โป๊ปชี้พันธกิจศาสนจักรคาทอลิก “ต้องปฏิเสธทุกสิ่งที่ทำลายชีวิต” และประณามความชั่วร้ายในทุกรูปแบบ

 ➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ย้ำ ศาสนจักรคาทอลิกมีหน้าที่ต้องประณามความชั่วร้ายทุกรูปแบบ และต้องกล้าพูดอย่างชัดเจนเพื่อต่อต้านทุกสิ่งที่ทำลายชีวิตมนุษย์ 


➡️ ทรงสอน องค์กรของศาสนจักรไม่ใช่สิ่งที่แตะต้องไม่ได้ แต่เป็นองค์กรของมนุษย์บนโลกที่ต้องได้รับการฟื้นฟูและปฏิรูปอย่างต่อเนื่องเพื่อรับใช้พระเจ้าอย่างแท้จริง


➡️ ทรงชี้ คริสตชนทุกคนบนโลกและในสวรรค์รวมเป็นศาสนจักรเดียว เราได้รับการค้ำจุนผ่านการสวดภาวนาอุทิศให้ผู้ล่วงลับ



ช่วงสายวันพุธที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงเป็นประธานในการเข้าเฝ้าทั่วไป ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน วันนี้ พระสันตะปาปาทรงให้ข้อคิดต่อเนื่องเกี่ยวกับธรรมนูญคำสอนเรื่อง “แสงสว่างแห่งนานาชาติ” (Lumen Gentium) บทที่ 7 ซึ่งเน้นเรื่องวาระสุดท้ายของโลกและจุดหมายปลายทางของศาสนจักร โดยรายละเอียดต่างๆ Pope Report สรุปประเด็นมาให้ดังนี้


1. ศาสนจักรต้องชี้ไปที่ความรอดพ้นในพระคริสต์ ไม่ใช่ประกาศตัวเอง


พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการอธิบายว่า ศาสนจักรคือประชากรของพระเจ้าที่กำลังเดินทางจาริกบนโลก เรามองไปยังเป้าหมายสุดท้ายคือสวรรค์ แต่หลายครั้งเรามักหลงลืมและมองข้ามเป้าหมายนี้ไป


“ศาสนจักรคือประชากรของพระเจ้าผู้เดินทางจาริกบนโลก ซึ่งอาศัยพระสัญญาในบั้นปลาย ศาสนจักรจึงอ่านและตีความประวัติศาสตร์ผ่านทางพระวรสาร โดยประณามความชั่วร้ายในทุกรูปแบบ และประกาศความรอดที่พระเยซูทรงปรารถนาจะนำมาสู่มวลมนุษยชาติ ... แต่เรามักมองข้ามสิ่งนี้ เพราะมัวแต่จดจ่ออยู่กับสิ่งที่มองเห็นได้ตรงหน้า และวุ่นวายกับกิจกรรมในชีวิตประจำวันของกลุ่มคริสตชนมากเกินไป จำไว้ว่า ศาสนจักรไม่ได้มีหน้าที่ประกาศตัวเอง แต่ทุกสิ่งในศาสนจักรต้องชี้ไปสู่ความรอดในพระเยซู พระสันตะปาปาตรัส


2. ศาสนจักรมีหน้าที่ปกป้องชีวิต


จากนั้น พระสันตะปาปาชาวอเมริกันได้ย้ำถึงหน้าที่สำคัญของศาสนจักรในการต่อสู้กับความชั่วร้าย และยืนหยัดเคียงข้างผู้อ่อนแอและทนทุกข์ในสังคม


“ในฐานะผู้พิทักษ์ความหวังที่ส่องสว่างหนทาง ศาสนจักรยังได้รับมอบหมายพันธกิจในการพูดอย่างชัดเจนเพื่อปฏิเสธทุกสิ่งที่ทำลายชีวิตและขัดขวางการพัฒนาชีวิต และต้องยืนหยัดเคียงข้างคนยากจน ผู้ถูกเอารัดเอาเปรียบ เหยื่อของความรุนแรงและสงคราม และทุกคนที่ทนทุกข์ทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจ” พระสันตะปาปาตรัสสอน


3. สถาบันของศาสนจักรไม่ใช่สิ่งที่สมบูรณ์แบบ เรามีความเปราะบางและต้องปฏิรูปตนเองเสมอ


พระสันตะปาปายังเตือนให้ศาสนจักรมีความถ่อมตน โดยตระหนักว่าสถาบันต่างๆ ของศาสนจักรบนโลกนี้ล้วนมีความเปราะบางตามแบบฉบับมนุษย์ และไม่ยั่งยืน


บิช็อปแห่งกรุงโรม ตรัสว่า “จากมุมมองนี้ ศาสนจักรถูกเรียกให้ตระหนักอย่างถ่อมตนถึงความเปราะบางของมนุษย์และความไม่ยั่งยืนของสถาบันต่างๆ ของตนเอง ... ไม่มีสถาบันใดของศาสนจักรที่สามารถถือเป็นสิ่งสมบูรณ์แบบ แท้จริงแล้ว เนื่องจากสถาบันเหล่านี้ดำรงอยู่ภายในประวัติศาสตร์และกาลเวลา จึงถูกเรียกให้กลับใจอย่างต่อเนื่อง ให้ปรับปรุงรูปแบบและปฏิรูปโครงสร้าง ให้ฟื้นฟูความสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถบรรลุพันธกิจได้อย่างแท้จริง”


4. พระเจ้าประทานความรอดแม้นอกขอบเขตที่ “มองเห็นได้” ของศาสนจักร


พระสันตะปาปายังอธิบายว่า ศาสนจักรคือศีลศักดิ์สิทธิ์แห่งความรอดสากล แต่ก็ไม่ได้เท่าเทียมและสมบูรณ์แบบเหมือนกับอาณาจักรของพระเจ้า


พระสันตะปาปา ตรัสว่า “ศาสนจักรคือสถานที่และหนทางที่การเป็นหนึ่งเดียวกับพระเยซูจะเกิดขึ้นได้อย่างใกล้ชิดที่สุด ในขณะเดียวกันก็ยอมรับว่า ความรอดนั้น พระเจ้าสามารถประทานให้ทางพระจิต แม้จะอยู่นอกเหนือขอบเขตที่มองเห็นได้ของศาสนจักรก็ตาม ดังนั้น ผู้มีความเชื่อต้องเดินทางผ่านประวัติศาสตร์บนโลกนี้ ซึ่งมีทั้งความดีและความอยุติธรรม โดยปราศจากการหลอกตัวเองหรือความสิ้นหวัง แต่ดำเนินชีวิตโดยได้รับการนำทางจากพระสัญญาของพระเจ้าที่จะสร้างทุกสิ่งขึ้นใหม่”


5. เราคือศาสนจักรเดียวกัน ทั้งบนโลกและในสวรรค์


ตอนท้าย พระสันตะปาปาได้กระตุ้นให้คริสตชนเข้าใจถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างคริสตชนที่กำลังทำหน้าที่บนโลก กับบรรดาผู้ที่ล่วงลับไปแล้วซึ่งกำลังอยู่ในสถานะของไฟชำระหรืออยู่บนสวรรค์แล้ว


“ธรรมนูญ ‘แสงสว่างแห่งนานาชาติ’ (Lumen Gentium) ยืนยันว่า คริสตชนทุกคนรวมเป็นศาสนจักรเดียวกัน มีการแบ่งปันความดีฝ่ายจิตให้กัน ซึ่งก็คือความห่วงใยแบบพี่น้องระหว่างศาสนจักรบนโลกและศาสนจักรในสวรรค์ นั่นคือ สหพันธ์นักบุญ โดยผ่านทางการสวดภาวนาอุทิศแด่ผู้ล่วงลับและการเดินตามรอยศิษย์ของพระเยซูที่ล่วงหน้าเราไป เราก็ได้รับการค้ำจุนในการเดินทางของเราด้วย” พระสันตะปาปาตรัสในตอนท้าย


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/audiences/2026/documents/20260506-udienza-generale.html 


Comments