โป๊ปสอน พระตรีเอกภาพสอนให้เรารักและอยู่ร่วมกัน ไม่ใช่แบ่งขั้วหรือดูหมิ่นความแตกต่าง

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอน พระตรีเอกภาพช่วยให้เรารักทุกคนและทุกสิ่ง เพราะสิ่งสร้างทุกอย่างถูกสร้างมาเพื่อความเป็นหนึ่งเดียว มีความสัมพันธ์ต่อกัน และการพบปะกัน


➡️ ทรงเตือน ความแตกแยก การแบ่งฝักแบ่งฝ่าย และการดูหมิ่นความแตกต่าง นำความพินาศ ความเศร้า และความแห้งแล้งมาสู่โลก


➡️ ทรงชี้ คนที่เปิดใจให้พระจิต จะเปิดใจมากขึ้น ไม่ตัดสินคนอื่น และพร้อมให้พระเจ้าฟื้นฟูชีวิต ตัวอย่างชัดเจนคือนิโคเดมัสที่มาพบพระเยซูและค่อยๆ เข้าใจว่า มนุษย์สามารถเริ่มต้นใหม่ได้


➡️ ทรงขอให้คำภาวนาจากการสวดสายประคำเพื่อสันติภาพตลอดเดือนพฤษภาคม ช่วยผู้มีอำนาจให้แสวงหาสันติภาพที่ยุติธรรมและยั่งยืน

Photo Credit: Vatican Media


ช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงเป็นประธานในการสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน โอกาสวันสมโภชพระตรีเอกภาพ ซึ่งพระสันตะปาปาทรงแบ่งปันข้อคิดจากพระวรสารในเนื้อหาเกี่ยวกับธรรมล้ำลึกของพระเจ้า พระบิดา พระบุตร และพระจิต ซึ่งเป็นหนึ่งเดียวกันและนำมนุษย์ให้เข้าสู่ความรัก ความสัมพันธ์ และชีวิตที่แท้จริง


สำหรับใจความสำคัญของสิ่งที่พระสันตะปาปาตรัส Pope Report สรุปประเด็นมาให้ดังนี้


1. พระตรีเอกภาพทำให้ศาสนจักรเป็นสถานที่แห่งความเป็นหนึ่งเดียว


พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการเชื่อมโยงวันสมโภชพระตรีเอกภาพกับเทศกาลปาสกาที่เพิ่งจบลงในสัปดาห์ก่อน พร้อมย้ำว่า ชีวิตของพระเจ้าถูกมอบให้เราในพระเยซูคริสต์ และพระจิตได้ถูกหลั่งลงในหัวใจของเรา เพื่อดึงเราเข้าสู่ความเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า


“พระจิต ผู้ทรงรวมพระบิดาและพระบุตรให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ได้ถูกหลั่งลงในหัวใจของเรา ด้วยวิธีนี้ ศาสนจักรจึงกลายเป็นเครื่องหมายศักดิ์สิทธิ์แห่งความเป็นหนึ่งเดียว เป็นสถานที่แห่งการพบปะ ความรัก และชีวิต ที่ซึ่งสวรรค์และแผ่นดินสัมผัสกันแล้ว” พระสันตะปาปาทรงแบ่งปัน


2. ชีวิตของพระเจ้าสามารถเปลี่ยนชีวิตมนุษย์ได้


จากนั้น พระสันตะปาปาทรงกล่าวถึงนิโคเดมัส บุคคลสำคัญในอิสราเอลที่ไปพบพระเยซูในเวลากลางคืน เพราะต้องการเข้าใจพระองค์ให้มากขึ้น พระเยซูไม่ได้ปฏิเสธคำถามของเขา แต่ทรงต้อนรับ และนำเขาให้เห็นว่า แม้ผู้ใหญ่ก็สามารถเกิดใหม่ได้


“พระเจ้าทรงต้อนรับเขา และทรงให้ความสำคัญกับการแสวงหาคำตอบของเขา พระเยซูทรงทำให้นิโคเดมัสประหลาดใจ ด้วยการเสนอว่า แม้แต่ผู้ใหญ่ก็สามารถเกิดใหม่ได้ พระองค์ทรงนำเขาให้ตระหนักว่า ชีวิตของพระเจ้าสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเขาได้”


พระสันตะปาปาย้ำว่า ความจริงที่ส่องสว่างความมืดในใจของนิโคเดมัส คือความจริงเดียวกับที่ศาสนจักรประกาศในวันนี้ “พระเจ้าทรงรักโลกมาก จนประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่เชื่อในพระองค์จะไม่พินาศ แต่จะมีชีวิตนิรันดร และพระเจ้าไม่ได้ส่งพระบุตรเข้ามาในโลกเพื่อพิพากษาโลก แต่เพื่อให้โลกได้รับความรอดผ่านทางพระองค์”


3. พระตรีเอกภาพสอนให้เรารัก ไม่ใช่แบ่งขั้วหรือดูหมิ่นความแตกต่าง


พระสันตะปาปาทรงสอนว่า ในธรรมล้ำลึกของพระเจ้า พระบิดา พระบุตร และพระจิต เราไม่ได้อยู่ห่างไกลจากพระเจ้า แต่ได้อยู่เหมือนอยู่บ้าน ชีวิตของพระเจ้ามอบสันติภาพให้หัวใจที่มักกระสับกระส่าย และทำให้เราได้พบพี่น้องชายหญิงในความชื่นชมยินดีของพระจิต


พระสันตะปาปาตรัสว่า “พระตรีเอกภาพช่วยให้เรารักทุกคนและทุกสิ่ง เราค้นพบว่า สิ่งสร้างทุกอย่างถูกสร้างมาเพื่อความเป็นหนึ่งเดียว มีความสัมพันธ์ต่อกัน และพบปะกัน ในทางกลับกัน เราก็เข้าใจว่าทำไมความแตกแยก การแบ่งขั้ว และการดูหมิ่นความแตกต่าง จึงนำความพินาศ ความเศร้า และความแห้งแล้งมาสู่โลก”


4. คนที่ต้อนรับพระจิตจะเปิดใจมากขึ้น ไม่ตัดสินคนอื่น และพร้อมให้พระเจ้าฟื้นฟูชีวิต


บิช็อปแห่งกรุงโรมย้อนกลับไปที่นิโคเดมัสอีกครั้ง โดยชี้ว่า เมื่อเขาได้ยินถ้อยคำดูหมิ่นพระเยซูในสภาซันเฮดริน เขาไม่ได้รีบตัดสินพระองค์ แต่ขอให้ทุกคนฟังก่อน นี่คือผลของพระจิตแห่งความเป็นหนึ่งเดียวที่เปิดใจให้มนุษย์พร้อมรับความจริงและการฟื้นฟู


“เขาได้รับพระจิตแห่งความเป็นหนึ่งเดียวจากพระเจ้า ผ่านทางพระคริสต์เอง พระจิตเปิดหัวใจเขาไม่ให้ตัดสินคนอื่น และเข้าสู่การฟื้นฟูที่แท้จริง ผู้ใดไม่ต้อนรับพระจิต ย่อมแก่ชราอย่างรวดเร็วในความโศกเศร้า รู้สึกโดดเดี่ยว และไม่มีความชื่นชมยินดีในหัวใจ” พระสันตะปาปาทรงย้ำ


5. คำภาวนาเพื่อสันติภาพต้องนำผู้มีอำนาจไปสู่การตัดสินใจที่ยุติธรรม


หลังการสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว พระสันตะปาปากล่าวถึงเดือนพฤษภาคมซึ่งมีคำภาวนาเพื่อสันติภาพดังก้องทั่วศาสนจักร โดยเฉพาะการสวดสายประคำ ทั้งนี้ เพื่อฝากคนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามไว้กับคำเสนอวิงวอนของแม่พระ


“ตลอดเดือนพฤษภาคมนี้ เสียงภาวนาเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อสันติภาพได้ดังก้องไปทั่วศาสนจักร เหนือสิ่งอื่นใด ผ่านการสวดสายประคำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นเหมือนสายโซ่ที่ไม่ขาดจากกัน คนที่ถูกสงครามทำลายล้างได้รับการฝากไว้กับคำเสนอวิงวอนของแม่พระ”


“ขอปรีชาญาณของพระเจ้าส่องสว่างมโนธรรมของผู้มีอำนาจ และทรงนำการตัดสินใจของพวกเขาไปสู่การแสวงหาสันติภาพที่ยุติธรรมและยั่งยืนอย่างจริงใจ” พระสันตะปาปาตรัสปิดท้าย


Source:


- https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/angelus/2026/documents/20260531-angelus.html 


Comments