โป๊ปย้ำ สถาบันการศึกษาของเยสุอิตต้องพาคนไปหาพระเจ้า เดินกับคนชายขอบ และช่วยสังคมรับมือยุค AI
➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงย้ำ สถาบันการศึกษาของเยสุอิตต้องเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้นักศึกษาแสวงหาความจริง พบพระเจ้า และเรียนรู้การใช้ชีวิต “เพื่อผู้อื่น”
➡️ ทรงชี้ แนวทางพันธกิจสากล 4 ประการของคณะเยสุอิต สามารถช่วยสถาบันอุดมศึกษาตอบโจทย์โลกวันนี้ ทั้งเรื่องความเชื่อ คนยากจน เยาวชน และการดูแลสิ่งสร้าง
➡️ ทรงเตือน สถาบันการศึกษาต้องเริ่มคิดเรื่องผลกระทบจาก AI ตั้งแต่วันนี้ ทั้งด้านบวกและด้านลบ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัลอย่างจริงจัง
![]() |
| Photo Credit: AP |
ช่วงสายวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงพบกับอธิการบดีและผู้แทนจากวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยเยสุอิตในอเมริกาเหนือที่มาเข้าเฝ้าในวาติกัน วันนี้ พระสันตะปาปาตรัสถึงบทบาทของสถาบันการศึกษาเยสุอิตในโลกที่กำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งสังคมที่ห่างจากศาสนามากขึ้น คนจนและผู้อพยพที่ถูกมองข้าม เยาวชนที่ขาดความหวัง วิกฤตสิ่งแวดล้อม และผลกระทบจาก AI
พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการอธิบายว่า แนวทางพันธกิจสากล 4 ประการของคณะเยสุอิต ซึ่งพระสันตะปาปา ฟรานซิส ได้ให้การรับรองไว้เป็นเหมือนแนวทางที่ช่วยให้สถาบันอุดมศึกษารับมือความท้าทายเหล่านี้ได้
พระสันตะปาปาตรัสว่า “แนวทางพันธกิจสากล 4 ประการของคณะเยสุอิต ซึ่งพระสันตะปาปาองค์ก่อนของพ่อ (พระสันตะปาปา ฟรานซิส) ได้ให้การรับรองในปี 2019 เป็นแนวทางที่อาจช่วยตอบสนองความท้าทายเหล่านี้ในระดับอุดมศึกษาได้ พ่ออยากไตร่ตรองแนวทางทั้ง 4 ประการนี้ร่วมกับพวกท่าน”
สำหรับใจความสำคัญของสิ่งที่พระสันตะปาปาตรัส โดยเฉพาะแนวทางพันธกิจสากล 4 ประการของคณะเยสุอิต Pope Report สรุปมาให้ดังนี้
1. การศึกษาเยสุอิตต้องพาคนไปหาพระเจ้า ไม่ใช่แค่ให้ความรู้
แนวทางแรกของคณะเยสุอิตคือการชี้ทางไปหาพระเจ้า ผ่านแบบฝึกหัดฝ่ายจิตและการไตร่ตรองแยกแยะ พระสันตะปาปาทรงย้ำว่า “พ่ออยากไตร่ตรองแนวทางทั้ง 4 ประการนี้ร่วมกับพวกท่าน ประการแรกคือการชี้ทางไปหาพระเจ้าผ่านแบบฝึกหัดฝ่ายจิตและการไตร่ตรองแยกแยะ ซึ่งสอดคล้องอย่างเป็นธรรมชาติกับงานวิชาการของพวกท่าน ผู้ที่ทำงานวิจัย ผู้ที่ศึกษาเล่าเรียน และผู้ที่แสวงหาความจริง ในที่สุดแล้ว ต่างก็แสวงหาพระเจ้า ไม่ว่าพวกเขาจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม”
“แท้จริงแล้ว ในยุคของเรา อย่างที่พ่อเพิ่งสังเกตระหว่างการเยือนสเปนเมื่อไม่นานมานี้ว่า เยาวชนและผู้ใหญ่จำนวนมากกำลังค้นพบความเชื่อคริสตชนอีกครั้งหลังจากที่ได้ห่างจากพระเจ้าไปช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อเห็นความหิวกระหายพระเจ้าอย่างชัดเจนและเพิ่มขึ้นในหมู่เยาวชน พ่อจึงขอให้กำลังใจพวกท่านเดินหน้าเปิดโอกาสให้คนในมหาวิทยาลัยของพวกท่านได้มีส่วนร่วมในแบบฝึกหัดฝ่ายจิตต่อไป”
2. สถาบันเยสุอิตต้องเดินไปพร้อมกับคนจน ผู้อพยพ และคนชายขอบ
แนวทางที่สองคือการเดินไปพร้อมกับคนยากจนและคนที่โลกผลักออกไป พระสันตะปาปาทรงชี้ว่า “การเดินไปพร้อมกับคนยากจนและคนที่ถูกโลกผลักออกไป เป็นเรื่องสำคัญในช่วงเวลาที่พี่น้องจำนวนมากกำลังอยู่ในความยากจน หลายคนถูกบังคับให้ต้องออกจากบ้านด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น สงคราม การเบียดเบียนทางศาสนาหรือการเมือง ความหิวโหย และผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สถาบันของพวกท่านได้รับการเรียก ไม่เพียงให้สอนนักศึกษาเกี่ยวกับความอยุติธรรมที่ผู้คนชายขอบของสังคมกำลังเผชิญเท่านั้น แต่ยังให้เป็นช่องทางสำคัญในการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ด้วยการเสนอรูปแบบใหม่ที่มีรากฐานอยู่ในความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและประโยชน์ส่วนรวม”
“เป็นเรื่องสำคัญเช่นกันที่จะเปิดโอกาสให้ผู้อพยพ ผู้ลี้ภัย และผู้ที่มีฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมต่ำกว่า ได้รับประโยชน์จากการศึกษาขั้นสูง ด้วยวิธีนี้ พวกเขาจะสามารถผสานตัวเข้ากับสังคมที่พวกเขาอาศัยอยู่ได้อย่างเต็มที่ยิ่งขึ้น และในเวลาเดียวกัน ก็ทำให้นักศึกษาโดยรวมได้รับความมั่งคั่งจากประสบการณ์และมุมมองที่หลากหลายของพวกเขา” พระสันตะปาปาตรัสย้ำ
3. มหาวิทยาลัยต้องช่วยคนรุ่นใหม่สร้างอนาคตที่มีความหวัง
แนวทางที่สามคือการอยู่เคียงข้างคนหนุ่มสาว เพื่อช่วยสร้างอนาคตที่เต็มไปด้วยความหวัง
พระสันตะปาปาตรัสว่า “โดยปกติแล้ว นักศึกษาเริ่มต้นชีวิตทางวิชาการของตนด้วยอุดมคติและพลังเต็มเปี่ยม … พ่อขอเชิญพวกท่านให้เดินหน้าหล่อเลี้ยงความรู้สึกแห่งความหวังนี้ในผู้คนในชุมชนของพวกท่าน ผ่านโอกาสต่างๆ สำหรับการพูดคุย การรับใช้ และการภาวนา โดยระลึกเสมอว่า การกลับคืนชีพของพระคริสต์คือบ่อเกิดสูงสุดของความหวัง และเมื่อมีพระองค์ ทุกสิ่งเป็นไปได้”
4. การดูแลสิ่งสร้างของพระเจ้าต้องไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่ต้องเป็นชีวิตจริง
แนวทางที่สี่คือการทำงานร่วมกันเพื่อดูแลสิ่งสร้าง พระสันตะปาปาทรงเตือนว่า “เรื่องนี้เป็นหน้าที่เร่งด่วน เพราะโลกกำลังเผชิญผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ และทรัพยากรถูกใช้เพื่อผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม มากกว่าประโยชน์ส่วนรวม … พ่อขอให้กำลังใจพวกท่านให้ยืนหยัดในความพยายามที่จะให้การศึกษาแก่คนในมหาวิทยาลัยของพวกท่านเกี่ยวกับอันตรายในปัจจุบันเหล่านี้ต่อไป แต่ขณะเดียวกัน ก็ขอให้ชุมชนของพวกท่านเป็นแบบอย่างของความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ความเรียบง่าย และความกตัญญูต่อของขวัญจากพระเจ้า ด้วยวิธีนี้ สถาบันของพวกท่านจะสามารถสอนด้วยแบบอย่าง ไม่ใช่เพียงด้วยทฤษฎีเท่านั้น”
5. มหาวิทยาลัยต้องช่วยสังคมคิดเรื่อง AI ตั้งแต่ตอนนี้
หลังจากไตร่ตรองแนวทางทั้ง 4 ประการของคณะเยสุอิตแล้ว พระสันตะปาปาทรงยกเรื่อง AI ขึ้นมาเตือนสติทุกคนว่า “ยุคของเรากำลังได้รับผลกระทบจาก AI และเทคโนโลยีใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ … เทคโนโลยีใหม่เปิดขอบฟ้าออกไปในทิศทางต่างๆ ที่พอจินตนาการได้ แต่ยังไม่อาจคาดการณ์ได้อย่างสมบูรณ์ … ดังนั้น เป็นเรื่องสำคัญที่จะเริ่มตั้งแต่ตอนนี้ในการรับมือผลที่ตามมา ทั้งด้านบวกและด้านลบ ซึ่งเกิดจากความก้าวหน้าเหล่านี้”
พระองค์ยังย้ำว่า วิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมีบทบาทพิเศษในเรื่องนี้ โดยเฉพาะการนำคำสอนสังคมของศาสนจักรกลับมาช่วยตอบคำถามของโลกดิจิทัล เพื่อให้คำสอนเหล่านี้ยัง “มีความเกี่ยวข้องและมีประสิทธิผลในการรับมือกับการปฏิวัติดิจิทัล”
ตอนท้าย พระสันตะปาปาขอบคุณผู้นำสถาบันเยสุอิตสำหรับพันธกิจด้านการศึกษา และขอให้พวกเขาเดินหน้าสืบต่อธรรมประเพณีของคณะเยสุอิตในการหล่อหลอมคนรุ่นใหม่ให้ดำเนินชีวิตเพื่อคนอื่น ไม่ใช่เพื่อตนเองอย่างเดียว
Source:
- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/speeches/2026/giugno/documents/20260625-ajcu.html

Comments
Post a Comment