โป๊ปย้ำ พระเยซูเสด็จขึ้นสวรรค์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่พาเราขึ้นไปหาพระบิดาพร้อมกับพระองค์

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอน การเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระเยซูไม่ใช่เหตุการณ์ไกลตัวในอดีต แต่เป็นสายสัมพันธ์ที่มีชีวิต เพราะพระองค์นำเราขึ้นไปสู่ความเป็นหนึ่งเดียวกับพระบิดา


➡️ ทรงย้ำ พระเยซูพามนุษย์ออกจากบาป ความมืด ความอยุติธรรม และความสิ้นหวัง เพื่อนำเราไปสู่แสงสว่าง การให้อภัย และความหวัง


➡️ ทรงชี้ หนทางไปสวรรค์อยู่ในพระเยซู แม่พระ บรรดานักบุญ และ “นักบุญข้างบ้าน” (The saints next door) ที่ดำเนินชีวิตตามพระวรสารอย่างจริงใจในชีวิตประจำวัน

Photo: Vatican Media


ช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงออกมานำสวดราชินีสวรรค์ ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน โดยวันนี้ในหลายประเทศทั่วโลก มีการสมโภชพระเยซูเสด็จสู่สวรรค์ สำหรับใจความสำคัญของบทแบ่งปันก่อนสวดราชินีสวรรค์ Pope Report สรุปประเด็นมาให้ดังนี้


1. พระเยซูเสด็จขึ้นสวรรค์ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่นี่คือการพาเราขึ้นไปพร้อมกับพระองค์


พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการอธิบายว่า การเสด็จขึ้นสวรรค์ไม่ใช่เพียงความทรงจำในอดีต แต่เป็นธรรมล้ำลึกที่เกี่ยวกับชีวิตของคริสตชนโดยตรง เพราะเมื่อพระเยซูเสด็จไปหาพระบิดา พระองค์ไม่ได้ทิ้งเราไว้ข้างหลัง แต่พาเราขึ้นไปพร้อมกับพระองค์


“ภาพของพระเยซู ซึ่งเสด็จจากแผ่นดินขึ้นสู่สวรรค์ ตามที่พระคัมภีร์กล่าวไว้ อาจทำให้เราคิดถึงธรรมล้ำลึกนี้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไกลตัวและเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้น เพราะเราเป็นหนึ่งเดียวกับพระเยซู เหมือนอวัยวะของร่างกายเดียวกันที่เป็นหนึ่งเดียวกับศีรษะ ดังนั้น เมื่อพระเยซูเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ พระองค์นำเราไปพร้อมกับพระองค์ มุ่งสู่ความเป็นหนึ่งเดียวอย่างเต็มเปี่ยมกับพระบิดา” พระสันตะปาปาตรัส


2. พระเยซูพามนุษย์จากความมืดสู่แสงสว่างและความหวัง


พระสันตะปาปาย้ำว่า ทั้งชีวิตของพระเยซูคือการยกมนุษย์ขึ้นจากบาปและความสิ้นหวัง พระองค์รับเอาความเป็นมนุษย์เพื่อโอบรับโลกทั้งใบ และการเสด็จสู่สวรรค์จึงไม่ใช่คำสัญญาที่อยู่ไกลตัว แต่เป็นสายสัมพันธ์ที่มีชีวิต ซึ่งเริ่มยกขอบฟ้าชีวิตของเราตั้งแต่วันนี้ และพาเราให้คิด รู้สึก และทำสิ่งต่าง ๆ ใกล้กับหัวใจของพระเจ้ามากขึ้น


“ทั้งชีวิตของพระเยซูคือการพามนุษย์ออกจากบาปและความสิ้นหวัง เพื่อกลับไปหาพระเจ้า ผ่านความเป็นมนุษย์ของพระองค์ พระเยซูโอบรับและนำโลกทั้งใบเข้ามามีส่วนร่วม ยกมนุษย์ขึ้น และไถ่กู้มนุษย์จากสภาพบาปของตน ดังนั้น พระองค์จึงนำแสงสว่าง การให้อภัย และความหวัง ไปยังที่ที่เคยมีความมืด ความอยุติธรรม และความสิ้นหวัง ... การเสด็จสู่สวรรค์ไม่ใช่คำสัญญาที่อยู่ไกลตัว แต่เป็นสายสัมพันธ์ที่ยังมีชีวิต พระเยซูดึงเราให้เดินไปสู่ชีวิตในสวรรค์พร้อมกับพระองค์ และตั้งแต่วันนี้ พระองค์ก็เริ่มเปิดมุมมองชีวิตของเราให้กว้างขึ้น พร้อมค่อย ๆ เปลี่ยนความคิด ความรู้สึก และการกระทำของเรา ให้ใกล้กับหัวใจของพระเจ้ามากขึ้น” พระสันตะปาปาตรัสสอน


3. หนทางสู่สวรรค์อยู่ในพระเยซู แม่พระ และนักบุญข้างบ้าน


บิช็อปแห่งกรุงโรมยังอธิบายด้วยว่า คริสตชนไม่ได้เดินไปหาพระเจ้าอย่างไร้ทิศทาง เพราะหนทางนี้ปรากฏชัดในพระเยซู ผ่านการมอบชีวิต แบบอย่าง และคำสอนของพระองค์ ขณะเดียวกัน ศาสนจักรยังมอบแม่พระ บรรดานักบุญ และ “นักบุญข้างบ้าน” (The saints next door) ซึ่งเป็นคนธรรมดาที่ดำเนินชีวิตตามพระวรสารอย่างจริงใจ ให้เป็นแบบอย่างสำหรับเรา


“บนเส้นทางแห่งการก้าวขึ้นนี้ เรามองเห็นหนทาง แท้จริงแล้ว เราพบหนทางนั้นในพระเยซู ในการมอบชีวิตของพระองค์ แบบอย่างของพระองค์ และคำสอนของพระองค์ เรายังเห็นหนทางนี้ถูกชี้ให้เราเห็นโดยแม่พระผู้ศักดิ์สิทธิ์และบรรดานักบุญ คือผู้ที่ศาสนจักรมอบให้เป็นแบบอย่างสากล พระสันตะปาปา ฟรานซิส ยังชอบพูดถึงบรรดานักบุญ ‘ที่อยู่ข้างบ้าน’ ซึ่งเราอยู่ร่วมกับพวกเขาในชีวิตประจำวัน ได้แก่ พ่อ แม่ ปู่ย่าตายาย ผู้คนทุกวัยและทุกสถานะ ที่พยายามดำเนินชีวิตตามพระวรสารอย่างจริงใจ ด้วยความยินดีและความมุ่งมั่น” พระสันตะปาปาตรัส


4. ศีลล้างบาปดึงเราให้ก้าวขึ้นสู่พระบิดา และส่งผลแห่งสันติภาพออกไปในโลก


พระสันตะปาปาจากคณะออกัสติเนี่ยน ยังชวนคริสตชนเรียนรู้จากแม่พระและบรรดานักบุญ เพื่อก้าวไปหาพระเจ้า ด้วยการเลือกคิดถึงสิ่งที่เป็นความจริง เที่ยงธรรม และน่ารัก พร้อมนำสิ่งที่ได้ยินและได้เห็นไปปฏิบัติจริง เพราะชีวิตของพระเจ้าที่เราได้รับในศีลล้างบาป ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในตัวเรา แต่ต้องเติบโตและส่งผลเป็นความเป็นหนึ่งเดียวและสันติภาพในโลก


“อาศัยแบบอย่าง การสนับสนุน และคำภาวนาของแม่พระกับบรรดานักบุญ เราก็สามารถเรียนรู้ที่จะก้าวขึ้นสู่สวรรค์ทีละวันได้เช่นกัน เหมือนที่นักบุญเปาโลกล่าวไว้ เราต้องคิดถึงสิ่งที่เป็นความจริง เที่ยงธรรม และน่ารัก และนำทุกสิ่งที่เราได้ยินและเห็นไปปฏิบัติ ด้วยความช่วยเหลือของพระเจ้า ... ชีวิตของพระเจ้า ซึ่งเราได้รับในศีลล้างบาป และซึ่งดึงเราไปสู่เบื้องบนเสมอ ไปหาพระบิดา จะสามารถเติบโตขึ้นในตัวเราและรอบตัวเรา และกระจายผลล้ำค่าของความเป็นหนึ่งเดียวและสันติภาพไปทั่วโลก” พระสันตะปาปาตรัสปิดท้าย


5. ในยุค AI การสื่อสารต้องรักษาเสียงและใบหน้าของมนุษย์


หลังการสวดราชินีสวรรค์ พระสันตะปาปากล่าวถึงวันสื่อสารสังคมสากล ซึ่งปีนี้ใช้หัวข้อ “การรักษาเสียงและใบหน้าของมนุษย์” พร้อมเตือนว่า ในยุค AI การสื่อสารต้องไม่ทำให้มนุษย์หายไปจากเทคโนโลยี แต่ต้องเคารพความจริงของบุคคลมนุษย์เสมอ


“ในยุคของ AI พ่อขอให้กำลังใจทุกคนให้มุ่งมั่นส่งเสริมรูปแบบการสื่อสารที่เคารพความจริงของบุคคลมนุษย์อยู่เสมอ ซึ่งนวัตกรรมทางเทคโนโลยีทุกอย่างควรมีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง” พระสันตะปาปาตรัส


พระองค์ยังกล่าวถึงสัปดาห์ “เลาดาโต ซี” (Laudato Si’) ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้จนถึงวันอาทิตย์หน้า โดยเรียกร้องให้ทุกคนรื้อฟื้นความมุ่งมั่นในการดูแลสิ่งสร้าง หลังสงครามในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้ขัดขวางความก้าวหน้าเรื่องสันติภาพกับพระเจ้า เพื่อนมนุษย์ และสิ่งสร้างทั้งปวง พร้อมย้ำว่า “แท้จริงแล้ว การดูแลสันติภาพคือการดูแลชีวิต” พระสันตะปาปาตรัสปิดท้าย


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/angelus/2026/documents/20260517-regina-caeli.html 


Comments