โป๊ปสอน ความรักไม่ใช่การครอบครอง ความรักต้องยอมเสียสละบางอย่าง ความรักต้องแสดงออกผ่านการกระทำ

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอน การเสียสละตัวเองเพื่อติดตามพระเยซู จะเกิดผลต้องมี 3 อย่างคือความรักแบบไม่ครอบครอง ความรักแบบยอมเสียสละบางอย่าง และความรักที่แสดงออกผ่านการกระทำ


➡️ ทรงชี้ ความรักไม่ใช่การครอบครองคนที่เรารักไว้กับตัวเอง เช่น คนหนุ่มสาวที่เริ่มชีวิตแต่งงานและต้องออกจากบ้านพ่อแม่ของตนเพื่อมอบตัวเองให้คู่ชีวิต รวมถึงการเลี้ยงลูกให้เติบโตและสอนให้เขายืนได้ด้วยตัวเอง


➡️ ทรงย้ำ ความรักเกี่ยวข้องกับการยอมสูญเสีย เรื่องนี้อาจเข้าใจยากในโลกที่มองว่าการสูญเสียคือความอ่อนแอ และทำให้มนุษย์หมกมุ่นอยู่กับการครอบครองสิ่งต่างๆ แต่เราต้องยอมสูญเสียบางอย่าง เพื่อเปิดพื้นที่ให้อีกคนหนึ่ง ยอมเสียเวลาบางส่วนเพื่อรับฟังคนที่มีปัญหาจริงๆ


➡️ ทรงแนะ ความรักต้องแสดงออกผ่านการกระทำที่จับต้องได้ แม้จะเป็นสิ่งเล็กๆแค่ให้น้ำหนึ่งแก้วกับคนที่กระหายก็ตาม

Photo Credit: Vatican Media


ช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงออกมานำสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน วันนี้ พระสันตะปาปาแบ่งปันข้อคิดจากพระวรสารของนักบุญแม็ทธิว (10:37-42) ตอนที่พระเยซูสอนเกี่ยวกับการสละตนเองเพื่อติดตามพระองค์


ในส่วนใจความสำคัญของบทสอน Pope Report สรุปมาให้ดังนี้


1. ความรักเกี่ยวข้องกับ 3 สิ่งคือรักโดยไม่ยึดติดหรือครอบครอง การยอมสูญเสีย และการต้อนรับ


พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการชี้ว่า การเป็นศิษย์ของพระเยซูไม่ใช่แค่การทำสิ่งดีๆ ที่คนอื่นมองเห็นจากภายนอก แต่คือการมอบทั้งชีวิตเข้าสู่ความสัมพันธ์แห่งความรักกับพระองค์


พระสันตะปาปาตรัสว่า “เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงการกระทำภายนอกเท่านั้น แต่เป็นการมอบตัวเราเองทั้งหมดให้กับความสัมพันธ์แห่งความรักกับพระองค์ เพื่อให้เกิดผล ความรักต้องการอย่างน้อย 3 อย่าง ได้แก่ การรักโดยไม่ยึดติดหรือครอบครอง การยอมสูญเสีย และการต้อนรับ


2. ความรักไม่ใช่การครอบครองคนที่เรารักไว้กับตัวเอง


พระสันตะปาปาทรงอธิบายคำของพระเยซูที่ตรัสว่า “ผู้ใดรักบิดาหรือมารดามากกว่าเรา ผู้นั้นก็ไม่คู่ควรกับเรา และผู้ใดรักบุตรชายหรือบุตรสาวมากกว่าเรา ผู้นั้นก็ไม่คู่ควรกับเรา” โดยชี้ว่า พระเยซูไม่ได้สอนให้เรารักครอบครัวน้อยลง แต่สอนให้ความรักทุกความสัมพันธ์ได้รับความเต็มเปี่ยมจากพระคริสต์


พระสันตะปาปาตรัสว่า “เมื่อพระเยซูทรงเริ่มส่งบรรดาอัครสาวกออกไปทำพันธกิจ พระองค์ต้องการให้พวกเขาเป็นอิสระจากพันธะใดๆ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ใช้ได้กับทุกคนด้วย เพราะแม้แต่ความสัมพันธ์ที่สำคัญที่สุด ก็พบความสมบูรณ์ของมันได้ผ่านความรักที่พระคริสต์ประทานแก่เรา”


“ลองคิดถึงชีวิตแต่งงาน ชีวิตแต่งงานจะดำเนินไปได้อย่างเต็มที่ ก็ต่อเมื่อคนหนึ่งออกจากบ้านของบิดามารดา เพื่อมอบตัวเองให้กับชีวิตคู่ เรายังสามารถคิดถึงการเลี้ยงดูบุตรได้ด้วย เราช่วยให้พวกเขาเติบโตเป็นตัวเองอย่างสมบูรณ์และมีความสุขได้ ด้วยการสอนให้พวกเขายืนได้ด้วยตัวเองและตัดสินใจเลือกด้วยตัวเอง” พระสันตะปาปาทรงสอน


3. ความรักต้องยอมเสียสละบางอย่าง เพื่อให้ชีวิตเกิดผล


จากนั้น พระสันตะปาปาทรงสอนว่า ความรักเกี่ยวข้องกับการยอมสูญเสียด้วย เรื่องนี้อาจเข้าใจยากในโลกที่มองว่าการสูญเสียคือความอ่อนแอ และทำให้มนุษย์หมกมุ่นอยู่กับการมีและการครอบครอง


พระสันตะปาปาทรงยกคำของนักบุญออกัสตินที่กล่าวว่า “การแยกจากสิ่งที่ท่านรักเป็นเรื่องเจ็บปวด แต่แม้แต่ชาวนาก็สูญเสียสิ่งที่เขาหว่านไปชั่วคราว” จากนั้น พระองค์อธิบายว่า มีเพียงการ “สูญเสีย” เมล็ดพันธุ์ที่หว่านลงในดินเท่านั้น เราจึงจะเห็นมันเบ่งบานได้


พระสันตะปาปาตรัสว่า “ความรักจะเกิดผลได้ก็ต่อเมื่อมีการมอบตนเอง คือเมื่อเราพร้อมจะสูญเสียบางอย่างของตัวเอง เพื่อเปิดพื้นที่ให้อีกคนหนึ่ง สูญเสียเวลาบางส่วนเพื่อฟังเพื่อนคนหนึ่ง สูญเสียความสะดวกสบายบางอย่างเพื่อร่วมแบ่งปันในช่วงเวลาแห่งความยากลำบาก”


“ตามพระวรสาร คนที่มีชีวิตอยู่เพื่อตัวเองเท่านั้น แท้จริงแล้วกลับสูญเสียชีวิตนั้นไป เพราะคนที่ปิดตัวเองจากความรัก จะไม่ได้สัมผัสความสุขของการรักและการถูกรัก ชีวิตของเขาจึงไม่เกิดผล นี่คือเหตุผลที่พระเยซูทรงเชิญเราให้รับไม้กางเขน เพราะพระเยซูมอบพระองค์เอง เสียสละพระองค์เอง ด้วยวิธีนี้ เราจึงได้รับชีวิตของพระองค์อย่างอุดมสมบูรณ์ ถ้าเราดำเนินชีวิตตามตรรกะของการมอบตนเอง ชีวิตใหม่ก็สามารถเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ของเราได้เช่นกัน”


4. ความรักต้องกลายเป็นการต้อนรับที่จับต้องได้


สุดท้าย พระสันตะปาปาตรัสถึงการต้อนรับ โดยชี้ว่า ความรักต้องแสดงออกผ่านการเลือกและการกระทำที่เป็นรูปธรรมในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เป็นเพียงคำพูดหรือความตั้งใจที่อยู่ในใจเท่านั้น


พระสันตะปาปาตรัสว่า “ความรักแสดงออกผ่านการเลือกและการกระทำที่เป็นรูปธรรม ผ่านความมุ่งมั่นที่ประกอบด้วยการกระทำเล็กๆ ในแต่ละวัน เช่น การยื่นน้ำหนึ่งแก้วให้คนที่กระหาย”


“พระเยซูทรงส่งบรรดาศิษย์ออกไปล่วงหน้าโดยไม่มีเสบียง เพื่อให้พวกเขาต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากผู้อื่น และเพื่อปลุกให้เกิดการต้อนรับในใจของคนที่พวกเขาพบ เมื่อเราต้อนรับผู้ที่มาในพระนามของพระเยซู เราก็ต้อนรับพระองค์ และต้อนรับพระบิดาในสวรรค์ผู้ทรงส่งพระองค์มา แท้จริงแล้ว ความรักต่อพระเจ้าย่อมเกี่ยวข้องกับการต้อนรับพี่น้องชายหญิงของเราเสมอ” พระสันตะปาปาตรัสในตอนท้าย


ทั้งนี้ หลังการสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว พระสันตะปาปาได้แสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับชาวเวเนซุเอล่าที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวครั้งล่าสุด โดยตรัสว่า “พ่อภาวนาต่อพระเจ้าเพื่อการพักผ่อนนิรันดรของผู้เสียชีวิต และขอย้ำอีกครั้งถึงความเป็นหนึ่งเดียวฝ่ายจิตของพ่อกับครอบครัวของพวกเขา ผู้บาดเจ็บ และทุกคนที่สะเทือนใจจากโศกนาฏกรรมครั้งนี้”


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/angelus/2026/documents/20260628-angelus.html 


Comments