โป๊ปภาวนาหน้าพระธาตุของนักบุญออกัสติน สอน ศาสนจักรต้องให้พระเยซูเป็นศูนย์กลาง
➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงย้ำ ศาสนจักรที่มีชีวิตต้องมีพระเยซูเป็นศูนย์กลาง อย่าให้งานมากมาย ความเหนื่อยล้า หรือสังคมที่ห่างจากศาสนา ทำให้เราหลงลืมสิ่งสำคัญและหมดกำลังใจ
➡️ ทรงแบ่งปน นักบุญออกัสตินเตือนเราให้กลับมามองหัวใจของตัวเอง เพราะมนุษย์จะพบความจริงและความหมายของชีวิตได้จากภายใน ไม่ใช่ปล่อยให้ชีวิตที่เร่งรีบและวุ่นวายพาเรากระจัดกระจาย
➡️ ทรงแนะนำคริสตชน เราต้องช่วยกันรับผิดชอบเมืองที่เราอยู่ การเป็นพลเมืองที่ดีต้องเริ่มจากการคิดถึงประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่ผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มตัวเอง
➡️ ทรงย้ำ พันธกิจรับใช้ผู้อพยพยังเป็นเรื่องเร่งด่วนของศาสนจักรในวันนี้
![]() |
| Photo Credit: www.ilgiorno.it |
ช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 เสด็จเยือนเมืองปาเวีย ทางตอนเหนือของอิตาลี โดยจุดหมายแรกคือมหาวิหารซาน ปิเอโตร อิน เชล โดโร่ (มหาวิหารนักบุญเปโตรในท้องฟ้าสีทอง) ซึ่งเป็นที่ฝังร่างนักบุญออกัสติน จากนั้น พระสันตะปาปาไปพบกับประชาชนที่ลานปิอัซซ่า วิตตอเรีย ก่อนเสด็จต่อไปยังซานตันเจโล่ โลดีจาโน่ บ้านเกิดของนักบุญฟรานเชสก้า ซาเวรีโอ คาบรินี่ องค์อุปถัมภ์ของผู้อพยพ
สำหรับใจความสำคัญของการเสด็จเยือนครั้งนี้ Pope Report สรุปมาให้ดังนี้
1. อย่าท้อกับโลกที่ห่างจากศาสนา แต่จงมองโลกด้วยสายตาของพระเยซู
พระสันตะปาปาเริ่มต้นที่มหาวิหารซาน ปิเอโตร อิน เชล โดโร่ พระองค์นำภาวนาและเคารพพระธาตุของนักบุญออกัสติน (ชิ้นส่วนกระดูก) จากนั้น พระองค์ได้เทศน์สอนด้วยการให้กำลังใจศาสนจักรคาทอลิกในเมืองปาเวีย ซึ่งอยู่ท่ามกลางสังคมที่ไม่สนใจศาสนา และเผชิญความยากลำบากในการส่งต่อความเชื่อไปสู่คนรุ่นใหม่
พระสันตะปาปาตรัสว่า “เพื่อไม่ให้ท้อใจ เราต้องมีสายตาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากจิตตารมณ์แห่งความเชื่อ สายตาที่ช่วยให้อ่านความเป็นจริงได้ลึกกว่าสิ่งที่ปรากฏให้เห็นในครั้งแรก และช่วยไม่ให้เราไถลไปสู่ท่าทีด้านลบ มองโลกในแง่ร้าย และไม่สามารถก่อให้เกิดชีวิตใหม่ได้”
2. ศาสนจักรให้พระเยซูเป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่หลงไปกับเรื่องที่มีสำคัญรองลงไป
จากนั้น พระสันตะปาปาทรงนำจดหมายของนักบุญเปโตรที่เรียกศิษย์ของพระเจ้าว่า “ศิลาที่มีชีวิต” พร้อมถามว่า วันนี้ปาเวียจะเป็นศาสนจักรที่มีชีวิตได้อย่างไร คำตอบแรกคือ ต้องอยู่เป็นหนึ่งเดียวกับพระเยซูคริสต์ ผู้เป็นศิลาเอก
พระสันตะปาปาตรัสว่า “การสร้างชีวิตและพันธกิจบนพระเยซูคริสต์ ช่วยปกป้องเราไม่ให้กระจัดกระจายหรือเหนื่อยล้าไปกับเรื่องที่มีความสำคัญรองลงไป แม้เรื่องเหล่านั้นอาจเป็นเรื่องดี แต่ถ้าไม่พาเรากลับไปสู่สิ่งสำคัญที่สุด ก็อาจทำให้เราหลงทางได้ … สิ่งสำคัญคือการใช้ชีวิตกับพระเยซูคริสต์ และสิ่งที่ต้องอยู่ในหัวใจของเราคือการประกาศพระวรสารของพระองค์”
3. นักบุญออกัสตินเตือนเราให้กลับมามองหัวใจของตัวเอง
พระสันตะปาปาชี้ว่า นักบุญออกัสตินยังพูดกับคนยุคนี้ได้อย่างลึกซึ้ง เพราะโลกปัจจุบันเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ความกระจัดกระจาย และคำถามในใจของคนรุ่นใหม่
พระสันตะปาปาตรัสว่า “ชีวิต ความคิด การกลับใจ และจิตวิญญาณของนักบุญออกัสติน ยังช่วยเตือนเราในวันนี้ว่า ชีวิตภายในของมนุษย์เป็นเรื่องสำคัญมาก”
จากนั้น พระองค์ยกคำสอนของนักบุญออกัสตินมาสอนด้วยว่า “อย่ามัวออกไปแสวงหาความจริงจากภายนอก แต่จงกลับเข้ามามองหัวใจของตัวเอง เพราะความจริงอาศัยอยู่ในมนุษย์ภายใน”
4. การเป็นพลเมืองที่ดีต้องเริ่มจากการคิดถึงประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่ผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มตัวเอง
ต่อมา พระสันตะปาปาไปพบประชาชนที่เฝ้ารออยู่ที่ปิอัซซ่า วิตตอเรีย พระองค์กล่าวกับพวกเขาว่า ความงดงามของเมืองไม่ใช่แค่เรื่องอดีต แต่เป็นมรดกที่เรียกร้องให้คนปัจจุบันรับผิดชอบร่วมกัน
“เมืองเป็นทั้งของขวัญและภารกิจสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในเมือง … การเป็นสังคมหมายถึงการเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และประพฤติตนเป็นเพื่อนร่วมสังคมอย่างแท้จริง คือมีแรงจูงใจจากประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่ผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มของตนเอง การเป็นพลเมืองคือการเป็นเพื่อนร่วมเมืองกันเสมอ”
5. พันธกิจต่อผู้อพยพของนักบุญคาบรินียังเร่งด่วนในวันนี้
พันธกิจสุดท้าย พระสันตะปาปาเสด็จต่อไปยังซานตันเจโล่ โลดีจาโน่ บ้านเกิดของนักบุญฟรานเชสก้า ซาเวริโอ คาบรินี่ นักบุญคนแรกของสหรัฐอเมริกา และองค์อุปถัมภ์ของผู้อพยพ พระองค์ชี้ว่า พันธกิจของนักบุญคาบรินี่ยังคงพูดกับศาสนจักรในโลกวันนี้อย่างชัดเจน
พระสันตะปาปาตรัสว่า “ถ้าเรามองโลกวันนี้ ปรากฏการณ์ผู้อพยพได้เปลี่ยนไปสู่รูปแบบใหม่ แน่นอนว่าซับซ้อนกว่าเดิม แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่ท้าทายศาสนจักรไม่น้อยไปกว่าเดิม”
พระสันตะปาปายกถ้อยคำของนักบุญคาบรินีที่เขียนไว้ มาสอนและให้กำลังใจทุกคนที่ทำงานเรื่องอพยพเป็นการปิดท้ายว่า “ไม่มีงานใดยากเกินไป ไม่มีพื้นที่ไหนที่ไกลเกินไป ไม่มีคนใดบาดเจ็บเกินไป สำหรับความรักของพระหฤทัยของพระเยซู และสำหรับทุกคนที่ได้รับเชิญให้เป็นผู้นำความรักของพระคริสต์ไปสู่โลก”
Sources:
1. https://www.vatican.va/content/leo-xiv/it/homilies/2026/documents/20260620-pavia-chiesa.html

Comments
Post a Comment