โป๊ปสอน ความสุขไม่ได้อยู่ที่การไล่ล่าสิ่งใหม่ตลอดเวลา แต่อยู่ที่การเห็นคุณค่าของสิ่งที่อยู่หน้าเรา
➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอน ความสุขไม่ได้อยู่ที่การไล่ล่าสิ่งใหม่ตลอดเวลา แต่อยู่ที่การเห็นคุณค่าของสิ่งที่อยู่หน้าเรา คนที่มีความสุขจริงๆคือคนที่เลิกนิสัยมองหาสิ่งที่ตนเองยังไม่มีอยู่เสมอ
➡️ ทรงย้ำ คนยากจนและผู้อพยพไม่ใช่แค่ผู้รอรับความช่วยเหลือ แต่เป็นผู้ที่สามารถประกาศพระวรสารแก่เรา และสอนให้เราทำชีวิตให้เรียบง่ายขึ้น
➡️ เครื่องบินกลับโรมขัดข้อง กษัตริย์เฟลิเป้ ที่ 6 จึงสั่งให้นำเครื่องบินเจ็ทส่วนพระองค์ บินจากกรุงมาดริดมาที่เตเนริเฟ่ เพื่อพาพระสันตะปาปากลับกรุงโรม ส่วนบรรดาผู้ติดตามจะตามกลับกรุงโรมด้วยเครื่องบินที่สายการบินนำมาเปลี่ยน
![]() |
| Photo Credit: Vatican Media |
ช่วงเที่ยงวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงเป็นประธานในพิธีมิสซาสมโภชพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซู ซึ่งจัดที่ท่าเรือซานตา ครูซ เด เตเนริเฟ่ ท่ามกลางผู้มาร่วมพิธีกว่า 40,000 คน
สำหรับบทเทศน์ประจำพิธี พระสันตะปาปาทรงนำภาพทะเล หมู่เกาะ การต้อนรับ และเส้นทางอพยพ เชื่อมโยงเข้ากับพระหฤทัยของพระเยซู ผู้เรียกมนุษย์ให้ออกจากตัวเอง เพื่อพบ รับใช้ และมองเห็นพระคริสต์ในผู้ยากจนและผู้ที่เดินทางมาถึง ซึ่ง Pope Report สรุปใจความสำคัญมาให้ดังนี้
1. ไม่มีมนุษย์คนไหนที่อยู่ได้คนเดียวเหมือนเกาะโดดเดี่ยว
พระสันตะปาปาเริ่มต้นบทเทศน์ด้วยการเปรียบทะเลและหมู่เกาะที่อยู่ตรงหน้า มาย้ำว่า มนุษย์ไม่ได้เกิดมาเพื่ออยู่คนเดียว แต่เกิดมาเพื่อพบและเดินทางไปเจอกัน
พระสันตะปาปา ตรัสว่า “ไม่มีมนุษย์คนใดเป็นเกาะโดดเดี่ยว … เราเกิดมาเพื่อการพบกัน และไม่มีอุปสรรค ระยะทาง อันตราย หรือภัยคุกคามใด ที่จะขัดขวางไม่ให้ใครสักคนออกเดินทางได้ … ไม่ว่าเราจะใช้ชีวิตทั้งหมดอยู่ในที่เดียว หรือเลือกที่จะเดินจากไป หรือถูกบังคับให้จากไป ก็ไม่มีใครคงเดิมเหมือนเดิม นี่คือความลับของหัวใจ คือเสียงเรียกภายในให้ออกเดินทาง และให้พบกับผู้อื่น”
2. ความสุขไม่ได้อยู่ที่การไล่ล่าสิ่งใหม่ตลอดเวลา แต่อยู่ที่การเห็นคุณค่าของสิ่งที่อยู่หน้าเรา
พระสันตะปาปายังเตือนสังคมที่ถูกเร่งให้ยุ่งตลอดเวลา รวมถึงเตือนสติชาวเตเนริเฟ่ให้เข้าใจกระแสเรียกด้านการต้อนรับ โดยไม่ลดทุกอย่างให้เหลือเพียงการค้าและกำไร
“สิ่งสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ได้รับการนำทางจากพระวรสาร ก็คือต้องไม่ลดคุณค่าทุกอย่างให้เหลือเพียงการค้าและกำไร เราต้องถามตัวเองว่า หัวใจมนุษย์กำลังแสวงหาอะไร และเราจะตอบความกระหายนั้นได้อย่างไรโดยไม่หลอกตัวเอง”
“ความสุขไม่ได้อยู่ที่การไล่คว้าสิ่งใหม่ตลอดเวลา แต่อยู่ที่การเห็นคุณค่าของคนและสิ่งเรียบง่ายตรงหน้า คนที่มีความสุขมากกว่าและใช้ชีวิตแต่ละขณะได้ดีกว่า คือคนที่เลิกหยิบจับสิ่งนี้ทีสิ่งนั้นที และเป็นคนที่เลิกนิสัยมองหาสิ่งที่ตนเองยังไม่มีอยู่เสมอ”
“พวกเขามีประสบการณ์ว่า การเห็นคุณค่าของแต่ละคนและแต่ละสิ่งหมายความว่าอย่างไร เรียนรู้ความใกล้ชิดกับสิ่งเรียบง่ายที่สุด และเรียนรู้ที่จะชื่นชมสิ่งเหล่านั้น” พระสันตะปาปาตรัสสอน
3. คนยากจนไม่ใช่แค่ผู้รับความช่วยเหลือ แต่เป็นครูของเรา
จากนั้น พระสันตะปาปาชาวอเมริกันทรงชี้ว่าพระวรสารวันนี้เตือนเราถึง “ความมั่งคั่งของคนยากจน” โดยอ้างอิงสมณลิขิตเตือนใจ Dilexi Te (เรารักท่าน) เพราะพระเจ้าเปิดเผยพระองค์แก่ผู้ต่ำต้อย
พระสันตะปาปา ตรัสว่า “พระเจ้าทรงเปิดเผยพระองค์แก่ผู้ต่ำต้อยที่สุดในพวกเรา แก่คนที่ถูกมองข้ามทั้งเรื่องความคิดและการแสดงออก ในบริบทของหมู่เกาะกานาเรียส ซึ่งอยู่บนเส้นทางอพยพ ผู้อพยพไม่ได้เป็นเพียงผู้รับความช่วยเหลือ แต่เป็นคนที่สามารถสอนเราให้เข้าใจพระวรสารได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น”
“พระหรรษทานที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการยอมให้คนที่เราช่วยเหลือ สอนเราให้เข้าใจพระวรสารมากขึ้น เพราะในชีวิตของพวกเขา เรามองเห็นการทำงานของพระเจ้า” พระสันตะปาปาตรัสในช่วงท้าย
4. เครื่องบินที่จะกลับโรมเกิดขัดข้อง กษัตริย์สเปนนำเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวพาโป๊ปกลับโรมแทน
หลังมิสซาจบลง พระสันตะปาปาเดินทางไปยังสนามบินเตเนริเฟ่ เพื่อเสด็จกลับกรุงโรม แต่เนื่องจากเกิดเหตุขัดข้องกับเครื่องบิน กัปตันจึงประกาศให้ผู้โดยสารทั้งหมดลงจากเครื่องบิน
สมเด็จพระราชาธิบดี เฟลิเป้ ที่ 6 จึงสั่งให้นำเครื่องบินเจ็ทส่วนพระองค์ “ฟัลค่อน” บินจากกรุงมาดริดมาที่เตเนริเฟ่ เพื่อพาพระสันตะปาปากลับกรุงโรม ส่วนคณะคาร์ดินัล ผู้ติดตามพระสันตะปาปา และบรรดานักข่าวสายวาติกันที่ตามเสด็จทำข่าว สายการบินอิเบเรียจะนำเครื่องบินอีกลำมาเปลี่ยนและพากลับกรุงโรมตามหลังพระสันตะปาปาในอีกไม่กี่ชั่วโมง
Source:

Comments
Post a Comment