลักษณ์ของความหลากหลายที่พระจิตนำทางไปสู่การรับใช้ ความเป็นหนึ่งเดียว และการคืนดี


➡️ ทรงแบ่งปัน เปโตรไม่ใช่คนดีเลิศสมบูรณ์แบบ เคยปฏิเสธพระเยซู เคยถูกเปาโลตำหนิ แต่เปโตรรู้จักสำนึกผิด กลับใจ และไม่ละทิ้งหน้าที่ ส่วนเปาโลยอมให้พระวาจาของพระเจ้าเปลี่ยนเขาจากหนทางแห่งความรุนแรงไปสู่หนทางแห่งความรัก


➡️ ทรงอธิบาย “ปัลลิอุม” ที่อาร์คบิช็อปได้ เตือนเราให้แบกพี่น้องไว้บนบ่าของตน และยอมเสียสละเวลา พลังกายพลังใจ ความพยายาม และแม้แต่ชีวิตเพื่อพวกเขา



Photo Credit: Vatican Media



ช่วงสายวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงเป็นประธานในพิธีมิสซาวันสมโภชนักบุญเปโตรและนักบุญเปาโล ซึ่งจัดขึ้นในมหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน ท่ามกลางผู้มาร่วมกว่า 5,500 คน พิธีนี้ พระสันตะปาปาทรงเสกและสวม “ปัลลิอุม” ให้แก่อาร์คบิช็อป 35 คนที่ได้รับแต่งตั้งใหม่ในรอบปีที่ผ่านมา (ปัลลิอุมคือแถบผ้าขนแกะสีขาวประดับด้วยกางเขน ซึ่งสื่อถึงพันธกิจของนายชุมพาบาล ผู้แบกประชากรของพระเจ้าที่ได้รับมอบหมายไว้บนบ่าของตน)


สำหรับใจความสำคัญของบทเทศน์ประจำพิธี Pope Report สรุปมาให้ดังนี้


1. เปโตรไม่ใช่คนดีเลิศทุกอย่าง แต่สร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันด้วยการรับฟัง 


พระสันตะปาปายกย่องนักบุญเปโตรเป็นคนที่พยายามรักษาความเป็นหนึ่งเดียวกันในกลุ่มคริสตชน นี่คือคนที่ใช้วิธีการรับฟังและหาทางออก


พระสันตะปาปาทรงกล่าวว่า “เปโตร ผู้ดูแลประชากรของพระเจ้า มักถูกนำเสนอในพันธสัญญาใหม่ว่าเป็นผู้พยายามรักษาความเป็นหนึ่งเดียวกันในหมู่พี่น้อง … เปโตรยังคงซื่อสัตย์ต่อพันธกิจนี้ แม้ในกรุงเยรูซาเล็ม เมื่อคำถามเรื่องการรับคนต่างศาสนาที่ไม่ได้เข้าสุหนัตให้รับศีลล้างบาป เกือบทำให้ชุมชนแตกแยก ท่านก็รวบรวมพี่น้องเข้าด้วยกัน ฟังพวกเขา และในที่สุด ภายใต้การนำของพระจิต ท่านตัดสินใจในทางที่รักษาความเป็นหนึ่งเดียวกัน และเปิดยุคใหม่สำหรับประชากรของพระเจ้าทั้งหมด”


อย่างไรก็ตาม พระสันตะปาปาทรงชี้ว่า ความใจกว้างของเปโตรไม่ได้หมายความว่าเปโตรเป็นคนสมบูรณ์แบบ เพราะเขาเคยปฏิเสธพระเยซู และยังเคยถูกเปาโลตำหนิเรื่องความไม่สอดคล้องกันของการกระทำบางอย่าง แต่สิ่งสำคัญคือ เปโตรรู้จักยอมรับความผิดพลาด กลับใจ และไม่ละทิ้งพันธกิจที่ได้รับมอบหมาย


พระสันตะปาปาตรัสว่า “ความใจกว้างนี้ไม่ได้หมายความว่าเปโตรเป็นคนสมบูรณ์แบบ เขาเคยปฏิเสธพระเยซู และจากนั้นจึงหลั่งน้ำตาด้วยความสำนึกผิดอย่างจริงใจ ในอีกสถานการณ์หนึ่ง เปาโลก็ได้ตำหนิเปโตรเรื่องความไม่สอดคล้องกันในการกระทำบางอย่างด้วย แต่เปโตรก็รู้จักยอมรับความผิดพลาดของตนเองและกลับใจ”


2. ความเป็นหนึ่งเดียวกันในศาสนจักร ไม่ได้เกิดจากการเอาความคิดตัวเองเป็นที่ตั้ง


พระสันตะปาปาทรงอธิบายสัญลักษณ์ “กุญแจ” ของเปโตรว่า “กุญแจไม่ได้พังประตูลง แต่เปิดและปิดประตูด้วยการหาคันบังคับที่เหมาะสมภายใน … เพื่อให้กลอนคลายออก สลักถอยกลับ และประตูหมุนได้อย่างอิสระบนบานพับของมัน ด้วยเหตุนี้ ห้องต่างๆ จึงเชื่อมต่อกัน และพื้นที่มากมายที่เคยแยกขาดจากกัน ก็เปลี่ยนเป็นบ้านหลังเดียวที่ต้อนรับทุกคน”


“ทำนองเดียวกัน ความเป็นหนึ่งเดียวกันภายในศาสนจักรไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยการยึดติดอย่างแข็งทื่อต่อจุดยืนของตนเอง แต่ด้วยการแสวงหาจุดที่สามารถพบกันได้ในหัวใจทุกดวง ภายในความจริง ซึ่งมีเพียงแสงสว่างของความจริงเท่านั้นที่ทำให้แต่ละคนกลายเป็นหนทางแห่งการเติบโตสำหรับอีกคนหนึ่ง”


“ภายใต้แสงสว่างนี้ เราสามารถเข้าใจพันธกิจที่พระเจ้ามอบหมายให้เปโตรและผู้สืบตำแหน่งของท่าน เพื่อประโยชน์ของประชากรศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดของพระเจ้าได้ พันธกิจนี้คือการฟังเสียงของแต่ละคน ด้วยความช่วยเหลือของพระองค์ การแยกแยะแรงบันดาลใจ การนำทาง การแก้ไขความผิดพลาด การสอน การให้กำลังใจ การตักเตือน และการร่วมเดินไปกับพี่น้องชายหญิงของเรา”


3. พระวาจาเปลี่ยนเปาโลจากหนทางแห่งความรุนแรงไปสู่หนทางแห่งความรัก


จากนั้น พระสันตะปาปาทรงกล่าวถึงนักบุญเปาโล อัครสาวกผู้ประกาศข่าวดีอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย โดยชี้ว่า สัญลักษณ์ของเปาโลคือหนังสือและดาบ ซึ่งเชื่อมโยงกับพลังของพระวาจาของพระเจ้า


พระสันตะปาปาทรงยกจดหมายถึงชาวฮีบรูมากล่าวว่า “พระวาจาของพระเจ้าทรงชีวิตและทรงพลัง คมยิ่งกว่าดาบสองคมใดๆ สามารถแทงทะลุ จนแยกวิญญาณและจิตใจออกจากกัน และสามารถวินิจฉัยความคิดและเจตนาของใจได้ นี่คือสิ่งที่พระเจ้ากระทำในหัวใจของเซาโลหนุ่ม ก่อนจะกลายเป็นเปาโล พระวาจาของพระเจ้าชนะใจเขา เปลี่ยนเขาจากผู้เบียดเบียนศาสนจักรให้เป็นผู้ประกาศพระวรสาร และนำเขาจากหนทางแห่งความรุนแรงไปสู่หนทางแห่งความรัก”


“อัครสาวกสำหรับคนต่างชาติยอมให้ตนเองได้รับการเปลี่ยนแปลงโดยพลังของพระวาจาของพระเจ้า ซึ่งช่วยท่านให้พ้นจากวิถีแห่งความรุนแรง และนำท่านเข้าสู่หนทางแห่งความรัก” พระสันตะปาปาทรงแบ่งปัน


4. “ปัลลิอุม” คือการแบกพี่น้องไว้บนบ่า เพื่อให้พระวรสารไปถึงทุกคน


ช่วงท้าย พระสันตะปาปาทรงเชื่อมโยงคำสอนเรื่องเปโตรและเปาโลเข้ากับพิธีมอบ “ปัลลิอุม” ที่จะมอบให้อาร์คบิช็อปใหม่ทั้ง 35 คน โดยชี้ว่า ผ้าขนแกะสีขาวประดับกางเขนนี้เป็นเครื่องหมายของพันธกิจนายชุมพาบาล


พระสันตะปาปาตรัสว่า “แถบผ้าขนแกะสีขาวที่ประดับด้วยกางเขนเหล่านี้ แท้จริงแล้วแสดงถึงความมุ่งมั่นของนายชุมพาบาลทุกคน และของคริสตชนทุกคนด้วย ที่จะรับพี่น้องชายหญิงที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลไว้บนบ่าของตน เหมือนลูกแกะจำนวนมากในฝูงแกะของพระเจ้าและเสียสละพลัง เวลา ความพยายาม และแม้แต่ชีวิตของตนเพื่อพวกเขา พวกเขาทำเช่นนี้เพื่อให้พระวรสารไปถึงทุกคน และเพื่อให้ทั้งโลกพบความกลมกลืนและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในพระวรสารนั้น” 


5. ความหลากหลายของศาสนจักรต้องนำไปสู่การรับใช้ ความเป็นหนึ่งเดียว และการคืนดี


หลังพิธีมิสซาจบลง พระสันตะปาปาทรงนำสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว โดยย้ำว่า วันสมโภชนักบุญเปโตรและนักบุญเปาโลเตือนเราว่า พระเจ้าทำให้เราแตกต่าง เพื่อให้เกิดความหลากหลาย ไม่ใช่ความแตกแยก


พระสันตะปาปาตรัสว่า “เปโตรและเปาโลอาจแตกต่างกันกัน … ในถิ่นกำเนิด การอบรม และนิสัย ไม่เพียงก่อนถูกเรียกเท่านั้น แต่หลังถูกเรียกด้วย พระเจ้าองค์เดียวของท่านทั้งสองไม่ได้ทำให้ท่านทั้งสองเหมือนกัน พระวรสารได้รับการเข้าใจและประกาศโดยแต่ละคนด้วยน้ำหนักเฉพาะของตนเอง และพระจิต ผู้ดลใจผู้เขียนพระคัมภีร์ ก็ทรงประสงค์ไม่ให้ความแตกต่างของท่านทั้งสองถูกปิดบังไว้ เพราะแท้จริงแล้ว ความแตกต่างเหล่านั้นถูกเล่าให้เราฟังในฐานะข่าวดี”


“เปโตรและเปาโลไม่ได้เป็นคู่แข่งกัน ตรงกันข้าม ท่านทั้งสองเกือบจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของความหลากหลาย ซึ่งพระจิตองค์เดียวประสานให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ดังนั้น องค์อุปถัมภ์ของศาสนจักรแห่งกรุงโรมได้ใช้ชีวิตผ่านความยากลำบากของความเป็นหนึ่งเดียว ได้รู้จักความเป็นหนึ่งเดียวนั้น ได้รับใช้ และประกาศความเป็นหนึ่งเดียวนั้นในฐานะศีลศักดิ์สิทธิ์แห่งชีวิตของพระเจ้า การเป็นพยานของท่านทั้งสองมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการทำให้การประทับอยู่ของคริสตชนในประวัติศาสตร์ มุ่งไปไม่ใช่สู่การครอบงำ แต่สู่การรับใช้ ความเป็นหนึ่งเดียว และการคืนดี” พระสันตะปาปาตรัสในตอนท้าย


Sources:


1. https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/homilies/2026/documents/20260629-pietro-e-paolo.html


2. https://www.vatican.va/content/leo-xiv/it/angelus/2026/documents/20260629-angelus.html 

Comments