โป๊ปย้ำ พันธกิจของพระสันตะปาปาจะเดินคนเดียวไม่ได้ ขอคาร์ดินัลช่วยด้วยความตรงไปตรงมาและซื่อสัตย์
➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงเปิดการประชุมคณะคาร์ดินัลวาระพิเศษ พร้อมขอให้บรรดาคาร์ดินัลช่วยพระองค์ไตร่ตรองถึงสิ่งที่พระจิตกำลังพูดกับศาสนจักรคาทอลิกในตอนนี้
➡️ ทรงย้ำ ความเป็นหนึ่งเดียวของศาสนจักรไม่ได้เกิดจากคำพูดหรือเอกสารเท่านั้น แต่ต้องเกิดจากการภาวนา ความไว้วางใจ และการรับฟังกันอย่างแท้จริง
➡️ ทรงขอบรรดาคาร์ดินัลสนับสนุนพระองค์อย่างเต็มที่ ทำทุกอย่างแบบเปิดเผยและชัดเจน พร้อมย้ำ “คำแนะนำที่จริงใจเป็นการกระทำแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกันเสมอ”
➡️ ทรงหวังเห็นบรรดาคาร์ดินัลเรียนรู้ที่จะรับฟังความคิดเห็นของกันและกัน แบกรับความรับผิดชอบร่วมกัน และรู้จักการทำงานของพระจิตในศาสนจักร

Photo Credit: Vatican Media
ช่วงสายวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงเปิดการประชุมคณะคาร์ดินัลวาระพิเศษ ภายในหอประชุมเปาโล ที่ 6 นครรัฐวาติกัน การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-27 มิถุนายน เพื่อให้บรรดาคาร์ดินัลได้ไตร่ตรองร่วมกับพระสันตะปาปาเกี่ยวกับพันธกิจของศาสนจักรในโลกปัจจุบัน
สำหรับใจความสำคัญของสิ่งที่พระสันตะปาปาตรัสเปิดการประชุม Pope Report เรียบเรียงมาให้ดังนี้
1. คณะคาร์ดินัลต้องเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกันเพื่อรับใช้ศาสนจักร
พระสันตะปาปาทรงย้ำว่า คณะคาร์ดินัลก็เหมือนศาสนจักรสากล นั่นคือพวกเรายังต้องเรียนรู้ผ่านทางการเดินไปด้วยกัน
พระสันตะปาปาตรัสว่า “ความเป็นหนึ่งเดียวไม่เคยเป็นผลลัพธ์ที่ได้มาแล้วจะคงอยู่ตลอดไป แต่มันยังคงเป็นการกลับใจในแต่ละวัน ซึ่งค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นในการภาวนา และผ่านท่าทีที่จับต้องได้ ความสัมพันธ์ที่ตั้งอยู่บนความไว้วางใจ และความพร้อมที่จะฟังกันและกัน”
“ความเป็นหนึ่งเดียวกันถูกสร้างขึ้น ไม่ใช่ด้วยคำพูดและเอกสารเป็นหลัก แต่ด้วยการกระทำและการแสดงออกที่จับต้องได้ ซึ่งต้องปรากฏในชีวิตประจำวันของเรา รวมถึงในพื้นที่การทำงานด้วย”
2. ศาสนจักรต้องมองโลกด้วยสายตาแห่งความเชื่อ
พระสันตะปาปาอธิบายว่า การประชุมครั้งนี้จะไตร่ตรอง 4 เรื่องที่เชื่อมโยงกัน ได้แก่ การมองโลกที่ศาสนจักรถูกเรียกให้ประกาศพระวรสาร, วัฒนธรรมแห่งอำนาจและอารยธรรมแห่งความรัก, ประโยชน์ส่วนรวม และเส้นทางการนำผลของการประชุมสมัชชาบิช็อปคาทอลิกไปปฏิบัติ
พระสันตะปาปาตรัสว่า “ก่อนจะถามว่า ศาสนจักรควรทำอะไร เราต้องหยุดมองความจริงของโลกก่อน ด้วยสายตาแห่งความเชื่อ และฟังเสียงของพี่น้องที่อยู่รอบตัวเรา … พระเยซูเดินไปตามท้องถนน เสด็จเยี่ยมที่ต่างๆ ของเรา พระองค์อยู่ในสถานที่ของชีวิตประจำวันของเรา ในฐานะพระเจ้าผู้ใกล้ชิด ซึ่งเดินไปพร้อมกับประชากรของพระองค์ ในฐานะพระเจ้าแห่งประวัติศาสตร์”
3. เราต้องเรียนรู้ที่จะฟังกัน แบกความรับผิดชอบร่วมกัน
พระสันตะปาปาตรัสว่า การประชุมครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายหลักเพื่อพูดเรื่องภายในศาสนจักรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการทำให้การประพระวรสารดูน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้นด้วย
“ทุกหัวข้อที่เราจะพิจารณาร่วมกัน ทั้งการมองโลก สันติภาพ ประโยชน์ส่วนรวม และการก้าวเดินไปด้วยกันจะมาบรรจบกันในคำถามเดียว นั่นคือวันนี้เราจะช่วยศาสนจักรของเราให้ประกาศพระวรสารด้วยความซื่อสัตย์ มีเสรีภาพ และมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นได้อย่างไร”
“เมื่อเราเรียนรู้ที่จะฟังกันและกัน แบกรับความรับผิดชอบร่วมกัน และรู้จักการทำงานของพระจิตในศาสนจักร เราไม่ได้เพียงปรับปรุงวิธีการทำงานของเราเท่านั้น แต่เรากำลังกลายเป็นศาสนจักรที่สามารถพบปะพี่น้องชายหญิงในยุคของเราได้มากขึ้น และเป็นพยานถึงความชื่นชมยินดีแห่งพระวรสารแก่พวกเขาได้มากขึ้น”
4.โป๊ปขอคาร์ดินัลช่วยพระองค์ด้วยคำแนะนำที่จริงใจ
จากนั้น พระสันตะปาปาทรงขอความช่วยเหลือจากคณะคาร์ดินัลอย่างตรงไปตรงมา โดยตรัสว่า พันธกิจที่พระเจ้ามอบให้พระองค์ไม่สามารถดำเนินไปได้ตามลำพัง
“พันธกิจการรับใช้ที่พระเจ้ามอบไว้กับพ่อ ไม่อาจเดินไปโดยลำพัง พันธกิจนี้ต้องการประสบการณ์ของพวกท่าน ปรีชาญาณด้านอภิบาลของพวกท่าน ความรู้ของพวกท่านเกี่ยวกับศาสนจักรและประชาชนที่มอบไว้ในความดูแลของพวกท่าน … พ่อต้องการการสนับสนุนจากพวกท่าน การสนับสนุนที่เข้มแข็ง ชัดเจน และเปิดเผยต่อสาธารณะ พ่อต้องการรู้สึกว่าพวกท่านหนุนหลังพ่อในฐานะพี่น้อง”
“พ่อต้องการความเป็นอิสระของพวกท่าน ความตรงไปตรงมาของพวกท่าน และความซื่อสัตย์ของพวกท่าน คำแนะนำที่จริงใจเป็นการกระทำแห่งความเป็นหนึ่งเดียวเสมอ” พระสันตะปาปาทรงย้ำอย่างจริงจัง
5. การก้าวเดินไปด้วยกันต้องเรียนรู้ด้วยการลงมือทำ
พระสันตะปาปาทรงยอมรับว่า การทำงานเป็นกลุ่มอาจไม่ใช่วิธีที่หลายคนคุ้นเคยในการประชุมคณะคาร์ดินัล แต่พระองค์ชี้ว่า สิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางที่พระเจ้ากำลังนำศาสนจักรให้เดินไป
พระสันตะปาปาตรัสว่า “การก้าวเดินไปด้วยกันไม่ใช่ขั้นตอนดำเนินงาน … การก้าวเดินไปด้วยกันคือท่าที คือการเปิดใจ คือความพร้อมที่จะเข้าใจ … การก้าวเดินไปด้วยกันไม่ได้ลดทอนอำนาจ แต่ช่วยให้เข้าใจอำนาจอย่างลึกซึ้งขึ้น เพราะอำนาจมีไว้เพื่อปกป้องความเป็นหนึ่งเดียว ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกคน และนำทางการเดินร่วมกันของศาสนจักร”
“ดังนั้น ขอให้พวกท่านก้าวเข้าสู่การประชุมครั้งนี้ด้วยความไว้วางใจกัน เพราะเราเองก็เรียนรู้การก้าวเดินไปด้วยกันด้วยการปฏิบัติมัน เราเรียนรู้ร่วมกันที่จะเติบโตในความเป็นหนึ่งเดียวกัน”
Source:
Comments
Post a Comment