โป๊ปสอน พระจิตคือพลังแห่งสันติภาพ พันธกิจ และความจริง พระจิตเปิดประตูศาสนจักรให้ต้อนรับทุกคน แม้คนที่ปิดประตูใส่พระเจ้าและเพื่อนมนุษย์

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอน วันสมโภชพระจิตเสด็จลงมาเป็นความสมบูรณ์ของเทศกาลปาสกา เพราะพระเยซูผู้กลับคืนชีพทรงเข้ามาในความกลัวของบรรดาศิษย์ และประทานพระจิตแห่งสันติสุขแก่พวกเขา สันติสุขนี้เกิดจากการให้อภัยและนำเราไปสู่การให้อภัยคนอื่น


➡️ ทรงชี้ พระจิตทำให้ศาสนจักรเป็นตัวเอกในการประกาศพระวรสาร ไม่ใช่แค่ผู้พิทักษ์รักษา พระจิตแห่งความจริงจะปกป้องเราจากการแบ่งพรรคแบ่งพวกและการหน้าไหว้หลังหลอก


➡️ ทรงย้ำ พระจิตเปิดประตูศาสนจักรให้พร้อมต้อนรับทุกคน แม้แต่กับคนที่ปิดประตูใส่พระเจ้า ใส่คนอื่น หรือปิดประตูใส่ความสุขในการมีชีวิตอยู่


➡️ ทรงเชิญทุกคนภาวนาเพื่อคาทอลิกในจีนและตะวันออกกลาง โดยวันนี้ ตรงกับวันภาวนาเพื่อศาสนจักรในประเทศจีน และตรงกับวันระลึกถึงแม่พระองค์อุปถัมภ์คริสตชน ซึ่งได้รับความเคารพศรัทธาอย่างยิ่งที่สักการะสถานเช่อซาน เมืองเซี่ยงไฮ้

Photo: Vatican Media

ช่วงสายวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงเป็นประธานในพิธีมิสซาสมโภชพระจิตเสด็จลงมา ภายในมหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน โดยพระวรสารวันนี้เป็นเหตุการณ์ที่บรรดาศิษย์เก็บตัวอยู่ในห้องชั้นบนเพราะความกลัว แต่พระเยซูผู้กลับคืนชีพเสด็จมายืนท่ามกลางพวกเขา และตรัสว่า “สันติสุขจงดำรงอยู่กับท่าน” และประทานพระจิตแก่พวกเขา


สำหรับใจความสำคัญของบทเทศน์ พระสันตะปาปาแบ่งปัน 3 ประการว่าพระจิตคือสันติภาพ พันธกิจ และความจริง ซึ่ง Pope Report เรียบเรียงมาให้ดังนี้


1. พระเยซูเข้ามาในความกลัว และเปลี่ยนห้องที่ปิดตายให้เป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่


พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการอธิบายว่า วันสมโภชพระจิตเสด็จลงมาคือความสมบูรณ์ของเทศกาลปาสกา เพราะพระเยซูผู้กลับคืนชีพไม่ได้อยู่ห่างจากบรรดาศิษย์ที่กลัวและปิดตัวเอง แต่พระองค์เข้ามายืนท่ามกลางพวกเขา ประทานสันติสุข และเป่าลมพระจิตเหนือพวกเขา


“บรรดาศิษย์ปิดตัวอยู่ในห้องชั้นบนและถูกความกลัวครอบงำ แต่พระเยซูเสด็จมายืนท่ามกลางพวกเขา แม้ประตูจะปิดอยู่ ... พระเยซูคริสต์ทำสิ่งนี้พร้อมกับตรัสว่า ‘สันติสุขจงดำรงอยู่กับท่าน’ จากนั้น พระองค์เป่าลมพระจิตเหนือพวกเขา ... สถานที่เลี้ยงอาหารค่ำมื้อสุดท้ายและสถานที่เกิดการทรยศได้รับการแปรเปลี่ยนไป … ดังนั้น วันสมโภชพระจิตเสด็จลงมาจึงเป็นทั้งวันฉลองปาสกา และวันฉลองพระกายของพระคริสต์ เพราะโดยพระหรรษทาน เราทุกคนได้ถูกทำให้เป็นพระกายนั้นร่วมกัน” พระสันตะปาปาตรัส


2. พระจิตของพระผู้กลับคืนชีพคือพระจิตแห่งสันติภาพ


จากนั้น พระสันตะปาปาย้ำว่า สันติภาพของพระจิตเริ่มจากการให้อภัยของพระเยซู พระองค์คือคนที่ถูกมนุษย์ทรยศ ตัดสินลงโทษ และตรึงกางเขน แต่พระเยซูกลับประทานสันติภาพและการให้อภัยแก่เรา เพื่อให้เรานำการคืนดีนี้ออกไปสู่โลก


“พระจิตของพระผู้กลับคืนชีพคือพระจิตแห่งสันติภาพ ... สันติภาพนี้เกิดจากการให้อภัย และนำเราไปสู่การให้อภัย สันติภาพนี้เริ่มจากการให้อภัยที่พระเยซูเองประทานให้ พระองค์ผู้ซึ่งเราทรยศ ตัดสินลงโทษ และตรึงกางเขน” พระสันตะปาปาตรัสสอน


3. พระจิตส่งศาสนจักรออกไปประกาศพระวรสาร


พระสันตะปาปายังสอนว่า พระจิตของพระเยซูคือพระจิตแห่งพันธกิจ พระเยซูตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า “พระบิดาส่เรามาอย่างไร เราก็ส่งท่านทั้งหลายไปอย่างนั้น” ดังนั้น ศาสนจักรทั้งมวลจึงไม่ได้มีหน้าที่แค่เฝ้าปกป้องรักษาพระวรสาร แต่ต้องเป็นผู้ประกาศและเป็นพยานถึงพระวรสารด้วยชีวิต


“พระจิตของพระเยซูผู้กลับคืนชีพคือพระจิตแห่งพันธกิจ ... บรรดาอัครสาวกเริ่มประกาศพระเยซู ผู้ถูกตรึงกางเขนและกลับคืนชีพ ... งานแรกของพระจิตในเราคือความเชื่อที่เราประกาศว่า ‘พระเยซูคือพระเจ้า’ ความเชื่อนี้มีชีวิตและแสดงออกในความดีทุกอย่าง ในกิจเมตตาและคุณธรรมทุกประการ”


“เราเป็นผู้ร่วมงานของพระวรสารอย่างแท้จริง ศาสนจักรทั้งมวลคือตัวเอกของพระวรสาร ไม่ใช่เพียงผู้เฝ้ารักษาพระวรสารเท่านั้น ... แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะความดีความชอบหรือสิทธิพิเศษของเราเอง แต่เพราะพระวาจาของพระเจ้า ผู้ชำระคนบาปให้ศักดิ์สิทธิ์ รักษาคนโรคเรื้อน และเปลี่ยนผู้ที่ปฏิเสธพระองค์ให้เป็นอัครสาวก” พระสันตะปาปาตรัส


4. พระจิตแห่งความจริงปกป้องเราจากการแบ่งพวกและความหน้าไหว้หลังหลอก


บิช็อปแห่งกรุงโรมชี้ว่า พันธกิจของศาสนจักรเริ่มจากการประกาศความจริงเกี่ยวกับพระเจ้าและมนุษย์ เพราะพระจิตของพระผู้กลับคืนชีพคือ “พระจิตแห่งความจริง” ผู้สร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันและปกป้องเราจากคนที่จะมาทำลายความเข้าใจและความเป็นหนึ่งเดียวกัน


“พันธกิจนี้เริ่มต้นด้วยการประกาศความจริงเกี่ยวกับพระเจ้าและมนุษย์ เพราะพระจิตของพระผู้กลับคืนชีพคือ ‘พระจิตแห่งความจริง’ ... พระจิตตรัสผ่านบรรดาประกาศก ส่งเสริมความเป็นหนึ่งเดียวในความจริงเสมอ … พระจิตปกป้องเราจากทุกสิ่งที่ขัดขวางความเข้าใจนี้ รวมถึงการแบ่งพวก การหน้าไหว้หลังหลอก และกระแสโลกที่บดบังแสงสว่างของพระวรสาร” พระสันตะปาปาตรัสสอน


5. พระจิตเปิดประตู และช่วยโลกให้รอดพ้นจากสงครามด้วยความรัก


หลังมิสซาจบลง พระสันตะปาปาทรงนำสวดราชินีสวรรค์ ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร พระองค์ย้ำว่า “พระจิตทรงเปิดประตู” เปิดให้เราเข้าถึงพระเจ้า เปิดศาสนจักรให้ต้อนรับทุกคน และเปิดหัวใจมนุษย์ให้ชนะความเห็นแก่ตัว ความไม่ไว้วางใจ และอคติ


“หากไม่มีไฟของพระจิต ศาสนจักรจะยังคงถูกขังอยู่ในความกลัว หวาดหวั่นต่อความท้าทายของโลก ปิดตัวอยู่กับตนเอง และด้วยเหตุนี้ จึงไม่สามารถเข้าสู่การเสวนากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปได้ พระจิตทรงเปิดประตูของศาสนจักร เพื่อให้ศาสนจักรเป็นบ้านที่ต้อนรับและให้ที่พักพิงแก่ทุกคน รวมถึงผู้ที่ปิดประตูต่อพระเจ้า ต่อผู้อื่น ต่อความหวัง และต่อความยินดีในการมีชีวิต” พระสันตะปาปาตรัสย้ำ


6. ภาวนาเพื่อคาทอลิกในจีนและตะวันออกกลาง


หลังการสวดราชินีสวรรค์ พระสันตะปาปาเชิญชวนทุกคนภาวนาเพื่อศาสนจักรในประเทศจีน ในวันภาวนาเพื่อศาสนจักรในประเทศจีน พร้อมฝากชุมชนคริสตชนในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เลบานอน และตะวันออกกลางไว้กับแม่พระ องค์อุปถัมภ์คริสตชนด้วย


พระสันตะปาปาตรัสว่า “วันนี้เป็นวันภาวนาเพื่อศาสนจักรในประเทศจีน และตรงกับวันระลึกถึงแม่พระองค์อุปถัมภ์คริสตชน ซึ่งได้รับความเคารพศรัทธาอย่างยิ่งที่สักการะสถานเช่อซาน เมืองเซี่ยงไฮ้ … ขอให้คำเสนอวิงวอนของราชินีแห่งสวรรค์ ช่วยให้ชุมชนผู้มีความเชื่อในประเทศจีนได้รับพระหรรษทานแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกัน และประทานกำลังแก่ทุกคนในการเป็นพยานถึงพระวรสารท่ามกลางความเหน็ดเหนื่อยในชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความหวังและสันติภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ่อขอวอนขอสันติสุขนิรันดรสำหรับผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาในเหมืองทางตอนเหนือของประเทศจีน” 


“ให้เราฝากชุมชนคริสตชนในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เลบานอน และทั่วตะวันออกกลาง ซึ่งกำลังทนทุกข์เพราะสงครามไว้กับแม่พระผู้ศักดิ์สิทธิ์ องค์อุปถัมภ์คริสตชนด้วย” พระสันตะปาปาตรัสปิดท้าย


Sources:


1. https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/homilies/2026/documents/20260524-pentecoste.html


2. https://www.vatican.va/content/leo-xiv/it/angelus/2026/documents/20260524-regina-caeli.html 


Comments