โป๊ปเปิดหอคอยพระเยซูแห่งซากราด้า ฟามีเลีย สอน “เราไม่สามารถเชื่อในพระเยซูแล้วส่งเสริมสงครามได้”
➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอน ในคืนฉลองครบรอบ 100 ปีการเสียชีวิตของเกาดี คริสตชนไม่สามารถเชื่อในพระเยซูแล้วส่งเสริมสงคราม ฆ่าผู้บริสุทธิ์ หรือทอดทิ้งผู้ที่กำลังทุกข์ได้
➡️ ทรงชี้ ซากราด้า ฟามีเลีย ที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง เตือนเราถึงชีวิตคริสตชนก็เป็นเส้นทางที่พระเจ้าค่อยๆ สร้างในตัวเราเช่นกัน
➡️ ทรงย้ำ กางเขนบนยอดหอคอยไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อความโดดเด่นในการจัดอันดับแบบโลก แต่มีเพื่อ "นำทางประชากรของพระเจ้า" ด้วยแสงของกางเขน

Photo: Vatican Media
ช่วงค่ำวันพุธที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงเป็นประธานในพิธีมิสซาที่มหาวิหารซากราด้า ฟามีเลีย เมืองบาร์เซโลน่า และทำพิธีเปิดเสกหอคอยพระเยซูคริสต์ หอคอยกลางแห่งสุดท้ายของมหาวิหาร ซึ่งทำให้ซากราด้า ฟามีเลีย กลายเป็นวัดคาทอลิกที่สูงที่สุดในโลกด้วยความสูง 172.5 เมตร พิธีนี้ยังตรงกับวันครบรอบ 100 ปีการเสียชีวิตของอันโตนี่ เกาดี้ สถาปนิกผู้ออกแบบมหาวิหาร ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ค.ศ.1926 อีกด้วย
สำหรับใจความสำคัญของบทเทศน์ประจำพิธีที่พระสันตะปาปาเทศน์สอนผู้มาร่วมกว่า 8,000 คน Pope Report สรุปประเด็นมาให้ดังนี้
1. ซากราดา ฟามีเลียเตือนเรา ชีวิตคริสตชนยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง
พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการชี้ว่ามหาวิหารซากราด้า ฟามีเลีย ไม่ใช่แค่อนุสาวรีย์ แต่เป็นงานที่ยังกำลังก่อสร้างอยู่ และเราทุกคนคือ “หินมีชีวิต” ของผลงานนี้
“วัดแห่งนี้คืออาคารหนึ่งเดียวที่ประกอบขึ้นจากหินจำนวนมาก เป็นบ้านที่เติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปี ตามแบบแผนเดียวกัน เราทุกคนคือหินมีชีวิตของผลงานนี้ ซึ่งมีพระคริสต์เป็นรากฐานและจุดสูงสุด เป็นจุดเริ่มต้นและจุดจบ มหาวิหาร ซากราด้า ฟามีเลีย ยังคงเป็นงานที่กำลังก่อสร้างอยู่ในวันนี้ เตือนเราว่า ชีวิตคริสตชนเป็นเส้นทางเสมอ เพราะเป็นโครงการที่พระเจ้ากำลังดำเนินการอยู่”
“ดังนั้น เราไม่ได้อาศัยอยู่ในงานที่ยังไม่เสร็จ แต่เป็นวัดที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ความไม่สมบูรณ์ของมันไม่ใช่ข้อบกพร่อง เพราะมันเป็นพยานถึงความปรารถนา”
2. ไม่ใช่เราที่ให้ที่อยู่แก่พระเจ้า แต่พระเจ้าต่างหากที่ให้ที่อยู่กับเรา
จากนั้น พระสันตะปาปานำพระคัมภีร์ตอนที่พระเจ้าตรัสกับกษัตริย์เดวิดมาอธิบายว่า มนุษย์ไม่ใช่ผู้สร้างที่อยู่ให้พระเจ้า แต่เป็นพระเจ้าที่ประทานที่อยู่แก่เรา และที่นั้นก็คือหัวใจของพระเจ้านั่นเอง
“พระคัมภีร์สอนเราว่า ไม่ใช่เราที่ให้ที่อยู่แก่พระเจ้า แต่เป็นพระเจ้าต่างหากที่ประทานที่อยู่ให้เรา และที่อยู่ที่พระองค์ประทานแก่เราคือหัวใจของพระองค์ นี่คือที่ของผู้เป็นที่รัก สำหรับเราที่เป็นคนบาป"
3. เราไม่สามารถเชื่อในพระเยซูแล้วส่งเสริมสงครามได้
พระสันตะปาปายังเตือนแบบตรงๆว่า ความเชื่อในพระเยซูต้องเปลี่ยนวิธีที่เรามองชีวิตมนุษย์ ความรุนแรง สงคราม และคนที่กำลังทุกข์
“หากเราไม่เชื่อในพระเยซูคริสต์ เราก็ยังคงอยู่ในบาป และไม่เพียงแต่เราจะตายเท่านั้น แต่เรายังทำให้เพื่อนมนุษย์ตายไปด้วย พี่น้องที่รัก เราไม่สามารถเชื่อในพระเยซูแล้วส่งเสริมสงคราม เราไม่สามารถเชื่อในพระเยซูแล้วฆ่าผู้บริสุทธิ์ … เราไม่สามารถเชื่อในพระเยซูแล้วทอดทิ้งผู้ที่กำลังทุกข์ ผู้ที่ร้องไห้ และผู้ที่หนีจากความยากจนได้”
4. อันโตนี่ เกาดี้ สถาปนิกผู้เปลี่ยนพรสวรรค์ให้เป็นคำสรรเสริญ
พระสันตะปาปาทรงร่วมรำลึกถึง อันโตนี่ เกาดี้ ในวาระครบรอบ 100 ปีการเสียชีวิต โดยชี้ว่าศิลปินผู้มีความเชื่อย่อมเปลี่ยนความสร้างสรรค์ให้กลายเป็นพยานถึงพระผู้สร้าง
“บิเซนเต้ อันโตนี่ เกาดี้ ได้ออกแบบพื้นที่เหล่านี้ด้วยความปรารถนาที่จะเล่าธรรมล้ำลึกแห่งชีวิตของพระเจ้า ด้วยวิธีนี้ เขาได้เสนอการแสวงบุญฝ่ายจิตแก่เรา ซึ่งนำไปสู่การพบกับพระคริสต์ ผู้ทรงบังเกิด สิ้นพระชนม์ และกลับคืนชีพเพื่อเรา"
5. กางเขนบนยอดหอคอย ไม่ได้ตั้งขึ้นเพื่อโดดเด่น แต่เพื่อส่องทาง
ตอนท้าย พระสันตะปาปาตรัสถึงความหมายของหอคอยพระเยซูคริสต์ โดยย้ำว่า กางเขนบนยอดหอคอยคือกางเขนของคนสุดท้ายที่กลับกลายเป็นคนแรก ของคนบาปที่กลับกลายเป็นนักบุญ ของคนตายที่จะกลับคืนชีพ
“ซากราด้า ฟามีเลีย เป็นวัดคาทอลิกที่สูงที่สุดในโลก ไม่ใช่เพื่อโดดเด่นในการจัดอันดับแบบโลกนี้ แต่เพื่อชี้นำก้าวเดินของประชากรของพระเจ้าที่จาริกอยู่ในประเทศสเปน โดยมีกางเขนที่ส่องสว่างทาง … แสงสว่างของพระคริสต์ส่องอยู่ในความมืด แม้ว่าความมืดจะไม่ได้ต้อนรับแสงนั้นก็ตาม นี่คือเหตุผลว่า ทำไมกางเขนจึงเป็นเครื่องหมายอันสว่างไสวแห่งความรักของพระองค์” พระสันตะปาปา ตรัสปิดท้าย
Source:
- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/homilies/2026/documents/20260610-spagna-sagrada-familia.html
Comments
Post a Comment