โป๊ปสอน การรับศีลมหาสนิทต้องเปลี่ยนแปลงเราให้ใช้ชีวิตแบบพระเยซูมากยิ่งขึ้น

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอน ศีลมหาสนิทไม่ใช่เพียงสิ่งที่คริสตชนรับในมิสซา แต่เป็นการรับพระเยซู และยอมให้พระองค์ค่อยๆ เปลี่ยนชีวิตเรา


➡️ ทรงย้ำ เมื่อเรารับพระวาจาและศีลมหาสนิท เรากำลังถูกเรียกให้เป็นหนึ่งเดียวกับพระเยซู และใช้ชีวิตแบบพระองค์มากขึ้น


➡️ ทรงชี้ ในมิสซา การฟังพระวาจาและการรับศีลมหาสนิทไม่ใช่คนละเรื่องกัน เพราะทั้งสองอย่างช่วยให้เราใกล้ชิดพระเยซูมากขึ้น

Photo Credit: Vatican Media


ช่วงสายวันพุธที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงเป็นประธานในการเข้าเฝ้าทั่วไป ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน วันนี้ พระสันตะปาปายังคงสอนคำสอนในเรื่อง “ธรรมนูญว่าด้วยพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์” (Sacrosanctum Concilium) ของสภาสังคายนาวาติกัน ที่ 2 ภายใต้หัวข้อ “ธรรมล้ำลึกแห่งศีลมหาสนิท”


สำหรับใจความสำคัญของสิ่งที่พระสันตะปาปาตรัสสอน Pope Report สรุปมาให้ดังนี้


1. การรับศีลมหาสนิทคือการยอมให้พระเยซูเปลี่ยนตัวเรา


พระสันตะปาปาเริ่มจากคำสอนของนักบุญออกัสตินที่อธิบายว่า เวลาคริสตชนรับศีลมหาสนิท เราไม่ได้รับเพียงสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างหนึ่ง แต่เรากำลังรับพระเยซู และเราถูกเชิญให้เป็นส่วนหนึ่งของพระกายของพระองค์


พระสันตะปาปายกคำสอนของนักบุญออกัสตินว่า “ท่านได้รับการบอกว่า ‘พระกายพระคริสตเจ้า’ และท่านตอบว่า ‘อาแมน’ ดังนั้น จงเป็นอวัยวะของพระกายของพระคริสต์ เพื่อให้อาแมนของท่านเป็นความจริง”


“เมื่อเรารับพระองค์ในพระวาจาและในศีลมหาสนิท เราก็กลายเป็นสิ่งที่เรารับ … ศีลมหาสนิทจึงเป็นศีลศักดิ์สิทธิ์แห่งพระอาณาจักรที่จะมาถึง เป็นปังสำหรับการเดินทางที่นำเราไปสู่บ้านแท้ในสวรรค์”


2. รับศีลมหาสนิทแล้ว ต้องเรียนรู้ที่จะมอบชีวิตของตัวเอง


พระสันตะปาปาย้ำว่า การร่วมมิสซาไม่ใช่แค่การไปอยู่ในวัด ฟังบทอ่าน และรับศีลมหาสนิทเท่านั้น แต่ต้องค่อยๆ สอนเราให้ถวายชีวิตของตัวเองแด่พระเจ้า และใช้ชีวิตกับคนอื่นด้วยความรักมากขึ้น


พระสันตะปาปาตรัสว่า “เมื่อคริสตชนมีส่วนร่วมในศีลมหาสนิท พวกเขาเรียนรู้ที่จะถวายตัวเอง และถูกดึงให้เข้าใกล้ความเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าและกับกันและกันอย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้นในแต่ละวัน”


“เมื่อศีลมหาสนิททำให้เราเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสต์ ศีลมหาสนิทก็สอนเราให้รับเอารูปแบบชีวิตของพระเยซูเอง คือชีวิตที่มีเครื่องหมายของการมอบตนอย่างอิสระ”


พระสันตะปาปายังเตือนว่า โลก ครอบครัว ชุมชน และหัวใจของมนุษย์เต็มไปด้วยความแตกแยก ศีลมหาสนิทจึงต้องเป็นพลังที่ดึงเรากลับมาสู่ความเป็นหนึ่งเดียว ไม่ใช่ปล่อยให้เรารับศีลแล้วใช้ชีวิตแบบเดิม


“ของขวัญนี้พาเราเข้าสู่ความเป็นหนึ่งเดียว และเป็นพลังสำคัญที่ช่วยสกัดกั้นความแตกแยก ซึ่งกำลังทำร้ายโลก ชุมชน ครอบครัว และหัวใจของเรา”


3. พระวาจาช่วยให้เราเข้าใจพระเยซู และศีลมหาสนิททำให้เราได้ใกล้ชิดพระองค์


พระสันตะปาปาอธิบายว่า ในมิสซา เราฟังพระวาจาของพระเจ้า และเรารับศีลมหาสนิท สองสิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องแยกจากกัน เพราะพระวาจาช่วยให้เราเข้าใจพระเยซู และศีลมหาสนิททำให้เราได้ใกล้ชิดพระองค์อย่างลึกซึ้งขึ้น


พระสันตะปาปาตรัสว่า “สองส่วนนี้ของมิสซาคือภาคพระวาจาและภาคศีลมหาสนิท เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดจนกลายเป็นพิธีกรรมเดียวกัน”


“เกี่ยวกับพระวาจาของพระเจ้า สิ่งสำคัญคือการระลึกว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงการได้รับความรู้เกี่ยวกับพระคัมภีร์ แต่เป็นการรับพระวาจาที่มีชีวิตและทรงพลัง (ฮีบรู 4:12) ซึ่งพระเจ้าตรัสกับทุกคน และในเวลาเดียวกัน ตรัสกับแต่ละคน … ศีลมหาสนิทเปิดเราให้เข้าใจพระคัมภีร์ เช่นเดียวกับที่พระคัมภีร์เองส่องสว่างและอธิบายธรรมล้ำลึกของศีลมหาสนิท”


ตอนท้าย พระสันตะปาปาเชิญคริสตชนให้กลับมารับศีลมหาสนิทด้วยความเชื่อ และไม่ปล่อยให้มิสซาเป็นเพียงพิธีที่เราคุ้นชิน แต่ให้ธรรมล้ำลึกนี้ค่อยๆ เปลี่ยนชีวิตของเรา


พระสันตะปาปาตรัสว่า “ให้เราตักตวงจากบ่อเกิดชีวิตศักดิ์สิทธิ์ด้วยความเชื่อ และยอมให้ตัวเราเองถูกเปลี่ยนแปลงด้วยธรรมล้ำลึกที่เราเฉลิมฉลองด้วย”


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/audiences/2026/documents/20260624-udienza-generale.html 


Comments