โป๊ปสอน พระหฤทัยของพระเยซูสอนให้เรารักผู้อื่น โดยไม่หวังผลตอบแทน
➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอน ความรักของพระเจ้าไม่ได้ตั้งอยู่บนการคิดคำนวณเรื่องผลตอบแทน แต่เป็นความรักที่พระเจ้ามอบให้เราก่อน นี่เป็นความรักที่เปลี่ยนวิธีคิดและวิธีปฏิบัติต่อผู้อื่น
➡️ ทรงย้ำ ความรักเมตตาของคริสตชนไม่ควรหยุดอยู่แค่การให้สิ่งของ แต่ต้องช่วยให้ผู้มีบาดแผลลุกขึ้น กลับมาเดินต่อ และมีชีวิตด้วยศักดิ์ศรีในสังคม
➡️ ทรงเตือน ความมั่งคั่งและความหยิ่งยโสอาจทำให้มนุษย์ตาบอด จนคิดว่าไม่ต้องการผู้อื่น แต่พระหฤทัยของพระเยซูสอนให้เราถ่อมตน รักกัน และสร้างสันติภาพ

Photo Credit: Vatican Media
ช่วงเย็นวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงเป็นประธานในพิธีมิสซาที่สนามกีฬากรัน กานาเรียส เมืองลาส ปัลมาส ประเทศสเปน ท่ามกลางผู้มาร่วมพิธีกว่า 50,000 คน
สำหรับใจความสำคัญของบทเทศน์ประจำพิธี Pope Report สรุปมาให้ดังนี้
1. ความรักของพระเจ้าไม่ใช่การคำนวณผลลัพธ์ แต่เป็นความรักที่ซื่อสัตย์เสมอ
พระสันตะปาปาทรงเริ่มบทเทศน์ด้วยการเชิญทุกคนให้นำความดีที่เกิดขึ้นในแผ่นดินนี้ และความทุกข์ของผู้คนขึ้นสู่พระแท่น พร้อมกับภาวนาให้ผู้เสียชีวิตในทะเล
“พ่อขอเชิญพวกท่านภาวนาด้วยกันในมิสซาศักดิ์สิทธิ์นี้ เพื่อพี่น้องชายหญิงที่เสียชีวิตในทะเล”
จากนั้น พระองค์อธิบายบทอ่านแรกว่า พระเจ้ารักประชากรอิสราเอลไม่ใช่เพราะพวกเขามีความดีความชอบ แต่เพราะความรักล้วนๆ และความรักนี้เองเป็นรากของกระแสเรียกให้คริสตชนรักผู้อื่น
“นี่คือความรักเมตตาของพระเจ้าซึ่งเป็นรากของกระแสเรียกของเราให้รัก ความรักนี้ไม่ได้ตั้งอยู่บนการคิดคำนวณ ไม่ได้เป็นเพียงความรู้สึก และไม่อาจลดให้เหลือเพียงการทำความดีเพื่อมนุษย์แบบทั่วไปเท่านั้น แต่แผ่ซ่านในชีวิตของเรา”
2. คำตอบต่อความรักของพระคริสต์ คือการรักพี่น้อง
พระสันตะปาปาย้ำว่า ความรักของพระเจ้าเห็นได้ชัดในพระหฤทัยของพระเยซู นี่เป็นความรักที่ไม่เปลี่ยนแปลง แม้ต้องเผชิญความไม่เข้าใจ การปฏิเสธ ความกลัว ความเศร้า และการต่อต้านของมนุษย์
“ความรักปรากฏแก่เราเช่นนี้ในความเป็นมนุษย์ของพระผู้ไถ่ และในความรักที่ออกมาจากพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระองค์ เป็นความรักที่ไม่เปลี่ยนแปลงและซื่อสัตย์ แม้ต้องเผชิญความไม่เข้าใจ การปฏิเสธ ความกลัว ความเศร้า และการต่อต้านของมนุษย์”
พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ยังยกคำสอนของพระสันตะปาปา ฟรานซิส มาย้ำว่า การตอบความรักของพระคริสต์ ไม่ใช่แค่คำพูดหรือกิจศรัทธา แต่คือการรักพี่น้องที่พระเจ้าวางไว้บนทางเดินของเรา
“คำตอบที่ดีที่สุดต่อความรักของดวงพระหฤทัยของพระองค์ คือความรักต่อพี่น้อง ไม่มีท่าทีใดที่เราจะถวายแด่พระองค์เพื่อคืนความรักด้วยความรักได้ยิ่งใหญ่กว่านี้อีกแล้ว”
3. ความรักเมตตาต้องช่วยให้คนลุกขึ้น ไม่ใช่แค่ให้สิ่งของ
พระสันตะปาปาชาวอเมริกันยังย้ำว่า ความรักเมตตาแบบคริสตชนไม่ใช่เพียงการช่วยให้คนรอดไปวันๆ แต่ต้องช่วยให้เขากลับมาเติบโตในศักดิ์ศรีของตนเอง
พระสันตะปาปาตรัสว่า "การให้โดยไม่หวังผลตอบแทนของพระหฤทัยของพระเยซูไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านี้ แต่มันมากกว่านั้นด้วยการมุ่งมั่นช่วยแต่ละคน ไม่ใช่แค่ให้รอดชีวิตไปวันๆ แต่ยังช่วยให้กลับมามีความไว้วางใจ และเริ่มเดินต่ออีกครั้ง เพื่อเติบโตและเบ่งบานอย่างเต็มที่ในความเป็นเอกลักษณ์ของตน”
"ความรักเมตตาของเราไม่ควรเป็นเพียงการให้สิ่งของ แต่ต้องนำมนุษย์เข้าสู่การมีส่วนร่วม เพื่อให้เขาได้มีทางเดินอย่างมีศักดิ์ศรีและอย่างสร้างสรรค์ในชุมชน”
4. ความมั่งคั่งและความหยิ่งยโสอาจทำให้เราไม่ได้ยินเสียงเต้นของความรัก
พระสันตะปาปายังเตือนว่า ความมั่งคั่งอาจทำให้มนุษย์ตาบอด จนคิดว่าความสุขคือการอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งใคร
“หลายครั้ง ความร่ำรวยทำให้เรามองไม่เห็นคนอื่น จนเราคิดว่าความสุขของเราจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งผู้อื่น … เพื่อจะสัมผัสถึงความชื่นชมยินดีแท้จริงของชีวิต ซึ่งตั้งอยู่ในความรัก เราจำเป็นต้องลงจากแท่นแห่งความหยิ่งยโสที่แบ่งแยกเรา เพื่อพบกันในความถ่อมตนที่ทำให้เราเป็นพี่น้องกัน”
5. ที่ใดมีความถ่อมตน ที่นั่นมีความรัก และที่ใดมีความรัก ที่นั่นมีสันติภาพ
ตอนท้าย พระสันตะปาปาทรงยกคำของนักบุญออกัสติน เพื่อย้ำว่าความถ่อมตน ความรัก และสันติภาพแยกจากกันไม่ได้
“ที่ใดมีความถ่อมตนแท้จริง ที่นั่นมีความรัก และที่ใดมีความรัก ที่นั่นมีสันติภาพ เพราะมีเพียงในความถ่อมตนเท่านั้นที่เรารู้จักอย่างแท้จริงว่าเราเป็นใคร และด้วยเหตุนี้ เราจึงสามารถรักกัน พบกัน มอบตนเอง และให้อภัยกันในความจริงได้” พระสันตะปาปาสรุปในช่วงท้าย
Source:
Comments
Post a Comment