โป๊ปเตือนบิช็อป ศาสนจักรต้องฟังความจริง เยียวยาผู้ถูกทำร้าย อย่าวัดกระแสเรียกด้วยตัวเลข อย่ายึดติดโครงสร้างเดิมๆมากไป ถ้ามันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงเตือนบิช็อปในสเปน ศาสนจักรคาทอลิกต้องดูแลรับผิดชอบคนที่ถูกทำร้ายโดยคนที่ควรดูแลพวกเขา เช่น สงฆ์คาทอลิกและนักบวช ด้วยการรับฟังความจริง ความยุติธรรม เยียวยาชดเชย และดูแลพวกเขา


➡️ ทรงย้ำ งานอภิบาลกระแสเรียกไม่ใช่การไล่ตามตัวเลขเพื่อความสำเร็จ แต่ต้องเกิดจากชุมชนที่มีชีวิต สงฆ์คาทอลิกที่มีความสุข ครอบครัวที่ซื่อสัตย์ และศาสนจักรที่ทำให้คนเห็นว่า การติดตามพระคริสต์ทำให้ชีวิตกว้างขึ้น


➡️ ทรงแนะ อย่ายึดติดโครงสร้างหรือระบบเดิมๆมากเกินไป ถ้ามันไม่ช่วยให้การอบรมกระแสเรียกดีขึ้น โดยเฉพาะเรื่องสามเณราลัยและการอบรมสงฆ์คาทอลิก


➡️ ทรงสอน บิช็อปต้องเป็นเครื่องหมายของความเป็นหนึ่งเดียวกันท่ามกลางความหลากหลายในสังคม 

Photo Credit: Vatican Media


ช่วงสายวันจันทร์ที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 เสด็จไปยังสำนักงานสภาบิช็อปคาทอลิกแห่งประเทศสเปน ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงมาดริด เพื่อพบปะและให้โอวาทแก่บรรดาบิช็อปในประเทศนี้ โดยก่อนหน้านี้ พระสันตะปาปาได้เสด็จไปยังรัฐสภาของสเปน เพื่อพบปะคณะรัฐบาลและผู้ทางภาคการเมือง


สำหรับพระดำรัสที่พระสันตะปาปาตรัสกับบรรดาบิช็อปสเปน พระองค์ใช้ภาพ “การเดินทาง” เพื่อพูดกับบรรดาบิช็อปว่า ศาสนจักรต้องกล้าออกเดินทางไปหาพระเจ้า ไม่ติดอยู่กับอดีต ไม่แบกสิ่งที่ไม่จำเป็น แต่ก็ต้องไม่ตัดขาดจากมรดกความเชื่อที่ยังช่วยให้ผู้คนพบพระเจ้าได้


ในส่วนใจความสำคัญของสิ่งที่พระสันตะปาปาตรัสนั้น Pope Report สรุปมาให้ดังนี้


1. ศาสนจักรต้องฟังความจริง และเยียวยาผู้ที่ถูกทำร้าย


พระสันตะปาปาพูดอย่างชัดเจนถึงผู้ที่ถูกทำร้ายโดยคนที่ควรดูแลพวกเขา รวมถึงสมาชิกของคณะสงฆ์คาทอลิก พระองค์ขอให้ศาสนจักรตอบสนองต่อบาดแผลนี้ด้วยความจริง ไม่ใช่ด้วยการปกป้องตัวเอง


พระสันตะปาปาตรัสอย่างหนักแน่นว่า “หนึ่งในการพบปะที่เจ็บปวดที่สุด คือการพบกับผู้ที่ถูกทำร้ายโดยคนที่ควรจะดูแลพวกเขา รวมถึงสมาชิกของคณะสงฆ์คาทอลิก ต่อหน้าบาดแผลร้ายแรงนี้ ชุมชนศาสนจักรถูกเรียกให้ตอบสนองด้วยการรับฟังความจริง ความยุติธรรม การเยียวยาชดเชย และความมุ่งมั่นที่เด็ดเดี่ยวยิ่งขึ้นต่อการป้องกันและวัฒนธรรมแห่งการดูแล … ผู้ที่บาดเจ็บทุกคนต้องสามารถพบการฟังอย่างจริงใจ การต้อนรับ การปกป้อง และหนทางแท้จริงสู่การเยียวยา”


2. บิช็อปต้องเป็นเครื่องหมายของความเป็นหนึ่งเดียวกัน


จากนั้น พระสันตะปาปาสอนว่า ในยุคที่สังคมแบ่งขั้วและเผชิญหน้ากันรุนแรงขึ้น ศาสนจักรต้องเป็นพยานถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันในความแตกต่าง และบิช็อปต้องเป็นเครื่องหมายที่มองเห็นได้ของความเป็นหนึ่งเดียวกัน


พระสันตะปาปา ตรัสว่า “ในยุคที่การแบ่งขั้วและการเผชิญหน้าทวีความรุนแรงขึ้น ศาสนจักรถูกเรียกให้เป็นพยานถึงความเป็นหนึ่งเดียวในความแตกต่าง เป็นความเป็นหนึ่งเดียวที่สามารถโอบรับความมั่งคั่งจากของขวัญของพระเจ้า พระพรพิเศษ และความละเอียดอ่อนต่าง ๆ ที่พระจิตปลุกให้เกิดขึ้นในประชากรของพระเจ้า”


“พันธกิจของพวกท่านเรียกให้พวกท่านรักษาความเป็นหนึ่งเดียวกัน ส่งเสริมการเสวนา เยียวยาความแตกแยก และร่วมเดินทางกับประชากรที่ได้รับมอบหมายให้อยู่ในความดูแลของพวกท่าน”


พระสันตะปาปายังย้ำว่า ศาสนจักรที่มีสันติภายในจิตใจ จะสามารถพูดกับคริสตชนต่างนิกาย ศาสนาอื่น ผู้ที่ไม่เชื่อ เจ้าหน้าที่รัฐ และคนที่ทำงานเพื่อความดีส่วนรวมได้อย่างเสรีมากขึ้นด้วย


3. กระแสเรียกไม่ใช่เรื่องการวัดความสำเร็จด้วยตัวเลข แต่คือชีวิตที่ถูกมอบให้ผู้อื่น


พระสันตะปาปายังเอ่ยถึงเรื่องกระแสเรียกการเป็นสงฆ์คาทอลิกหรือนักบวช พระองค์ย้ำว่า หัวใจมนุษย์ไม่ได้อิ่มจากการสะสมประสบการณ์หรือความมั่นคงชั่วคราวแบบทางโลก แต่หัวใจของเราอิ่มเมื่อค้นพบว่า ชีวิตมีความหมายเมื่อถูกมอบให้คนอื่น


“สำหรับคนหนุ่มสาวจำนวนมาก และไม่ใช่เฉพาะพวกเขาเท่านั้น คำถามว่า ‘ชีวิตของเราจะมอบให้ใครหรือมีชีวิตไปเพื่ออะไร’ ดังก้องขึ้นในฐานะการแสวงหาความหมาย ความเป็นส่วนหนึ่ง และการมอบตนเองอย่างจริงใจ หัวใจมนุษย์ไม่ได้เต็มอิ่มด้วยการสะสมประสบการณ์ ความเป็นไปได้ หรือความมั่นคงชั่วคราว แต่เต็มอิ่มเมื่อค้นพบกระแสเรียก เมื่อเข้าใจว่า ชีวิตไปถึงความสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อถูกมอบให้คนอื่น”


พระสันตะปาปายังย้ำด้วยว่า งานอภิบาลกระแสเรียกไม่ใช่การไล่ตามจำนวน แต่ต้องเกิดจากชีวิตจริงของศาสนจักร


“งานอภิบาลกระแสเรียกต้องไม่ถูกลดทอนให้เป็นเพียงการไล่ตามตัวเลข งานนี้เกิดขึ้นจากชุมชนที่มีชีวิต จากสงฆ์คาทอลิกที่มีความสุข จากครอบครัวที่สามารถเป็นพยานถึงความงดงามของความซื่อสัตย์ จากศาสนจักรที่รู้วิธีแสดงอย่างเรียบง่ายว่า การติดตามพระคริสต์ไม่ได้ทำให้ชีวิตจนลง แต่ทำให้ชีวิตกว้างขึ้น” พระสันตะปาปาทรงแบ่งปัน


4. อย่ายึดติดโครงสร้างหรือระบบเดิมๆมากเกินไป ถ้ามันไม่ช่วยให้การอบรมกระแสเรียกดีขึ้น


พระสันตะปาปาใช้ภาพผู้แสวงบุญบนเส้นทางซานติอาโก้ เด กอมโปสเตลล่า เพื่อเตือนว่า ในการแบกเป้เดินทาง เราควรมีเฉพาะสิ่งของที่จำเป็นเท่านั้นที่พกติดตัว สำหรับศาสนจักร เรื่องนี้หมายถึงการอย่ายึดติดโครงสร้างหรือระบบเดิมๆมากเกินไป ถ้ามันไม่ช่วยให้การอบรมกระแสเรียกดีขึ้น โดยเฉพาะเรื่องสามเณราลัยและการอบรมสงฆ์คาทอลิก


พระสันตะปาปาตรัสว่า “ผู้แสวงบุญบนเส้นทางซานติอาโก้ เด กอมโปสเตลล่า รู้ดีว่า ในเป้ควรมีเพียงสิ่งจำเป็นเท่านั้น ดังที่พระสันตะปาปา ฟรานซิส ตรัสบ่อยครั้ง ในบริบทของกระแสเรียกปัจจุบัน การยึดติดกับโครงสร้างเดิมๆไม่อาจมาก่อนความดีของกระแสเรียกเอง … ผู้เตรียมตัวเป็นสงฆ์คาทอลิกมีสิทธิได้รับการอบรมที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ และในส่วนของศาสนจักร ศาสนจักรก็มีสิทธิที่จะมีสงฆ์คาทอลิกที่ได้รับการอบรมอย่างดี”


พระสันตะปาปายังเตือนให้ศาสนจักรกล้าทิ้งโครงสร้างเดิมๆ ที่ไม่ช่วยให้ทุกสิ่งดีขึ้น ไม่ตอบโจทย์ หรือทำให้หลงทาง แต่ต้องรักษาสิ่งที่ยังพาผู้คนไปสู่พระเจ้า โดยเฉพาะมรดกคริสตชน พระวาจา และศีลมหาสนิท


“เราจะสามารถทิ้งโครงสร้างเก่าๆที่ไม่ช่วยเรา ไม่ตอบสนองความจำเป็นของเรา หรือแม้แต่นำเราออกห่างจากเป้าหมาย ขณะเดียวกัน ก็ต้องมีพลังที่จะรักษาสิ่งที่ช่วยให้เราเดินไปถึงเป้าหมายไว้ด้วย”


ตอนท้าย พระสันตะปาปาฝากงานรับใช้ของบิช็อปสเปนไว้กับแม่พระ มารดาแห่งความเป็นหนึ่งเดียวและความหวัง พร้อมยกนักบุญจอห์นแห่งอาวีลา องค์อุปถัมภ์สงฆ์คาทอลิกของประเทศสเปน ในโอกาสครบ 500 ปีแห่งการบวชเป็นสงฆ์คาทอลิกของท่าน เพื่อเตือนบิช็อปให้ดูแลสงฆ์คาทอลิกอย่างใกล้ชิด


“การเดินทางของเรากับพวกเขาควรถ่ายทอดความสำคัญของสิ่งจำเป็น นั่นคือ เป็นสงฆ์คาทอลิกที่รักพระคริสต์ หยั่งรากในชีวิตภาวนา ซื่อสัตย์ต่อศาสนจักร ใกล้ชิดประชาชน และสามารถรวมคำสอนที่ถูกต้อง ความร้อนรนแบบอัครสาวก และความรักแบบผู้อภิบาลเข้าด้วยกัน” พระสันตะปาปาตรัสในตอนท้าย


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/speeches/2026/giugno/documents/20260608-spagna-vescovi.html 


Comments